เมทาโดน (Methadone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เมทาโดน (Methadone) Brand Name(s): เมทาโดน (Methadone).

ข้อบ่งใช้

ยาเมทาโดนใช้สำหรับ

ยาเมทาโดน (Methadone) ใช้เพื่อรักษาอาการปวดระดับรุนแรงอย่างต่อเนื่อง (เช่นเนื่องจากโรคมะเร็ง) ยาเมทาโดนอยู่ในกลุ่มของยาระงับความรู้สึกแบบเสพติด (narcotic analgesics) หรือโอปิเอต (opiate) ยานี้ทำงานกับสมองโดยเปลี่ยนความรู้สึกและการตอบสนองของร่างกายต่ออาการปวด

อย่าใช้ยาเมทาโดนเพื่อบรรเทาอาการปวดระดับเบาหรือหายไปหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน (เช่น อาการปวดจากการผ่าตัด) ยาเมทาโดนนั้นไม่ใช่ยาสำหรับใช้ในบางครั้ง (ใช้เท่าที่จำเป็น)

ยาเมทาโดนยังใช้เพื่อรักษาการติดยาเสพติด เช่น เฮโรอีน (heroin) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการรักษาที่ได้รับการยอมรับ ยานี้จะช่วยป้องกันอาการถอนยา

วิธีการใช้ยาเมทาโดน

รับประทานยาเมทาโดนตามตารางเป็นประจำ ตามที่แพทย์กำหนด และไม่ใช้ยาเฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับอาการปวดที่แทรกขึ้นมากะทันหัน คุณสามารถรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานเวลาท้องว่าง หากคุณมีอาการคลื่นไส้ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงวิธีการลดอาการคลื่นไส้ (เช่น นอนลง 1 ถึง 2 นาทีโดยขยับหัวให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้)

หากคุณกำลังใช้ยาเมทาโดนรูปแบบยาน้ำ ควรตวงยาอย่างระมัดระวัง โดยใช้อุปกรณ์หรือช้อนสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดา เพราะอาจได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

ยาเมทาโดนอาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ โดยเฉพาะหากใช้ยาเป็นเวลานานหรือใช้ยาในขนาดสูง ในกรณีนี้ อาการถอนยา (เช่น ร้อนรน น้ำตาไหล น้ำมูกไหล คลื่นไส้ เหงื่อออก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ) อาจเกิดขึ้นหากคุณหยุดใช้ยาเมทาโดนอย่างกะทันหัน เพื่อป้องกันอาการถอนยา แพทย์อาจค่อยๆ ลดขนาดยาของคุณลงมา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและแจ้งให้ทราบทันทีหากเกิดอาการถอนยา

เมื่อใช้ยาเมทาโดนเป็นเวลานาน ยานี้อาจทำงานได้ไม่ดีดังเดิม โปรดปรึกษาแพทย์หากยาเมทาโดนนั้นทำงานได้ไม่ดีดังเดิม

ในนานๆ ครั้งยาเมทาโดนอาจทำให้เกิดอาการอยากยาผิดปกติ (ติดยา) ความเสี่ยงนี้อาจจะเพิ่มขึ้นหากคุณเคยใช้แอลกอฮอล์หรือยาในทางที่ผิด ควรใช้ยาเมทาโดนตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงในการติดยา การหยุดรักษาระดับการรักษาโดยใช้ยาเมทาโดนนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมาใช้ยาเสพติดในทางที่ผิด

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาเมทาโดน

ยาเมทาโดนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเมทาโดนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเมทาโดนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมทาโดน

ก่อนใช้ยาเมทาโดน

  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยาเมทาโดน ยาอื่นๆ หรือส่วนผสมใดๆ ในผลิตภัณฑ์ยาเมทาโดนที่คุณมีแผนจะใช้ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรหรือตรวจสอบคู่มือการใช้ยาเมทาโดนเพื่อรับทราบรายชื่อของส่วนผสม
  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน และอาหารเสริมที่คุณกำลังใช้หรือมีแผนที่จะใช้ โดยเฉพาะยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) ยาบูพรีนอร์ฟีน (buprenorphine) อย่างซูโบโซนในซับโซฟ (suboxone, in zubsolv) ยาบูทอร์ฟานอล (butorphanol) ยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blocking) เช่นยาคาร์บาเมเซพีน (carbamazepine) อย่างคาบาทรอล (cabatrol) อีคิวโทร (equetro) หรือเทเกรทอล (tegretol) ยาฟลูโวซามีน (fluvoxamine) อย่างลูวอกซ์ (luvox) ยารักษาการติดเชื้อเอชไอวีบางชนิด ทั้งยาอะบาคาเวียร์ (abacavir) อย่างไซอะเจนในไตรซิเวียร์ (ziagen, in trizivir) ยาดารุนาเวียร์ (darunavir) อย่างพรีซิสตา (prezista) ยาไดดาโนซีน (didanosine) อย่างไวเดกซ์ (videx), efavirenz (sustiva, in atripla), lopinavir (in kaletra) ยาเนลฟินาเวียร์ (nelfinavir) อย่างไวราเซปต์ (viracept) ยาเนไวราปีน (nevirapine) อย่างไวรามูน (viramune) ยาริโทนาเวียร์ (ritonavir) อย่างนอร์เวียร์ในเคลตรา (norvir, in kaletra) ยาซาควินาเวียร์ (saquinavir) อย่างอินไวราส (invirase) ยาสตาวูดีน (stavudine) อย่างเซริต (zerit) ยาเทลาพรีเวียร์ (telaprevir) อย่างอินซิเวก (incivek) ยาทิพรานาเวียร์ (tipranavir) อย่างแอ็พทิวัส (aptivus) และยาซิโดวูดีน (zidovudine) อย่างรีโทรเวียร์ในคอมบิเวียร์ (retrovir, in combivir) ยารักษาโรคต้อหิน โรคลำไส้แปรปรวน (irritable bowel disease) โรคพาร์กินสัน (parkinson’s disease) แผลเปื่อย และปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ ยานาลบูฟีน (nalbuphine) ยานาโลโซน (naloxone) ในซับโซฟ (in zubsolv) ยานาลเทร็กโซน (naltrexone) อย่างรีเวีย (revia) หรือเดเพด (depade) ยาเพนทาโซซีน (pentazocine) อย่างทาลวิน (talwin) ยาฟีโนบาร์บิทัล (phenobarbital) ยาฟีนิโทอิน (phenytoin) อย่างไดแลนทิน (dilantin) และยาไรแฟนพิน (rifampin) อย่างไรฟาดิน (rifadin) ไรแมคเทน rimactane) ในไรฟาเมต (in rifamate) หรือในไรฟาเทอร์ (in rifater) นอกจากนี้ยังควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณใช้ยาดังต่อไปนี้หรือหยุดใช้ยาเหล่านี้ภายใน 14 วันที่ผ่านมา ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ (monoamine oxidase inhibitors) ทั้งยาไอโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) อย่างมาร์แพลน (marplan) ยาฟีเนลซีน (phenelzine) อย่างนาร์ดิล (nardil) ยาเซเลจิลีน (selegiline) อย่างเอลเดพริล (eldepryl) เอ็มแซม (emsam) หรือเซลพาร์ (zelpar) และยาทรานีลไซโปรมีน (tranylcypromine) อย่างพาร์เนต (parnate) ยังมียาอื่นๆ อีกมากที่อาจมีปฏิกิริยากับยาเมทาโดน ดังนั้นจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ แม้ว่ายานั้นจะไม่อยู่ในรายชื่อนี้ก็ตาม แพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับสมุนไพรที่คุณกำลังใช้ โดยเฉพาะสมุนไพรเซนต์จอห์น (st. John’s wort)
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีภาวะสุขภาพใดๆ เช่นภาวะลำไส้อืด (paralytic ileus) ซึ่งเป็นภาวะที่อาหารที่ย่อยแล้วไม่ยอมเคลื่อนที่ผ่านทางลำไส้ แพทย์อาจจะไม่ให้คุณใช้ยาเมทาโดน
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีหรือเคยมีการอุดตันในลำไส้ ปัสสาวะติดขัด ต่อมลูกหมากโต โรคแอดดิสัน (addison’s disease) ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมหมวกไตผลิตสารตามธรรมชาติได้ไม่เพียงพอ อาการชัก หรือโรคไทรอยด์ (thyroid) โรคตับอ่อน โรคถุงน้ำดี โรคตับ หรือโรคไต
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังให้นมบุตร หากคุณให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยาเมทาโดน ลูกของคุณอาจจะได้รับยาเมทาโดนผ่านทางน้ำนมแม่ โปรดเฝ้าสังเกตลูกของคุณอย่างใกล้ชิดเพื่อหาความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมหรือการหายใจ โดยเฉพาะเมื่อคุณเริ่มใช้ยาเมทาโดน หากลูกของคุณมีอาการมีอาการเหล่านี้ โปรดติดต่อแพทย์ของลูกคุณหรือรักษาฉุกเฉินในทันที ง่วงนอนผิดปกติ ป้อนนมลำบาก หายใจติดขัด หรืออ่อนปวกเปียก โปรดปรึกษาแพทย์ของลูกคุณถึงเวลาที่คุณพร้อมจะให้ลูกหย่านม คุณอาจจำเป็นต้องค่อยๆ ให้ลูกของคุณหย่านมเพื่อไม่ให้ลูกของคุณมีอาการถอนยาเมื่อเขาหยุดรับยาเมทาโดนจากน้ำนมแม่
  • หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยาเมทาโดน
  • คุณควรทราบว่ายาเมทาโดนนั้นทำให้เกิดอาการง่วงซึม อย่าขับรถหรือใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะทราบว่ายาเมทาโดนส่งผลต่อคุณอย่างไร
  • คุณควรทราบว่ายาเมทาโดนอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เมื่อคุณลุกขึ้นจากท่านอนเร็วเกินไป อาการนี้จะพบได้มากเมื่อเริ่มใช้ยาเมทาโดน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ควรค่อยๆ ลุกออกจากเตียงช้าๆ พักเท้าไว้บนพื้นสัก 2-3 นาทีก่อนแล้วจึงค่อยลุกขึ้น
  • คุณควรทราบว่ายาเมทาโดนอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนอาหาร หรือใช้ยาเพื่อป้องกันหรือรักษาอาการท้องผูก ขณะที่กำลังใช้ยาเมทาโดน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยง ในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเมทาโดนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมทาโดน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • หายใจตื้น
  • มองเห็นภาพหลอนหรือสับสน
  • ปวดหน้าอก วิงเวียน หมดสติ หัวใจเต้นเร็วหรือรัว
  • หายใจติดขัด รู้สึกหน้ามืด หรือหมดสติ

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • รู้สึกวิตกกังวล ประหม่า หรือร้อนรน
  • นอนไม่หลับ
  • รู้สึกอ่อนแรงหรือง่วงซึม
  • ปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ท้องผูก เบื่ออาหาร
  • ความต้องการทางเพศลดลง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือสำเร็จความใคร่ได้ยาก

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเมทาโดนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

การใช้ยานี้ร่วมกับยาอื่นที่อาจทำให้ง่วงนอนหรือหายใจช้านั้นสามารถเป็นอันตรายหรือถึงแก่ชีวิตได้ โปรดสอบถามแพทย์ก่อนใช้ยาเมทาโดนร่วมกับยานอนหลับ ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain medicine) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาสำหรับอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า หรืออาการชัก

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมทาโดนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมทาโดนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • เคยดื่มแอลกอฮอล์มากเกินปกติ
  • เป็นเนื้องอกในสมอง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจหรือปอด เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease) โรคหัวใจเพราะปอด (cor pulmonale) ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง (hypercapnia) ภาวะขาดออกซิเจน (hypoxia) และภาวะหยุดหายใจชั่วคราว (apnea)
  • เคยเป็นโรคซึมเศร้า
  • ภาวะพึ่งพายา (Drug dependence) โดยเฉพาะการใช้ยาเสพติดในทางที่ผิดหรือภาวะพึ่งพายาเสพติด
  • โรคถุงน้ำดี
  • เคยมีการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • โรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจโตเกิน (cardiac hypertrophy)
  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) กลุ่มอาการระยะคิวทียาว (long QT syndrome)
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia)
  • ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ (Hypomagnesemia)
  • ความดันภายในศีรษะเพิ่มขึ้น
  • ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้
  • สภาพร่างกายอ่อนแอลง ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากขึ้น
  • โรคหอบหืดเฉียบพลันหรือรุนแรง
  • ภาวะลำไส้อืด (Paralytic ileus)
  • ภาวะกดการหายใจ (Respiratory depression) (หายใจช้ามาก) ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะนี้
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ (Hypotension)
  • ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis)
  • เคยมีอาการชัก ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะอาจทำให้สภาวะนี้รุนแรงขึ้นได้
  • โรคไต
  • โรคตับ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมทาโดนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวด

  • รับประทาน ขนาดยาเริ่มต้นคือ 2.5 มก. ถึง 10 มก. ทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ กล้ามเนื้อ หรือใต้ผิวหนัง ขนาดยาเริ่มต้นคือ 2.5 มก. ถึง 10 มก. ทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อถอนยาโอปิเอต

  • ขนาดยาเริ่มต้น 15 ถึง 40 มก. วันละครั้ง
  • หลังจากหนึ่งหรือสองวัน มักจะสามารถทนยาที่ลดขนาดยาต่อวันลงมา 20% ได้
  • การล้างพิษมักจะสามารถเสร็จสิ้นได้ภายใน 10 วัน
  • การประคับประคองภาวะพึ่งพายาโอปิออยด์ (opioid dependence) 20 ถึง 120 มก./วัน

ขนาดยาเมทาโดนสำหรับเด็ก

อาการถอนยาในทารกแรกเกิด (Neonatal abstinence syndrome) 

  • รับประทานยาหรือฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ
  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.05 ถึง 0.2 มก./กก./ครั้ง ทุกๆ 12 ชั่วโมง ถึง 24 ชั่วโมง หรือ 0.5 มก./กก./วัน แบ่งให้ยาทุกๆ 8 ชั่วโมง
  • ปรับขนาดยาและตารางการลดขนาดยาเพื่อควบคุมอาการถอนยา โดยปกติจะลดขนาดยาลง 10 ถึง 20% ต่อสัปดาห์ นานกว่า 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง
  • หมายเหตุ เนื่องจากความยาวนานของระยะเวลาครึ่งชีวิตจึงทำให้การลดขนาดยาเป็นไปได้ยาก ควรพิจารณายาอื่น

เด็ก

  • การระงับความปวด ช่วงเวลาระหว่างการใช้ยาแต่ละครั้งนั้นมีตั้งแต่ 4 ถึง 12 ชั่วโมงในร่วงเริ่มต้นการรักษา อาจจำเป็นต้องลดขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาประมาณ 2 ถึง 5 วันหลังจากเริ่มต้นการรักษาหรือเพิ่มขนาดยาขึ้นเนื่องจากการสะสมของยาที่ให้ซ้ำ
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ ขนาดยาเริ่มต้น 0.1 มก./กก./ครั้ง ทุกๆ 4 ชั่วโมง เป็นจำนวน 2 ถึง 3 ครั้ง แล้วตามด้วยทุกๆ 6 ถึง 12 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 10 มก./ครั้ง
  • รับประทานยา ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อหรือใต้ผิวหนัง 0.1 มก./กก./ครั้ง ทุกๆ 4 ชั่วโมง เป็นจำนวน 2 ถึง 3 ครั้ง แล้วตามด้วยทุกๆ 6 ถึง 12 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น หรือ 0.7 มก./กก./24 ชั่วโมง แบ่งให้ยาทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็นขนาดยาสูงสุด 10 มก./ครั้ง
  • ภาวะพึ่งภาวะเสพติดเนื่องจากการกระทำของแพทย์ (Iatrogenic narcotic dependency)
  • รับประทาน ยังไม่มีการดำเนินการทดลองแบบควบคุม มีรายงานการใช้ยาทางการแพทย์หลายครั้ง ขนาดของยาเมทาโดนนั้นจะต้องแตกต่างกันตามแต่ละบุคคลและจะขึ้นอยู่กับขนาดของยาเสพติดก่อนหน้านี้และความรุนแรงของอาการถอนยาโอปิออยด์ ผู้ป่วยที่ได้รับขนาดยาเสพติดที่สูงกว่านั้นจะต้องใช้ยาเมทาโดนในขนาดที่สูงกว่า

แนวทางทั่วไป

  • ขนาดยาเริ่มต้น 0.05 ถึง 0.1 มก./กก./ครั้ง ทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • เพิ่มขนาดยา 0.05 มก./กก./ครั้ง จนสามารถควบคุมอาการถอนยาได้ หลังจากผ่านไป 24 ถึง 48 ชั่วโมง สามารถเพิ่มระยะเวลาในการใช้ยาแต่ละครั้งไปที่ 12 ถึง 24 ชั่วโมง สำหรับการลดขนาดยา ค่อยๆ ลดในขนาด 0.05 มก./กก./วัน หากอาการถอนยากำเริบ ควรลดขนาดยาในอัตราที่ต่ำที่สุด

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 40 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: เมษายน 9, 2019 | Last Modified: เมษายน 9, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย