เมทิพราโนลอล (Metipranolol)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เมทิพราโนลอล (Metipranolol) Brand Name(s): เมทิพราโนลอล (Metipranolol).

ข้อบ่งใช้

ยาเมทิพราโนลอลใช้สำหรับ

ยาเมทิพราโนลอล (Metipranolol) ใช้เป็นยาชนิดเดียว หรือใช้ร่วมกับยาอื่น เพื่อรักษาอาการความดันสูงในดวงตา เนื่องจากโรคต้อหินมุมเปิด (glaucoma [open-angle type]) หรือโรคดวงตาอื่นๆ เช่น ภาวะความดันภายในดวงตาสูง (ocular hypertension) การลดระดับความดันที่สูงนั้นจะช่วยป้องกันอาการตาบอด ยาเมทิพราโนลอลอยู่ในกลุ่มของยาเบต้าบล็อกเกอร์ (beta blockers) มีผลในการลดปริมาณของน้ำที่ผลิตในดวงตา

วิธีการใช้ยาเมทิพราโนลอล

ก่อนใช้ยาหยอดตา ควรล้างมือให้สะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน อย่าสัมผัสกับส่วนปลายของขวด หรือให้ส่วนปลายนั้นสัมผัสถูกดวงตา หรือพื้นผิวอื่นๆ

หากคุณกำลังใส่คอนแทกเลนส์ ควรถอดก่อนหยอดยา รอประมาณ 15 นาที แล้วจึงสวมคอนแทกเลนส์

หงายหน้าขึ้น มองขึ้นไปด้านบน แล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาให้มีลักษณะเป็นกระพุ้ง ถือขวดยาหยอดตาไว้เหนือดวงตา แล้วหยอดยาหนึ่งหยดลงไป โดยปกติแล้วคือวันละสองครั้ง หรือตามที่แพทบ์กำหนด มองลงมาแล้วค่อยๆ หลับตานาน 1 ถึง 2 นาที ใช้นิ้วกดลงไปเบาๆ ที่หัวตา (ใกล้กับจมูก) เพื่อป้องกันไม่ให้ยาไหลไป พยายามอย่ากระพริบตาและอย่าขยี้ตา ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำที่ดวงตาอีกครั้ง

อย่าล้างขวดยาหยอดตาและปิดฝาหลังจากใช้งาน

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นสำหรับดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งทาตา ควรรออย่างน้อย 5 ถึง 10 นาทีก่อนใช้ยาอื่น ใช้ยาหยอดตาก่อนยาขี้ผึ้ง เพื่อให้ยาสามารถเข้าดวงตาได้

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้จะรู้สึกเป็นปกติ ผู้ที่เป็นโรคต้อกระจกหรือภาวะความดันภายในดวงตาสูงนั้น จะไม่รู้สึกป่วย

การเก็บรักษายาเมทิพราโนลอล

ยาเมทิพราโนลอลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเมทิโพรลอลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเมทิพราโนลอลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมทิพราโนลอล

ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณมีอาการแพ้ต่อยานี้ หรือยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์อื่นๆ เช่น ทิโมลอล (timolol) หรือลีโวบูโนลอล (levobunolol) หรือมีโรคภูมิแพ้อื่นๆ (เช่นสารกันบูดอย่างเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ [benzalkonium chloride]) ยาพวกนี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ ควรปรึกษากับเภสัชกรก่อนเสมอ

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรหากคุณมีอาการ

  • ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจที่รุนแรง เช่น หอบหืดหรือเคยมีอาการหอบหืด หรือโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease)
  • ปัญหาเกี่ยวกับอัตราการเต้นของัวใจบางชนิด เช่นอ าการชีพจรเต้นช้า (sinus bradycardia) สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง (atrioventricular block) ระดับสองหรือระดับสาม
  • สภาวะของหัวใจที่รุนแรงบางชนิด เช่น ภาวะช็อคจากหัวใจ (Cardiogenic Shock)
  • ภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง

ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคปอด เช่น โรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) โรคเบาหวาน ภาวะหัวใจล้มเหลว (รักษาแล้วหรือมีอาการคงที่) ปัญหาเกี่ยวกับการหมุนเวียนของเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด (cerebrovascular insufficiency) ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (myasthenia gravis)

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม หรือทำให้มองเห็นไม่ชัดได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว หรือการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ยานี้อาจปิดบังอาการหัวใจเต้นเร็วหรือรัว ที่มักจะรู้สึกได้เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำเกินไป (hypoglycemia) อาการอื่นๆ ของระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อย่างวิงเวียนหรือเหงื่ออกนั้น ไม่ได้รับผลกระทบจากยานี้

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเมโทโพรลอลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมทิพราโนลอล

อาจเกิดความรู้สึกไม่สบายที่ดวงตาชั่วคราว มองเห็นไม่ชัด น้ำตาไหล ปวดหัว ง่วงซึม หรือวิงเวียน หากอาการเหล่านี้ไม่ยอมหายไป หรือแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ คือ มีอาการปวด บวม หรือสารคัดหลั่งจากดวงตา ดวงตามีปฏิกิริยาไวต่อแสงมากขึ้น การมองเห็นเปลี่ยนแปลง หัวใจเต้นช้าหรือผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ เหนื่อยล้า มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันหรือหาสาเหตุไม่ได้

รับการรักษาในทันทีหากมีผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ คือ หายใจติดขัด มีอาการปวดที่หน้าอก กราม หรือแขนด้านซ้าย อ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย พูดไม่ชัด สับสน

อาการแพ้ที่รุนแรงต่อยานี้ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่ควรรับการรักษาในทันทีหากเกิดอาการแพ้ดังต่อไปนี้ คือ ผดผื่น อาการคันหรือบวม (โดยเฉพาะใบหน้า ลิ้น หรือลำคอ) วิงเวียนอย่างรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยาและยาที่หาซื้อได้เอง โดยเฉพาะไดจอกซิน (digoxin) ยาสำหรับภาวะความดันโลหิตสูง อย่างโคลนิดีน (clonidine) รีเซอร์พีน (Reserpine) ยาเบต้าบล็อกเกอร์สำหรับรับประทาน อย่างโพรพราโนลอล (propranolol) ยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blockers) อย่างดิลไทอะเซม (Diltiazem) เอพิเนฟรีน (epinephrine) ฟิงโกลิโมด (fingolimod)

ยาเมโทโพรลอลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมโทโพรลอลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมโทโพรลอลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมทิพราโนลอลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันภายในดวงตาสูง (Intraocular Hypertension)

หยอดยาหนึ่งหยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละสองครั้ง

คำแนะนำ

  • หากระดับของความดันในดวงตานั้นไม่อยู่ในระดับที่พึงพอใจจากการใช้ยาในสูตรนี้ การใช้บ่อยขึ้นหรือใช้ในขนาดที่มากกว่านั้นไม่ได้ให้ประโยชน์ที่มากกว่า
  • การรักษาร่วมกันเพื่อลดระดับของความดันในดวงตานั้นอาจเริ่มต้นที่ยาไพโลคาร์พีน (pilocarpine) ยาเอพิเนฟรีน (epinephrine) หรือยาอะเซตาโซลาไมด์ (acetazolamide)

การใช้งาน

เพื่อรักษาอาการความดันในดวงตาสูงเกินไปสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะความดันภายในดวงตาสูงหรือโรคต้อหินมุมเปิด

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคต้อหินมุมเปิด (Glaucoma [Open Angle])

หยอดยาหนึ่งหยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการวันละสองครั้ง

คำแนะนำ:

  • หากระดับของความดันในดวงตานั้น ไม่อยู่ในระดับที่พึงพอใจจากการใช้ยาในสูตรนี้ การใช้บ่อยขึ้นหรือใช้ในขนาดที่มากกว่านั้นไม่ได้ให้ประโยชน์ที่มากกว่า
  • การรักษาร่วมกันเพื่อลดระดับของความดันในดวงตานั้นอาจเริ่มต้นที่ยาไพโลคาร์พีน (pilocarpine) ยาเอพิเนฟรีน (epinephrine) หรือยาอะเซตาโซลาไมด์ (acetazolamide)

การใช้งาน

เพื่อรักษาอาการความดันในดวงตาสูงเกินไป สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะความดันภายในดวงตาสูงหรือโรคต้อหินมุมเปิด

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่วนปลายของขวดยาหยอดตาสัมผัสกับดวงตาหรือบริเวณโดยรอบ
  • ผู้ป่วยควรถอดคอนแทกเลนส์ก่อนการหยอดยา อาจใส่เลนส์ได้อีกครั้งหลังจากหยอดยาไปแล้ว 15 นาที

การเก็บรักษา

ปิดฝาขวดยาทันทีหลังจากใช้งาน

ขนาดยาเมทิพราโนลอลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • สารละลายสำหรับหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย