เมธิคลอไธอาไซด์ (Methyclothiazide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เมธิคลอไธอาไซด์ (Methyclothiazide) Brand Name(s): เมธิคลอไธอาไซด์ (Methyclothiazide).

ข้อบ่งใช้

ยาเมธิคลอไธอาไซด์ใช้สำหรับ

ยาเมธิคลอไธอาไซด์ (Methyclothiazide) ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง การลดระดับความดันโลหิตที่เพิ่มสูงนั้น ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจล้มเหลว และปัญหาเกี่ยวกับไต ยาเมธิคลอไธอาไซด์เป็นยาขับปัสสาวะ (diuretic) ที่ทำให้ร่างกายกำจัดน้ำและเกลือส่วนเกินและเพิ่มปริมาณของปัสสาวะ

ยานี้ยังช่วยลดน้ำส่วนเกินในร่างกายหรือภาวะบวมน้ำ (edema) ที่เกิดจากสภาวะต่างๆ เช่นหัวใจวาย โรคตับ และดรคไต การกำจัดน้ำส่วนเกินจะช่วยลดน้ำภายในปอดทำให้หายใจได้ง่ายขึ้น และยังช่วยลดอาการบวมที่แขน ขา และกระเพาะอาหารหรือท้อง

วิธีการใช้ยาเมธิคลอไธอาไซด์

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก ตามปกติคือวันละครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยานี้ภายใน 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตารางกันใช้ยา

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองทางการแพทย์ ผู้ผลิตแนะนำไม่ให้รับประทานยามากกว่า 10 มก. ต่อหนึ่งครั้ง เพื่อรักษาภาวะบวมน้ำ หรือมากกว่าวันละ 5 มก. สำหรับรักษาภาวะความดันโลหิตสูง

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวันตามที่กำหนด อย่าเพิ่มขนาดยา ข้ามมื้อยา หรือหยุดใช้ยาจนกว่าแพทย์จะสั่ง ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะรู้สึกเป็นปกติ ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกป่วย สำหรับการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากยา

ยาคอเลสไทรามีน (Cholestyramine) และยาคอเลสติพอล (colestipol) สามารถลดการดูดซึมยานี้ในร่างกายได้ หากคุณใช้ยาดังกล่าวนี้ควรเว้นเวลาจากการรับประทานยาเมธิคลอไธอาไซด์อย่างน้อย 4 ชั่วโมง

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (เช่น อาการบวมเพิ่มขึ้น ระดับความดันโลหิตเพิ่มขึ้น)

การเก็บรักษายาเมธิคลอไธอาไซด์

ยาเมธิคลอไทอาไซด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเมธิคลอไธอาไซด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเมธิคลอไธอาไซด์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมธิคลอไธอาไซด์

ก่อนใช้ยาเมธิคลอไธอาไซด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้ โรคไตอย่างรุนแรง (ไม่สามารถปัสสาวะได้)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคไต โรคตับ เกลือหรือแร่ธาตุไม่สมดุล (เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม หรือแมกนีเซียมไม่สมดุล) ภาวะขาดน้ำ โรคเกาต์ โรคลูปัส (lupus) หรือเพิ่งผ่านการผ่าตัดเส้นประสาท

หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ยาเมธิคลอไธอาไซด์อาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำตามที่กำหนดและแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากมีอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่น กระหายน้ำเพิ่มขึ้นหรือปัสสาวะเพิ่มขึ้น แพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนยาสำหรับโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารที่รับประทาน

ยานี้อาจลดระดับของโพแทสเซียมในเลือด สอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการเพิ่มระดับของโพแทสเซียมในอาหารที่รับประทาน (เช่นกล้วยหรือน้ำส้มคั้น) หรือการใช้สารทดแทนเกลือที่มีโพแทสเซียม แพทย์อาจสั่งอาหารเสริมโพแทสเซียมให้คุณ

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ควรจำกัดเวลาในการอยู่ใต้แดด ควรทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดอาการแดดเผา หรือมีแผลพุพอง หรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือมองเห็นไม่ชัด อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว หรือการมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการวิงเวียนและหน้ามืด คววรค่อยๆ ลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน การสูญเสียน้ำมากเกินไปจากเหงื่อ อาเจียน หรือท้องร่วง สามารถลดระดับความดันโลหิต และทำให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้น ควรดื่มน้ำให้มากเพื่อป้องกันผลเหล่านี้ และภาวะขาดน้ำ หากคุณต้องจำกัดการบริโภคน้ำ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับแนวทางเพิ่มเติม ปรึกษาแพทย์ หากคุณไม่สามารถดื่มน้ำ หรือมีอาการท้องร่วงหรืออาเจียนบ่อยครั้ง

สมรรถภาพของไตจะลดลงเมื่อคุณมีอายุเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงอาจมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียน

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ แม้จะไม่มีรายงานการเกิดอันตรายต่อทารก แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเมธิคลอไธอาไซด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมธิคลอไธอาไซด์

อาจเกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด ปวดหัว มองเห็นไม่ชัด เบื่ออาหาร ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องร่วง หรือท้องผูก ในช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวเข้าใจยา คุณยังอาจมีสมรรถภาพทางเพศลดลงอีกด้วย หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ยานี้อาจทำให้เกิดการสูญเสียน้ำและเกลือหรือแร่ธาตุมากเกินไป แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดอาการของการสูญเสียน้ำหรือแร่ธาตุที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ ปากแห้งมาก กระหายน้ำ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนแรง หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนอย่างรุนแรง ง่วงซึมผิดปกติ หมดสติ สับสน ชัก

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ เหน็บชาที่แขนหรือขา ปวดข้อต่อ (เช่น ปวดนิ้วโป้ง)

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ ได้แก่ สัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ เจ็บคอบ่อยครั้ง) มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย ปวดท้องหรือกระเพาะอาหาร คลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง เหนื่อยล้าผิดปกติหรือบ่อยครั้ง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ สัญญาณปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง)

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ ได้แก่ การมองเห็นลดลง ปวดตา

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยานี้ไม่ควรใช้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาอย่างรุนแรง ได้แก่ คิซาไพรด์ (cisapride) โดฟีทิไลด์ (dofetilide)

หากคุณกำลังใช้ยาเหล่านี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ ก่อนเริ่มใช้ยาเมธิคลอไธอาไซด์

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะไดอะซอกไซด์ (diazoxide) ไดจอกซิน (digoxin) ลิเทียม (lithium) ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drugs) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อินโดเมทาซิน (indomethacin)

ยานี้อาจมีส่วนประกอบที่เพิ่มระดับความดันโลหิต แจ้งให้เภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ และสอบถามวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย (โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดความอ้วน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน หรือนาพรอกเฟน)

ยานี้สามารถส่งผลกระทบต่อผลการทดลองในห้องแล็บบางอย่างได้ ควรแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ทุกคนทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้

ยาเมธิคลอไธอาไซด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมธิคลอไธอาไซด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมธิคลอไธอาไซด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณ ก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมธิคลอไธอาไซด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง

  • 2.5 ถึง 5 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • คำแนะนำ: หากระดับความดันโลหิตยังคงไม่สามารถควบคุมได้หลังจากผ่านไป 8 ถึง 12 สัปดาห์ที่ขนาดยา 5 มก. วันละครั้ง ควรเพิ่มยาลดความดันโลหิตสูงชนิดอื่นร่วมด้วย
  • การใช้งาน: เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงระดับเบาถึงปานกลางเป็นการรักษาด้วยยาชนิดเดียว สำหรับรักษาภาวะความดันโลหิตสูงที่รุนแรงมากกว่าด้วยการรักษาร่วมกับยาลดความดันอื่นๆ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะบวมน้ำ

  • 2.5 ถึง 10 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ขนาดยาสูงสุด: 10 มก.
  • การใช้: เป็นการรักษาเสริมสำหรับภาวะบวมน้ำที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจล้มเหลว โรคตับแข็ง และการบำบัดด้วยคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid) และเอสโตรเจน ยานี้ยังมีประโยชน์กับภาวะบวมน้ำเนื่องมาจากภาวะไตบกพร่องรูปแบบต่างๆ เช่น เนโฟรติก ซินโดรม (nephrotic syndrome) ไตอักเสบฉับพลัน หรือไตวายเรื้อรัง

การปรับขนาดยาสำหรับไต

  • ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
  • หากพบอาการไตบกพร่องเรื้อรังที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆจากการเพิ่มขึ้นของค่าการตรวจการทำงานของไต (BUN) หรือไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีน (nonprotein nitrogen): ควรพิจารณาระงับหรือหยุดใช้ยานี้

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

คำแนะนำอื่นๆ

  • การเก็บรักษา: เก็บให้พ้นจากแสง
  • การเฝ้าระวัง: กระบวนการเมตาบอลิก ควรตรวจระดับเซรั่มอิเล็คโทรไลท์ เป็นระยะ
  • คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย: ผู้ป่วยควรแจ้งหากมีอาการของระดับอิเล็คโทรไลท์ไม่สมดุลดังต่อไปนี้: ปากแห้ง กระหายน้ำ อ่อนแรง เหนื่อยล้า ง่วงซึม กระสับกระส่าย ปวดกล้ามเนื้อหรือเป็นตะคริว คลื่นไส้ อาเจียน หรืออัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น

ขนาดยาเมธิคลอไธอาไซด์สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาผงสำหรับผสม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 9, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 9, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย