เมลฟาแลน (Melphalan)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เมลฟาแลน (Melphalan) Brand Name(s): เมลฟาแลน (Melphalan).

ข้อบ่งใช้

ยาเมลฟาแลนใช้สำหรับ

ยาเมลฟาแลน (Melphalan) ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งบางชนิด เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมา (multiple myeloma) หรือโรคมะเร็งรังไข่ ยาเมลฟาแลนอยู่ในกลุ่มของสารอัลคาลอยด์ (alkylating agents) ทำงานโดยการชะลอหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง 

วิธีการใช้ยาเมลฟาแลน

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละครั้ง ควรรับประทานน้ำให้มาก เพื่อป้องกันผลข้างเคียง นอกเสียจากแพทย์จะสั่งอย่างอื่น

ขนาดยาและตารางการรักษา ขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา ควรทำตามแนวทางการใช้ยาของแพทย์อย่างเคร่งครัด 

อย่าเพิ่มขนาดยา หรือรับประทานยานี้บ่อยกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้น และความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย 

อาจต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา 

เนื่องจากยานี้สามารถซึมเข้าผ่านทางผิวหนังและปอดได้ และอาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่อาจจะตั้งครรภ์ไม่ควรจัดการยานี้หรือหายใจเอาฝุ่นละอองของยาเม็ดเข้าไป 

การเก็บรักษายาเมลฟาแลน

เก็บยาเม็ดเมลฟาแลนไว้ในตู้เย็นให้พ้นจากแสง

หากคุณเก็บรักษายาฉีดเมลฟาแลนเองที่บ้าน ควรเก็บยาไว้ในอุณหภูมิห้อง และเก็บให้พ้นจากความร้อน ความชื้น และแสง

ยาเมลฟาแลนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาเมลฟาแลนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมลฟาแลน

ก่อนใช้ยาเมลฟาแลน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือแพ้ต่อยาคลอแรมบูซิล (chlorambucil) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับอาการเลือดออก หรือปัญหาเกี่ยวกับเลือด ปัญหาเกี่ยวกับไต การฉายรังสีบำบัด 

ยาเมลฟาแลนสามารถทำให้คุณมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น หรือทำให้อาการติดเชื้อที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อผู้มีอาการติดเชื้อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ (เช่น โรคอีสุกอีใสหรือไข้หวัดใหญ่) ปรึกษาแพทย์หากคุณมีการเปิดรับเชื้อเมื่อเร็วๆ นี้ หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม 

อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนโดยไม่ปรึกษากับแพทย์ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่เพิ่งรับวัคซีนเชื้อเป็น (เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่รับโดยการสูดดม) 

เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรใช้ของมีคมด้วยความระมัดระวัง เช่น มีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรม เช่น กีฬาที่ต้องมีการปะทะ

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ คุณไม่ควรตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยานี้ ยาเมลฟาแลนอาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ หากคุณตั้งครรภ์โปรดติดต่อแพทย์ในทันที ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา 

เนื่องจากยานี้สามารถซึมเข้าผ่านทางผิวหนังและปอดได้ และอาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่อาจจะตั้งครรภ์ไม่ควรจัดการยานี้ หรือหายใจเอาฝุ่นละอองของยาเม็ดเข้าไป  

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากโอกาสในการเกิดความเสี่ยงต่อทารก จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเมลฟาแลนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมลฟาแลน 

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง มีแผลที่ริมฝีปากหรือปาก และเบื่ออาหาร อาการคลื่นไส้อาเจียนนั้นอาจจะรุนแรง ในบางกรณีแพทย์อาจจะสั่งยาเพื่อป้องกัน หรือบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ หลายมื้อ ไม่รับประทานอาหารก่อนรับประทานยา และการจำกัดการทำกิจกรรม อาจช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาจเกิดอาการผมร่วงชั่วคราว ผลควรจะกลับมายาวตามปกติหลังจากหยุดการรักษา

ผู้ที่ใช้ยานี้อาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่การที่แพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า เป็ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง การที่แพทย์เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอาจช่วยลดความเสี่ยงได้ 

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่หายใจไม่อิ่ม ประจำเดือนหยุด (ผู้หญิง) อาการของปัญหาเกี่ยวกับตับ (เช่น ปวดท้อง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ) 

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น 

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ กรดนาลิดิซิก (nalidixic acid)

ยาเมลฟาแลนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยาเมลฟาแลนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมลฟาแลนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ 

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมลฟาแลนสำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมา (Multiple Myeloma) 

ขนาดยาปกติสำหรับฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ: 16 มก./ตารางเมตร

  • ให้ยาโดยการหยอดยาหนึ่งครั้งนานกว่า 15 ถึง 20 นาที ให้ยาเมลฟาแลนโดยเว้นช่วง 2 สัปดาห์เป็นจำนวน 4 ครั้ง แล้วตามด้วยเว้นช่วง 4 สัปดาห์ หลังจากที่มีการฟื้นฟูจากความเป็นพิษได้อย่างเพียงพอ

ขนาดยาปกติสำหรับรับประทาน: 6 มก. วันละครั้ง 

  • หลังจากรักษาไป 2 ถึง 3 สัปดาห์ ควรหยุดใช้ยานี้เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยเฝ้าติดตามจำนวนเม็ดเลือดอย่างใกล้ชิด เมื่อจำนวนเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดเพิ่มขึ้น ควรเริ่มให้ยาในขนาดยาปกติที่ 2 มก. ต่อวัน

เนื่องจากมีความแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ในระดับพลาสม่าของยาเมลฟาแลนจากการรับประทานยานี้ นักวิจัยหลายรายได้แนะนำว่า 

  • ควรเพิ่มขนาดยาเมลฟาแลนอย่างระมัดระวัง จนกว่าจะมีการกดไขกระดูกบางส่วน (myelosuppression) เพื่อให้มั่นใจว่าถึงระดับการรักษาที่อาจเกิดขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับยาเมลฟาแลนสำหรับรับประทานได้แนะนำว่า 

  • ควรใช้ยาเป็นชุดซ้ำๆ เนื่องจากการฟื้นฟูนั้นอาจจะค่อยๆ ดำเนินไปอย่างช้าๆ เป็นเวลานานกว่าหลายเดือน และอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุดหากยกเลิกการรักษาก่อนเวลาอันควร 

นักวิจัยหลายรายเคยมีการใช้สูตรยาอื่นๆ ออสเซอร์แมน (Osserman) และทากาสึกิ (Takatsuki) เคยใช้ขนาดยาเริ่มต้นที่ 10 มก./วัน เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน พวกเขารายงานว่า มีการกดจำนวนเม็ดเลือดขาวและจำนวนเกล็ดเลือดสูงสุดภายใน 3 ถึง 5 สัปดาห์ และมีการฟื้นฟูภายใน 4 ถึง 8 สัปดาห์ เคยมีเริ่มต้นการรักษาอย่างต่อเนื่องที่ขนาด 2 มก./วัน เมื่อจำนวนเม็ดเลือดขาวมากกว่า 4,000 เซลล์/ไมโครลิตร และจำนวนเกล็ดเลือดมากกว่า 100,000 เซลล์/ไมโครลิตร ปรับขนาดยาระหว่าง 1 และ 3 มก./วัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางโลหิตวิทยา ควรพยายามรักษาระดับการกดไขกระดูก เพื่อรักษาระดับของจำนวนเม็ดเลือดขาวให้อยู่ในช่วงระหว่าง 3,000 ถึง 3,500 เซลล์/ไมโครลิตร

ฮุกสแตรเตน (Hoogstraten) และคณะ เริ่มต้นการรักษาด้วยขนาดยา 0.15 มก./กก. ต่อวันเป็นเวลา 7 วัน ตามด้วยช่วงพักอย่างน้อย 14 วัน หรืออาจนานถึง 5 ถึง 6 สัปดาห์ เริ่มต้นการรักษาตามปกติเมื่อจำนวนเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดเพิ่มขึ้น ขนาดยาปกติคือ 0.05 มก./กก. ต่อวัน หรือน้อยกว่านั้น และปรับขนาดยาตามจำนวนเม็ดเลือด

งานวิจัยชิ้นหนึ่งของอเล็กเซเนียน (Alexanian) และคณะแสดงให้เห็นว่า การใช้ยาเมลฟาแลนร่วมกับเพรดนิโซน ช่วยในการบรรเทาอาการในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมาเป็นจำนวนมาก เคยมีการใช้สูตรยาเมลฟาแลนที่ขนาด 0.25 มก./กก. เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน (หรือ 0.20 มก./กก. ต่อวันเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน) สำหรับขนาดยาโดยรวมที่ 1 มก./กก. ต่อชุดการรักษา แล้วใช้ชุดการรักษาสี่ถึงห้าวันซ้ำทุกๆ 4 ถึง 6 สัปดาห์ หากจำนวนเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดนั้นกลับมาสู่ระดับปกติ

อาจค่อยๆ ได้รับการตอบสนองนานกว่าหลายเดือน ควรจะรักษาเป็นชุดซ้ำๆ หรือรักษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการฟื้นฟูอาจต้องใช้เวลานานกว่าหลายเดือน และอาจพลาดประโยชน์สูงสุดได้ หากหยุดการรักษาเร็วเกินไป 

หลักฐานที่มีอยู่ได้แนะนำว่าประมาณหนึ่งในสามจนถึงครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมานั้น จะแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองต่อยาที่น่าพึงพอใจ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งรังไข่ 

สำหรับการรักษามะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่

  • สูตรยาทั่วไป: 0.2 มก./กก. รับประทานวันละครั้งเป็นเวลา 5 วัน เป็นชุดการรักษาเดียว 
  • ดำเนินชุดการรักษาซ้ำทุกๆ 4 ถึง 5 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความทนของระบบโลหิตวิทยา 

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาโดยมีภาวะไตบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น ยังไม่แสดงให้เห็นถึงแนะนำอย่างชัดเจนในการลดขนาดยา แต่อาจควรลดขนาดยาเริ่มต้น สำหรับผู้ป่วยที่รับการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 

ควรพิจารณาลดขนาดยามากสุงสุดถึง 50% ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตวาย ค่าปริมาณไนโตรเจนในเลือด (BUN) มากกว่าหรือเท่ากับ 30 มก./เดซิลิตร 

แพทย์บางรายเคยมีการใช้แนวทางดังต่อไปนี้สำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่: 

  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) 10 ถึง 50 มล./นาที: 75% ของขนาดยา 
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 10 มล./นาที: 50% ของขนาดยา

การปรับขนาดยา

ควรพิจารณาการปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับจำนวนเม็ดเลือดในจุดต่ำสุดและในวันที่รักษา หากผู้ป่วยใช้ยาแบบรับประทาน ควรทำการตรวจนับจำนวนเม็ดเลือดโดยเว้นช่วงประมาณรายสัปดาห์ หากจำนวนเม็ดเลือดขาวน้อยหว่า 3,000/ลูกบาศก์เมตร หรือเกล็ดเลือดน้อยกว่า 100,000/ลูกบาศก์เมตร ควรระงับการรักษาจนกว่าจะฟื้นฟู 

ขนาดยาเมลฟาแลนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้ 

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาผงเตรียมผสมสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด 

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย