เมสนา (Mesna)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เมสนา (Mesna) Brand Name(s): เมสนา (Mesna).

ข้อบ่งใช้

ยาเมสนาใช้สำหรับ

ยาเมสนา (Mesna) ใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก ของการทำเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยใช้ยาไอฟอสฟามายด์ (ifosfamide) ยาเมสนาจะช่วยปกป้องเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ จากความเสียหายจากยาไอฟอสฟามายด์ เนื่องจากร่างกายจะย่อยสลายยาไอฟอสฟามายด์ และทำให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะได้ ยาเมสนาจะทำงานโดยทำให้สิ่งนั้นเป็นอันตรายน้อยลง แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลการต้านมะเร็งของยาไอฟอสฟามายด์ 

วิธีการใช้ยาเมสนา

อาหาร ท้องร่วง ท้องผูก ผิวบอบบาง หรืออาการเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ (เช่น เจ็บคอ ไอ ปวดตัว) หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่ าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ หัวใจเต้นเร็ว มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง 

รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ เจ็บหน้าอก 

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

การเก็บรักษายาเมสนา

ยาเมสนาควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอาซิเทรตินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาเมสนาลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมสนา

ก่อนใช้ยาเมสนา แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันทำงานเกิน หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันตัวเอง ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้ต่อยาเมสนา เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคลูปัส หรือภาวะไตอักเสบ 

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึมได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สมรรถภาพของไตละลดลงเมื่อคุณมีอายุเพิ่มขึ้น ยานี้จะได้รับการกำจัดโดยไต ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงมีปฏิกิริยาไวต่อผลของยานี้ได้มากกว่า

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์ 

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากยานี้จะใช้พร้อมกับยาเคมีบำบัดเพื่อรักษามะเร็ง จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรระหว่างใช้ยาเมสนา โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเมสนาจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมสนา

อาจเกิดอาการปวดหัว หน้าแดง วิงเวียน ง่วงซึม คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องร่วง ท้องผูก ผิวบอบบาง หรืออาการเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ (เช่นเจ็บคอ ไอ ปวดตัว) หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ หัวใจเต้นเร็ว มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง 

รับการรักษาในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ เจ็บหน้าอก 

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางชนิด รวมถึงการตรวจคีโตนในปัสสาวะ (urinary ketones) และอาจทำให้เกิดผลเป็นเท็จได้ โปรดแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ของคุณทุกคนทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้ 

ยาเมสนาอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยาเมสนาอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมสนาอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมสนาสำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกในกระเพาะปัสสาวะ

  • อาจให้ยาเมสนาตามตารางการให้ยาขนาดย่อยๆ คือฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทันที 3 ครั้ง หรือฉีดยาครั้งเดียว ตามด้วยรับประทานยาอีก 2 ครั้ง ยาในรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำนั้น ใช้ในขนาด 20% ของขนาดยาไอฟอสฟามายด์ ในขณะที่ยาในรูปแบบรับประทานนั้น ใช้ในขนาด 40% ของขนาดยาไอฟอสฟามายด์ 
  • ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ: ฉีดยาเมสนาในขนาด 20% ของขนาดยาไอฟอสฟามายด์ 1 ครั้งในขณะที่กำลังให้ยาไอฟอสฟามายด์ และให้ยาในขนาด 20% ของขนาดยาไอฟอสฟามายด์ 4 และ 8 ชั่วโมงหลังจากให้ยาไอฟอสฟามายด์แต่ละครั้ง (เช่น หากให้ยาไอฟอสฟามายด์ในขนาด 1.2 กรัม/ตารางเมตร ขนาดยาของยาเมสนาควรจะเป็น 240 มก./ตารางเมตร ให้ภายใน 0 4 และ 8 ชั่วโมงหลังจากให้ยาไอฟอสฟามายด์
  • รับประทาน (ให้หลังจากฉีดยาเมสนาเข้าหลอดเลือดดำหนึ่งครั้ง): รับประทานยาเมสนาในขนาด 40% ของขนาดยาไอฟอสฟามายด์ ให้ยา 2 และ 6 ชั่วโมงหลังจากให้ยาไอฟอสฟามายด์แต่ละครั้ง (เช่น หากให้ยาไอฟอสฟามายด์ในขนาด 1.2 กรัม/ตารางเมตร ขนาดยาของยาเมสนาสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำควรจะเป็น 240 มก./ตารางเมตร ให้พร้อมกับยาไอฟอสฟามายด์ และขนาดยาเมสนาแบบรับประทานควรเป็น 480 มก./ตารางเมตร ให้ยา 2 และ 6 ชั่วโมงหลังจากให้ยาไอฟอสฟามายด์

คำแนะนำ 

  • เพื่อการรักษาระดับการป้องกัน ควรให้ยาซ้ำในขนาดยาที่แนะนำทุกวันที่ให้ยาไอฟอสฟามายด์ 
  • เมื่อมีการปรับขนาดยาไอฟอสฟามายด์ (ลดลงหรือเพิ่มขึ้น) ก็ควรปรับขนาดยาเมสนาตามด้วยเช่นกัน
  • ควรรักษาระดับของน้ำและระดับของปัสสาวะให้เพียงพอ เท่าที่จำเป็นจากการรักษาด้วยยาไอฟอสฟามายด์ และควรเฝ้าระวังปัสสาวะเพื่อหาภาวะปัสสาวะเป็นเลือด (hematuria) หากเกิดภาวะปัสสาวะเป็นเลือดอย่างรุนแรง ในขณะที่ใช้ยาเมสนาตามตารางการใช้ยาที่แนะนำ อาจจำเป็นต้องลดขนาดยาไอฟอสฟามายด์ หรือหยุดการรักษาด้วยยาไอฟอสฟามายด์

การใช้งาน

  • เป็นยาป้องกันเพื่อลดโอกาสในการเกิดภาวะเลือดออกในกระเพาะปัสสาวะเนื่องจากยาไอฟอสฟามายด์

การปรับขนาดยา 

  • จำเป็นต้องใช้ยาเมสนาให้เพียงพอเพื่อให้เพียงพอต่อการป้องกันผู้ป่วยจากผลความเป็นพิษต่อระบบปัสสาวะของออกซ์ซาฟอสไฟน์ (oxazaphosphorine) 
  • ระยะเวลาในการใช้ยาเมสนานั้น ควรเท่ากับการใช้ยาออกซ์ซาฟอสไฟน์ บวกกับระยะเวลาที่ความเข้มข้นในปัสสาวะของการสลายยาออกซ์ซาฟอสไฟน์นั้น ลดลงมาจนถึงระดับที่ไม่เป็นพิษ มักจะเกิดขึ้นภายใน 8 ถึง 12 ชั่วโมง หลังจากสิ้นสุดการรักษาด้วยยาออกซ์ซาฟอสไฟน์ แต่อาจจะขึ้นอยู่กับตารางการใช้ยาออกซ์ซาฟอสไฟน์เป็นอย่างมาก ปริมาณของปัสสาวะควรอยู่ที่ 100 มล./ชั่วโมง (เท่าที่จำเป็นในการรักษาด้วยยาออกซ์ซาฟอสไฟน์) และควรเฝ้าระวังปัสสาวะ เพื่อมองหาภาวะปัสสาวะเป็นเลือด และภาวะโปรตีนในปัสสาวะตลอดช่วงในการรักษา

คำแนะนำอื่นๆ 

ความเสถียร 

  • ขวดยาสำหรับใช้หลายครั้งสามารถเก็บและใช้ได้นานถึง 8 วันหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
  • เก็บสารละลายแล้วที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส และใช้ภายใน 24 ชั่วโมง

ทั่วไป

  • อย่าผสมยาเมสนาสำหรับฉีดเข้ากับอีพิรูบิซซิน (epirubicin) ไซโคลฟอสฟาไมด์ (cyclophosphamide) ซิสพลาติน (cisplatin) คาร์โบพลาติน (carboplatin) และไนไตรเจนมัสตาร์ด (nitrogen mustard) 
  • เบนซิล แอลกอฮอล์ (benzyl alcohol) ที่อยู่ในขวดยาเมสนาสำหรับฉีดนั้นสามารถลดความเสถียรของยาไอฟอสฟามายด์ และสามารถผสมยาเมสนาลงในถุงยาเดียวกันเพื่อให้ความเข้มข้นสุดท้ายของยาไอฟอสฟามายด์ไม่เกิน 50 มก./มล. ยาไอฟอสฟามายด์ที่มีความเข้มข้นมากกว่านี้นั้นอาจจะไม่สามารถเข้ากันได้กับยาเมสนาและอาจลดความเสถียรของยาไอฟอสฟามายด์
  • ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์สำหรับฉีดเพื่อหาฝุ่นละอองหรือการเปลี่ยนสีก่อนใช้เพื่อดูว่าสามารถใช้สารละลายหรือขวดยานั้นได้หรือไม่ หากสารละลายนั้นเปลี่ยนสี ขุ่น หรือมีฝุ่นละออง ไม่ควรใช้ยานั้น

ข้อมูลการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ป่วย 

  • ผู้ป่วยควรหยุดใช้ยาเมสนาและรับการรักษาในทันทีหากมีสัญญาณของภาวะภูมิแพ้ (hypersensitivity reaction) รวมถึงปฏิกิริยาช็อกจากการแพ้อย่างรุนแรงทั่วร่างกาย (systemic anaphylactic reactions) 
  • ผู้ป่วยควรใช้ยาเมสนาในเวลาและขนาดที่ตรงกับที่กำหนดอย่างเคร่งครัด 
  • ผู้ป่วยควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพหากมีอาการอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาเมสนา หรือหากลืมรับประทานยาเมสนา
  • ยาเมสนานั้นไม่สามารถป้องกันภาวะเลือดออกในกระเพราะปัสสาวะในผู้ป่วยทุกรายได้ และไม่สามารถบรรเทาผลไม่พึงประสงค์หรือความเป็นพิษที่เกี่ยวข้องกับยาไอฟอสฟามายด์
  • ผู้ป่วยควรแจ้งผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพหากปัสสาวะเป็นสีชมพูหรือสีแดง
  • ผู้ป่วยควรดื่มน้ำวันละ 1 ถึง 2 ลิตรระหว่างการใช้ยาเมสนา
  • แนะนำผู้ป่วยว่า อาจเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นได้คือ กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน กลุ่มอาการผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง (toxic epidermal necrolysis) ผื่นจากยาพร้อมกับภาวะเม็ดเลือดขาว (eosinophili) มากผิดปกติ มีอาการทั่วร่างกาย ตุ่มน้ำพอง แผลที่ผิวหนัง และปฏิกิริยาของเยื่อบุ (mucosal reactions) ผู้ป่วยควรแจ้งผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพ หากมีสัญญาณและอาการของกลุ่มอาการเหล่านี้เกิดขึ้น

ขนาดยาเมสนาสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา 

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ชุดยาสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
  • สารละลายสำหรับฉีด
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด 

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย