เมแมนทีน (Memantine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรพิมพ์จิต วัฒนชโนบล

ชื่อสามัญ: เมแมนทีน (Memantine) Brand Name(s): เมแมนทีน (Memantine).

ข้อบ่งใช้

ยาเมแมนทีนใช้สำหรับ

ยาเมแมนทีน (Memantine) ใช้เพื่อรักษาภาวะสับสน (ภาวะสมองเสื่อม) ขั้นไม่รุนแรงถึงรุนแรง ซึ่งสัมพันธ์กับโรคอัลไซเมอร์ ยานี้ไม่ได้ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่อาจช่วยทำให้ความทรงจำ การรับรู้และความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันดีขึ้น ยานี้ออกฤทธิ์โดยต้านการทำงานของสารบางชนิดที่เกิดขึ้นในสมอง ซึ่งก็คือสารกลูตาเมต (glutamate) ที่เชื่อกันว่าสัมพันธ์กับอาการของโรคอัลไซเมอร์

วิธีการใช้ยาเมแมนทีน

รับประทานยานี้พร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ตามแพทย์สั่ง ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะโรค และการตอบสนองต่อการรักษา เมื่อคุณรับประทานยานี้ในช่วงเริ่มแรก คุณมักได้รับประทานเพียงหนึ่งครั้งต่อวัน และเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง แพทย์อาจสั่งให้คุณรับประทานยาในปริมาณต่ำก่อนจะค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีการเพิ่มขนาดยาเป็นมากกว่า 5 มิลลิกรัมต่อวัน ควรรับประทานยานี้วันละ 2 ครั้ง หรือตามที่แพทย์สั่ง

หากคุณรับประทานยาเมแมนทีนในรูปแบบยาน้ำ อ่านคำแนะนำของผู้ผลิตให้ดี และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ใช้ไซริงจ์สำหรับตวงยาที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ เพื่อวัดปริมาณยา ไม่ควรใช้ช้อนรับประทานอาหารเนื่องจากคุณอาจได้ปริมาณยาที่ผิดพลาด และอย่าผสมยานี้กับน้ำหรือของเหลวอื่น ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณมีข้อสงสัยใดๆ

รับประทานยานี้อย่างสม่ำเสมอ และรับประทานในเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อจะได้ไม่ลืมทานยา และให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณแย่ลง

การเก็บรักษายาเมแมนทีน

คุณควรเก็บยาเมแมนทีนไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาเมแมนทีนไว้ให้ห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาเมแมนทีนแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนบรรจุภัณฑ์ของยาหรือถามเภสัชกร และเพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาเมแมนทีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป โดยปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมแมนทีน

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงประวัติการรักษาและการใช้ยา โดยเฉพาะโรคไต การติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะขั้นรุนแรง การเปลี่ยนแปลงอาหารที่รับประทานในช่วงนี้ (จากอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นอาหารมังสวิรัติ)

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึมหรือมองเห็นไม่ชัดเจน แอลกอฮอล์ อาจทำให้อาการของคุณรุนแรงยิ่งขึ้น อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัวจนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร)

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรรับประทานยาเมโทลาโซนเมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาความเสี่ยงและข้อดีกับแพทย์

ยานี้อาจซึมเข้าไปในน้ำนม ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาเมแมนทีนระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานยาเมแมนทีน อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาเมแมนทีนจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท B

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

· A = ไม่เสี่ยง

· B = ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น

· C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง

· D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง

· X = ห้ามใช้

· N = ไม่ทราบแน่ชัด

Side effects

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเมแมนทีน

คุณอาจปวดตามร่างกาย วิงเวียนศีรษะ ท้องผูกและปวดศีรษะ หากยังคงมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นหรืออาการแย่ลง แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

โปรดทราบว่าแพทย์ได้จ่ายยานี้ เนื่องจากได้ตัดสินใจแล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง ซึ่งหลายคนใช้ยานี้แล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

อาการแพ้ยาที่รุนแรงเกิดขึ้นน้อยมาก อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้รุนแรง ได้แก่ เกิดผื่น อาการคัน หรือบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง รวมถึง หายใจลำบาก

ผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และอาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

Interactions

ปฏิกิริยาระหว่างยาอื่น

ยาบางชนิดที่อาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน ได้แก่ สารยับยั้งเอนไซม์คาร์บอนิกแอนไฮเดรส (carbonic anhydrase inhibitor) เช่นยาอะเซตาโซลาไมด์ (acetazolamide) ยาเมทาโซลาไมด์ (methazolamide) โซเดียมไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate)

ยาเมแมนทีนอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทาน ออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มทานยา หรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยาต่ออาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมแมนทีนกับอาหารหรือแอลกอฮอล์อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยาหรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจเกิดปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

ยาเมแมนทีนอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาเมแมนทีน

ขนาดยาเมแมนทีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

แบบออกฤทธิ์ทันที

อาทิตย์ที่ 1: รับประทานยา 5 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง

อาทิตย์ที่ 2: รับประทานยา10 มิลลิกรัมต่อวัน (รับประทานยา 5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง)

อาทิตย์ที่ 3: รับประทานยา 15 มิลลิกรัมต่อวัน (โดยการแบ่งรับประทานยาเป็น 5 มิลลิกรัมและ 10 มิลลิกรัม )

อาทิตย์ที่ 4​: ขนาดยาที่คงที่ เพื่อผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง รับประทานยา 20 มิลลิกรัมต่อวัน (รับประทานยา 10 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง)

แบบออกฤทธิ์นาน

-ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทานยา 7 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง

-ขนาดยาคงที่ เพื่อการรักษาต่อเนื่องและขนาดยาสูงสุด: รับประทานยา 28 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้งค่อยๆ เพิ่มขนาดยาจากขนาดเริ่มต้นขึ้น 7 มิลลิกรัมจนกว่าจะถึงขนาดยาคงที่เพื่อผลการรักษาอย่างต่อเนื่องที่แนะนำ

คำแนะนำ: ช่วงเวลาที่น้อยที่สุดที่แนะนำสำหรับการเพิ่มขนาดยาในแต่ละครั้งคือ 1 สัปดาห์ เพิ่มขนาดยาเมื่อร่างกายสามารถทนต่อฤทธิ์ยาจากขนาดยาในครั้งก่อน

การใช้: ใช้รักษาภาวะสมองเสื่อมขั้นปานกลางถึงรุนแรงของผู้ป่วยอัลไซเมอร์

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

-การทำงานผิดปกติของไตขั้นไม่รุนแรงถึงปานกลาง (CrCl 30 – 80 มล/นาที): ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

-การทำงานผิดปกติของไตขั้นรุนแรง (CrCl 5 – 29 มล/นาที) : ยาแบบออกฤทธิ์ทันที: รับประทานยา 5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

ยาแบบที่ออกฤทธิ์นาน (ขนาดยาคงที่เพื่อผลต่อการรักษาอย่างต่อเนื่องและขนาดยาสูงสุด): รับประทานยา 14 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

-การทำงานผิดปกติของตับขั้นไม่รุนแรงถึงปานกลาง หรือมีค่าไชด์พิว (Child-Pugh) เอหรือบี: ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

-การทำงานผิดปกติของตับขั้นรุนแรงหรือมีค่าไชด์พิวซี: ยาแบบออกฤทธิ์ทันที: ใช้ด้วยความระมัดระวัง ยาแบบออกฤทธิ์นาน: ไม่มีข้อมูล

การปรับขนาดยา

การเปลี่ยนจากยาแบบออกฤทธิ์ทันที (IR) เป็นแบบออกฤทธิ์นาน (XR):

-ผู้ป่วยที่รับประทานยาแบบออกฤทธิ์ทันที 10 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง: เปลี่ยนเป็นรับประทานยาแบบออกฤทธิ์นาน 28 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ในวันถัดจากวันที่รับประทานยาแบบออกฤทธิ์ทันทีครั้งสุดท้าย

-ผู้ป่วยที่ไตทำงานผิดปกติอย่างรุนแรง (CrCl 5 – 29 มล/นาที): เปลี่ยนเป็นรับประทานยาแบบออกฤทธิ์นาน 14 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง ในวันถัดจากวันที่รับประทานยาแบบออกฤทธิ์ทันทีครั้งสุดท้าย

-หมายเหตุ: ไม่มีการศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการรับประทานยาแบบออกฤทธิ์ทันที 10 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และยาแบบออกฤทธิ์นาน 28 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง

หากไม่สามารถรับประทานยา หรือลืมรับประทานยา(แบบออกฤทธิ์ทันทีและแบบออกฤทธิ์นาน) นานหลายวัน: พิจารณาเริ่มรับประทานยาในขนาดที่ต่ำกว่าและและค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้น ตามแผนมาตรฐานการเพิ่มขนาดยา

ขนาดยาเมแมนทีนสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยาเมแมนทีน

ยาเมแมนทีนมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ออรัลคิท (oral kit)
  • ยาน้ำสำหรับรับประทาน
  • แคปซูลสำหรับรับประทาน เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อเนื่อง

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งถัดไป ให้รับประทานยาในครั้งถัดไปได้เลย และรับประทานยาต่อไปตามปกติ ห้ามรับประทานยาเป็นสองเท่าของขนาดยาปกติ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 23, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 23, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย