เมโทลาโซน (Melatozone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เมโทลาโซน (Melatozone) Brand Name(s): เมโทลาโซน (Melatozone).

ข้อบ่งใช้

ยาเมโทลาโซนใช้สำหรับ

ยาเมโทลาโซน (Melatozone) เป็นยาขับปัสสาวะ (diuretic) ที่เพิ่มจำนวนปัสสาวะที่ร่างกายผลิต ซึ่งทำให้ร่างกายขับน้ำที่มีมากเกินไปออก ยานี้ใช้เพื่อรักษาความดันโลหิตสูง การลดความดันโลหิตจะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตก โรคหัวใจและโรคไต

ยานี้จะลดอาการบวม หรือมีน้ำค้างอยู่ในร่างกาย ที่เรียกว่าอาการบวมน้ำ (edema) ซึ่งเป็นผลจากโรคหัวใจวายหรือโรคไต ยานี้ทำให้อาการบางอย่างดีขึ้น เช่น มีปัญหาในการหายใจ

วิธีการใช้ยาเมโทลาโซน

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์สั่ง ปกติแล้ว 1 ครั้งต่อวัน พร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรค และการตอบสนองต่อการรักษา
หากคุณรับประทานยานี้ใกล้เวลานอนมากเกินไป คุณอาจจำเป็นต้องตื่นเพื่อมาปัสสาวะ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือรับประทานยานี้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

รับประทานยานี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อช่วยเตือนความจำ รับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน สิ่งสำคัญคือต้องรับประทานยาไปเรื่อยๆ แม้ว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้น คนส่วนมากที่มีความดันโลหิตสูงไม่ได้รู้สึกป่วย อย่าหยุดยาโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อาจใช้เวลา 3 ถึง 6 สัปดาห์ กว่าความดันโลหิตจะต่ำลง
ยาคลอเรสไทรามีน (Cholestyramine) และยาคอเลสทิพอล (colestipol) สามารถลดการดูดซึมยาเมโทลาโซนได้ หากคุณรับประทานยาชนิดใดชนิดหนึ่ง เว้นระยะการรับประทานยาเมโทลาโซนกับยาคอเลสไทรามีนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และกับยาคอเลสทิพอลอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

หากคุณยังมีอาการอยู่ หรืออาการแย่ลง ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

การเก็บรักษายาเมโทลาโซน

คุณควรเก็บยาเมโทลาโซนไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาเมโทลาโซนไว้ให้ห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาเมโทลาโซนแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาเมโทลาโซนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือการทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมโทลาโซน

ก่อนจะรับประทานยาเมโทลาโซน แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณแพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ แต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรรับประทานยานี้ หากคุณเป็นโรคบางชนิด ก่อนรับประทานยานี้ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณเป็นโรคไตขั้นรุนแรง กล่าวคือร่างกายไม่สามารถผลิตปัสสาวะได้ หรือปัสสาวะน้อยผิดปกติ (anuria)

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ ถึงประวัติการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคไต โรคตับ แร่ธาตุในร่างกายไม่สมดุลที่ยังไม่ได้รับการรักษา เช่น โซเดียม และโพแทสเซียม โรคเกาต์ โรคลูปัส (lupus)

หากคุณเป็นเบาหวาน ยาเมโทลาโซนอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์สั่ง และแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากคุณมีอาการของภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่น อยากอาหารเพิ่มขึ้น หรือปัสสาวะมากขึ้น แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับยารักษาเบาหวาน โปรแกรมออกกำลังกาย หรือการรับประทานอาหารของคุณ

ยานี้อาจลดระดับโพแทสเซียมในเลือด ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเพิ่มโพแทสเซียมในอาหาร แพทย์อาจให้อาหารเสริมที่มีโพแพสเซียม

ยานี้อาจทำให้คุณไวต่อแสงอาทิตย์มากขึ้น จำกัดเวลาที่คุณจะต้องอยู่กลางแดด หลีกเลี่ยงการอาบแดดและหลอดไฟอัลตราไวโอเลต ทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าที่ปกป้องผิว เมื่ออยู่ในที่แจ้ง แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากผิวไหม้ พุพอง หรือเป็นรอยแดง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัดเจน แอลกอฮอล์หรือกัญชาอาจทำให้อาการของคุณรุนแรงยิ่งขึ้น อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัว จนกว่าคุณจะแน่ใจว่า คุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรค

เพื่อลดความเสี่ยงของอาการวิงเวียนศีรษะและหน้ามืด ค่อยๆ ลุกขึ้นเมื่อเปลี่ยนจากท่านั่งหรือนอนเป็นท่ายืน

แนะนำให้รับประทานยานี้อย่างระมัดระวังในผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจจะตอบสนองต่อผลข้างเคียงมากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียนศีรษะ

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรรับประทานยาเมโทลาโซนเมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาความเสี่ยงและข้อดีกับแพทย์

ยานี้อาจซึมเข้าไปในน้ำนม ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยง ในการใช้ยาเมโทลาโซนระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เสมอ เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนรับประทานยาเมโทลาโซน อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาเมโทลาโซนจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท B

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

· A = ไม่เสี่ยง

· B = ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น

· C = อาจจะมีความเสี่ยง

· D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง

· X = ห้ามใช้

· N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเมโทลาโซน

คุณอาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ปวดศีรษะ มองเห็นไม่ชัด เบื่ออาหาร ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องเสีย หรือท้องผูก เนื่องจากร่างกายปรับตัวให้เข้ากับยา หากยังคงมีอาการเหล่านี้เกิดอย่างต่อเนื่อง หรืออาการแย่ลง แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

โปรดระลึกไว้ว่า แพทย์จ่ายยานี้เนื่องจากได้ตัดสินใจแล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้แล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

ยานี้อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและแร่ธาตุ (รวมถึงโพแทสเซียม) มากเกินไป แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากคุณมีอาการของภาวะขาดน้ำ หรือสูญเสียแร่ธาตุที่ไม่น่าเกิดขึ้นแต่รุนแรงเหล่านี้ ได้แก่ กล้ามเนื้อเป็นตะคริวหรืออ่อนแรง มึนงง วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ปากแห้ง หรือกระหายน้ำผิดปกติ คลื่นไส้หรืออาเจียน หายใจเร็วหรือผิดปกติ หน้ามืดและชัก

แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากผลข้างเคียงที่ไม่น่าเกิดขึ้นแต่รุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้น ได้แก่ แขนขาชาหรือเป็นเหน็บ สมรรถภาพทางเพศลดลง

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากผลข้างเคียงที่ไม่น่าเกิดขึ้นแต่รุนแรงอย่างมากเหล่านี้เกิดขึ้น ได้แก่ เจ็บคอหรือเป็นไข้และรักษาไม่หาย เลือดออกหรือฟกช้ำง่าย ปวดกระเพาะหรือปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียนไม่หยุด ดวงตาหรือผิวเป็นสีเหลือง สัญญาณของโรคไต เช่น การเปลี่ยนแปลงของปริมาณปัสสาวะ

เข้ารับการรักษาทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงอย่างมากเหล่านี้ ได้แก่ มองเห็นลดลง ปวดตา

ไม่ค่อยมีอาการแพ้ยาที่รุนแรงเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้ที่รุนแรง ได้แก่ เกิดผื่น คันผิว หรือผิวบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไม่ควรรับประทานยาเมโทลาโซนพร้อมกับยาคิซาไพรด์ (cisapride) เนื่องจากปฏิกิริยาที่รุนแรงอาจเกิดขึ้น

หากคุณยังคงรับประทานยาใดยาหนึ่งต่อไปนี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนรับประทานยาเมโทลาโซน

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่คุณอาจใช้ โดยเฉพาะคอเลสไทรามีน (cholestyramine) ยาคอเลสติพอล (colestipol) ยาไดอะซอกไซด์ (diazoxide) ยาไดจอกซิน (digoxin) ยาโดฟีทิไลด์ (dofetilide) ยาลิเทียม (lithium)

ยาชนิดอื่นมีส่วนผสมที่อาจเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต แจ้งให้เภสัชกรทราบว่า คุณใช้ยาอะไรอยู่บ้าง และถามการใช้ยาเหล่านั้นอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอและหวัด อาหารเสริม หรือยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDs) เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) และยานาพรอกเซน (naproxen)

ยานี้อาจส่งผลต่อผลตรวจทางห้องปฏิบัติการบางชนิด เช่น การตรวจการทำงานของต่อมพาราไทรอยด์ (parathyroid function test) แจ้งบุคลากรในห้องปฏิบัติการและแพทย์ทราบว่า คุณกำลังรับประทานยานี้อยู่

ยาเมโทลาโซนอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หรือหยุดรับประทานยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเทโทลาโซนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมโทลาโซนอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกาย อาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยาเมโทลาโซน

ขนาดยาเมโทลาโซนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นความดันโลหิตสูง

ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทานยายาซาโรโซลิน (Zaroxolyn) ครั้งละ2.5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน หรือรับประทานยาไมครอกซ์ (Mykrox) ครั้งละ 0.5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่ป่วยที่มีอาการบวมน้ำ

ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทานยายาซาโรโซลินครั้งละ 5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน หรือรับประทานยาไมครอกซ์ครั้งละ 0.5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การปรับขนาดยา

ขนาดยาซาโรโซลินหรือไมครอกซ์อาจเพิ่มขึ้นสองเท่าใน 3 วันเพื่อควบคุมความดันโลหิตสูงหรือลดอาการบวมน้ำ

ผู้ป่วยที่ไตทำงานผิดปกติอย่างรุนแรงจำเป็นต้องรับประทานยาเมโทลาโซนในขนาดที่สูง

การฟอกไต (Dialysis)

ยาเมโทลาโซนจะไม่ถูกฟอกทางไตหรือฟอกไตทางช่องท้อง ( peritoneal dialysis)

คำแนะนำอื่นๆ

ขนาดยาซาโรโซลินสูงสุดที่แนะนำต่อวันคือ 5 มิลลิกรัม สำหรับความดันโลหิตสูง และ 20 มิลลิกรัม สำหรับอาการบวมน้ำ

ขนาดยาไมครอกซ์สูงสุดที่แนะนำต่อวันคือ 1 มิลลิกรัม

แนะนำให้ตรวจวัดอิเล็กโทรไลต์ (electrolyte) ในผู้ป่วยสูงอายุ และได้รับขนาดยาที่สูงเป็นระยะ

ขนาดยาเมโทลาโซนสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือ ต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัย ก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยาเมโทลาโซน

ยาเมโทลาโซนมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 19, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 19, 2018

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน