เลโทรโซล (Letrozole)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เลโทรโซล (Letrozole) Brand Name(s): เลโทรโซล (Letrozole).

ข้อบ่งใช้

ยาเลโทรโซลใช้สำหรับ

ยาเลโทรโซล (Letrozole) ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านมบางชนิด เช่น โรคมะเร็งเต้านมที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวก (hormone-receptor-positive breast cancer) ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ยาเลโทรโซลยังใช้เพื่อป้องกันไม่ให้โรคมะเร็งกลับมาเป็นอีกครั้งอีกด้วย โรคมะเร็งเต้านมบางชนิดนั้น จะเติบโตได้เร็วขึ้นด้วยฮอร์โมนตามธรรมชาติอย่างฮอร์โมนเอสโตรเจน ยาเลโทรโซลจะลดปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ร่างกายผลิต และช่วยชะลอหรือย้อนกลับการเจริญเติบโตของโรคมะเร็งเต้านมเหล่านี้

วิธีการใช้ยาเลโทรโซล

รับประทานยานี้โดยปกติคือวันละครั้ง พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก หรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

เนื่องจากยานี้สามารถดูดซึมผ่านทางผิวหนังและปอดได้ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จึงไม่ควรถือยานี้ หรือสูดหายใจฝุ่นละอองจากเม็ดยาเข้าไป

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากอาการของคุณรุนแรงขึ้น (เช่น มีก้อนในเต้านมก้อนใหม่)

การเก็บรักษายาเลโทรโซล

ยาเลโทรโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเลโทรโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเลโทรโซลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเลโทรโซล

ก่อนใช้ยาเลโทรโซล แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือแพ้ต่อยาแอนแนสโทรโซล (anastrozole) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะภาวะไขมันในเลือดสูง (คอเลสเตอรอล) ปัญหาเกี่ยวกับกระดูก เช่น โรคกระดูกบาง หรือโรคกระดูกพรุน โรคหลอดเลือดสมองหรือลิ่มเลือด โรคหัวใจ (เช่น เจ็บหน้าอก โรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หรือโรคหัวใจวาย) ภาวะความดันโลหิตสูง ปัญหาเกี่ยวกับไต ปัญหาเกี่ยวกับตับ

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เหนื่อยล้า หรือในนานๆ ครั้งก็อาจเกิดอาการมองเห็นไม่ชัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการวิงเวียนหรือเหนื่อยล้ารุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวหรือการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ห้ามใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ยาเลโทรโซลนั้นจะใช้สำหรับผู้หญิงในวัยหลังหมดประจำเดือนเป็นหลัก หากคุณเพิ่งผ่านวัยหมดประจำเดือนมาไม่นาน โปรดปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ ระหว่างที่กำลังใช้ยานี้และภายใน 3 สัปดาห์หลังจากหยุดใช้ยา อย่าใช้การคุมกำเนิดที่มีเอสโตรเจน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณตั้งครรภ์ หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากความเสี่ยงในการเป็นอันตรายต่อทารก จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้ และภายใน 3 สัปดาห์หลังจากหยุดใช้ยา โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเลโทรโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเลโทรโซล

อาจเกิดอาการร้อนวูบวาบ ผมร่วง มีอาการปวดที่ข้อต่อ กระดูก หรือกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า เหงื่อออกผิดปกติ คลื่นไส้ ท้องร่วง และนอนไม่หลับ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ กระดูกหัก มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ (เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล) มีอาการบวมที่แขนหรือขา มองเห็นไม่ชัด คลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง เหนื่อยล้าผิดปกติ ปัสสาวะสีคล้ำ ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง

ในนานๆ ครั้งยานี้ (และโรคมะเร็ง) อาจทำให้เกิดปัญหาจากลิ่มเลือดที่รุนแรง เช่น โรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง รับการรักษาในทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้คือ หายใจไม่อิ่มกะทันหัน มีอาการปวดที่หน้าอก กราม หรือแขนข้างซ้าย สับสน ไอเป็นเลือด วิงเวียนหรือหมดสติกะทันหัน รู้สึกปวด บวม หรืออุ่นที่บริเวณขาหนีบหรือน่อง เป็นเหน็บ อ่อนแรง หรือชาที่แขนหรือขา พูดไม่ชัด อ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ปวดหัวอย่างรุนแรงหรือกะทันหัน

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ เอสโตรเจน (estrogens) เช่น เอทินิล เอสตร้าไดออล (ethinyl estradiol) หรือฮอร์โมนทดแทนเอสโตรเจน (conjugated estrogens) เอสโตรเจน บล็อกเกอร์ (estrogen blockers) เช่น อะนาสโทรโซล (anastrozole) หรือทามอกซิเฟน (tamoxifen)

ยาเลโทรโซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเลโทรโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเลโทรโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเลโทรโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer)

2.5 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา

  • สำหรับเป็นตัวยาเสริมและตัวยาเสริมในระยะยาว ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงระยะเวลารักษาที่ดีที่สุด ควรหยุดการรักษาเมื่ออาการทรุดตัวลง
  • โรคระดับรุนแรง จนกว่าจะเห็นการพัฒนาของเนื้องอกอย่างชัดเจน

การใช้งาน

  • ใช้เป็นตัวยาเสริมสำหรับผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวกในระยะแรก
  • ใช้เป็นตัวยาเสริมในระยะยาวสำหรับโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรกในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่เคยรับการรักษาโดยใช้ยาทาม็อกซิเฟน (tamoxifen) เป็นตัวยาเสริมมาแล้ว 5 ปี
  • ใช้เป็นการรักษาอย่างแรกสำหรับโรคมะเร็งเต้านมระดับรุนแรงในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวกหรือโรคมะเร็งลุกลามเฉพาะที่แบบไม่ทราบชนิด หรือโรคมะเร็งเต้านมแบบลุกลาม ใช้เป็นการรักษาอย่างที่สองสำหรับโรคมะเร็งเต้านมระดับรุนแรง ในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ที่มีอาการรุนแรงขึ้นหลังจากการรักษาด้วยยาต้านเอสโตรเจน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านม – เป็นตัวยาเสริม

2.5 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา

  • สำหรับเป็นตัวยาเสริมและตัวยาเสริมในระยะยาว ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงระยะเวลารักษาที่ดีที่สุด ควรหยุดการรักษาเมื่ออาการทรุดตัวลง
  • โรคระดับรุนแรง จนกว่าจะเห็นการพัฒนาของเนื้องอกอย่างชัดเจน

การใช้งาน

  • ใช้เป็นตัวยาเสริมสำหรับผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวกในระยะแรก
  • ใช้เป็นตัวยาเสริมในระยะยาวสำหรับโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรกในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่เคยรับการรักษาโดยใช้ยาทาม็อกซิเฟน เป็นตัวยาเสริมมาแล้ว 5 ปี
  • ใช้เป็นการรักษาอย่างแรกสำหรับโรคมะเร็งเต้านมระดับรุนแรง ในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวก หรือโรคมะเร็งลุกลามเฉพาะที่แบบไม่ทราบชนิด หรือโรคมะเร็งเต้านมแบบลุกลาม ใช้เป็นการรักษาอย่างที่สอง สำหรับโรคมะเร็งเต้านมระดับรุนแรง ในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ที่มีอาการรุนแรงขึ้น หลังจากการรักษาด้วยยาต้านเอสโตรเจน

การปรับขนาดยาสำหรับไต

  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) 10 มล./นาทีหรือมากกว่า ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ
  • ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 10 มล./นาที ไม่มีข้อมูล

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

  • ตับบกพร่องระดับเบาถึงปานกลาง ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ
  • ตับบกพร่องระดับรุนแรงพร้อมกับโรคตับแข็ง (Cirrhosis) 2.5 มก. รับประทานวันเว้นวัน
  • มีปริมาณสารบิลิรูบินสูง (Elevated Bilirubin) โดยไม่เป็นโรคตับแข็ง ไม่มีข้อมูล

กระบวนการไดอะไลซิส (Dialysis)

ยานี้คาดว่าสามารถกำจัดโดยกระบวนการไดอะไลซิสได้ แต่ไม่มีรายงานแนวทางการปรับขนาดยา

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการให้ยา

  • รับประทานยานี้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหาร
  • ยานี้ใช้เฉพาะกับผู้หญิงที่อยู่ในวัยหลังหมดประจำเดือนอย่างแน่ชัด สำหรับผู้ที่ไม่แน่ชัดว่าอยู่ในวัยหมดประจำเดือน ควรวัดระดับของฮอร์โมนแอลเอช (luteinizing hormone) ฮอร์โมนเอฟเอสเอช (follicle-stimulating hormone) และ/หรือ ระดับของเอสตร้าไดออล (estradiol) ก่อนเริ่มต้นการรักษา
  • หากลืมรับประทานยาให้ข้ามมื้อยาไป หากเหลือเวลาอีก 2 ถึง 3 ชั่วโมงก่อนเวลาการใช้ยาครั้งต่อไป ไม่เช่นนั้น ก็ควรจะรับประทานยาในทันทีเท่าเป็นไปได้ แล้วกลับมารับประทานยาตามตารางการใช้ยาตามปกติ

การเก็บรักษา

เก็บยาไว้ที่อุณหภูมิห้อง (20 ถึง 25 องศาเซลเซียส) และเก็บให้พ้นจากแสง

ทั่วไป

  • ยังไม่มีการระบุประโยชน์ทางการแพทย์ของยานี้ ในผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือนที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม
  • ยังไม่มีการระบุประสิทธิภาพของยานี้ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นลบ
  • ยังไม่มีการศึกษาการใช้ยานี้ ในผู้ชายที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม
  • ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงวิธีการรักษา โดยเฉพาะสำหรับการใช้ยาเกินขนาด

การเฝ้าระวัง

  • ความหนาแน่นของมวลกระดูก
  • ระดับเซรั่มคอเลสเตอรอล

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการหมดแรง วิงเวียน และง่วงซึมได้ โปรดหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่อาจเป็นอันตรายจนกว่าคุณจะทราบผลของยาอย่างแน่ชัด

ขนาดยาเลโทรโซลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 26, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 26, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย