เวอราปามิล (Verapamil)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เวอราปามิล (Verapamil) Brand Name(s): เวอราปามิล (Verapamil).

ข้อบ่งใช้

ยาเวอราปามิลใช้สำหรับ

ยาเวอราปามิล (Verapamil) ใช้ร่วมกับยาอื่นหรือใช้เป็นยาชนิดเดียว เพื่อรักษาสภาวะความดันโลหิตสูง (hypertension) การลดระดับความดันโลหิตจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และปัญหาเกี่ยวกับไต ยาเวอราปามิลนั้นอยู่ในกลุ่มของยาแคลเซียมแชแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blocker) ทำงานโดยคลายหลอดเลือดและทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

ยาเวอราปามิลยังใช้เพื่อป้องกันอาการเจ็บหน้าอก (angina) และอาจช่วยเพิ่มความสามารถในการออกกำลังกายและลดความถี่ในการเกิดอาการเจ็บหน้าอกกำเริบ ยาเวอราปามิลยังใช้เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจหากคุณมีอาการหัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้รู้สึกสบาย และเพิ่มความสามารถในการออกกำลังกาย

การใช้งานในด้านอื่น ในส่วนนี้จะมีวิธีการใช้ยาที่ไม่ได้อยู่บนฉลากยาที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญ แต่อาจได้รับสั่งยาจากผู้ดูแลสุขภาพของคุณ หากผู้ดูแลสุขภาพของคุณสั่งยานี้ควรใช้ยานี้กับสภาวะที่อยู่ในรายชื่อนี้เท่านั้น

ยานี้ยังอาจใช้เพื่อรักษาโรคหัวใจประเภทอื่น อย่างโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ (hypertrophic cardiomyopathy)

วิธีการใช้ยาเวอราปามิล

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก โดยปกติคือวันละ 3 หรือ 4 ครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

สำหรับการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องแม้จะรู้สึกเป็นปกติ ผผู้ที่มีภาวะควาดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกเจ็บป่วยใดๆ

เพื่อป้องกันอาการเจ็บหน้าอก ควรใช้ยานี้เป็นประจำตามที่กำหนด ไม่ควรใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการเจ็บหน้าอกเมื่อมีอาการ ควรใช้ยาอื่นเพื่อบรรเทาอาการกำเริบกะทันหันตามที่แพทย์กำหนด (เช่น ยาไนโตรกลีเซอริน [nitroglycerin] วางใต้ลิ้น) ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อย่าหยุดใช้ยากะทันหันโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาการของคุณอาจจะแย่ลงหากหยุดใช้ยากะทันหัน ควรค่อยๆ ลดขนาดยา

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (เช่น ความดันโลหิตยังคงสูงอยู่ หรือเกิดอาการเจ็บหน้าอกบ่อยขึ้น)

การเก็บรักษายาเวอราปามิล

ยาเวอราปามิลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเวอราปามิลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเวอราปามิลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเวอราปามิล

ระหว่างที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ยา แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงของการใช้ยาต่อประโยชน์ของยาเสียก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเคยมีอาการที่ผิดปกติหรืออาการแพ้ต่อยานี้ นอกจากนี้ยังควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ที่คุณเป็น เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่หาซื้อเองควรอ่านฉลากยาหรือส่วนประกอบของยาอย่างละเอียด

เด็ก

ยังไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุต่อประสิทธิภาพของยาเวอราปามิลในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในกลุ่มอายุนี้

ผู้สูงอายุ

ยังไม่มีงานวิจัยในปัจจุบันที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะจำกัดประโยชน์ของยาเวอราปามิลในผู้สูงอายุ แต่ผู้ป่วยสูงอายุนั้น มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ตับ หรือไตที่เกี่ยวข้องกับอายุ ซึ่งอาจต้องการความระมัดระวัง และการปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาเวอราปามิล

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะบ่งชี้ความเสี่ยงของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์ เพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเวอราปามิล

รับการรักษาในทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ติดต่อแพทย์ในทันทีหากมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • หัวใจเต้นเร็วหรือช้า
  • รู้สึกเหมือนจะหมดสติ
  • เป็นไข้ เจ็บคอ และปวดหัวโดยมีแผลพุพองอย่างรุนแรง ผิวลอก และผดผื่นผิดหนังสีแดง
  • การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ดวงตา ลิ้น กราม หรือคอ
  • รู้สึกหายใจไม่อิ่มแม้จะเป็นเพียงแค่การออกกำลังกายเบาๆ
  • บวม น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • คลื่นไส้ ปวดท้อง ไข้ต่ำ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีคล้ำ อุจจาระสีดินเหนียว ดีซ่าน (ผิวหรือดวงตาเป็นสีเหลือง)

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • ท้องผูก คลื่นไส้
  • ผดผื่นผิวหนังหรือคัน
  • วิงเวียน ปวดหัว รู้สึกเหนื่อย
  • รู้สึกอุ่น คัน มีรอยแดง หรือรู้สึกซ่าที่ผิวหนัง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเวอราปามิลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะตัดสินใจไม่ใช้ยาในกลุ่มนี้เพื่อรักษาคุณ หรือเปลี่ยนยาบางตัวที่คุณกำลังใช้อยู่

  • โคลชิซิน (Colchicine)
  • โดฟีทิไลด์ (Dofetilide)
  • โลมิทาไพด์ (Lomitapide)

โดยปกติแล้วไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อะเซบูโทลอล (Acebutolol)
  • อะเดโนซีน (Adenosine)
  • อะฟาทินิบ (Afatinib)
  • อัลเพรโนลอล (Alprenolol)
  • อะมิโอดาโรน (Amiodarone)
  • อะพิซาแบน (Apixaban)
  • อะริพิพราโซล (Aripiprazole)
  • อะทาซานาเวียร์ (Atazanavir)
  • อะเทโนลอล (Atenolol)
  • อะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin)
  • เบทาโซลอล (Betaxolol)
  • เบแวนโทลอล (Bevantolol)
  • ไบโซโพรลอล (Bisoprolol)
  • โบซูทินิบ (Bosutinib)
  • บูซินโดลอล (Bucindolol)
  • บิวพิวาเคน (Bupivacaine)
  • บิวพิวาเคนไลโปโซม (Bupivacaine Liposome)
  • คาร์บาเมเซพีน (Carbamazepine)
  • คาร์เทโอลอล (Carteolol)
  • คาร์เวดิลอล (Carvedilol)
  • เซลิโพรลอล (Celiprolol)
  • เซริทินิบ (Ceritinib)
  • คลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin)
  • โคลนิดีน (Clonidine)
  • โคลพิโดเกรล (Clopidogrel)
  • โคลเซพีน (Clozapine)
  • โคบิซิสแตต (Cobicistat)
  • คริโซทินิบ (Crizotinib)
  • ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine)
  • ดาบิกาทราน เอเทซิเลต (Dabigatran Etexilate)
  • ดาบราเฟนิบ (Dabrafenib)
  • แดนโทรเลน (Dantrolene)
  • ไดจอกซิน (Digoxin)
  • ไดเลวาลอล (Dilevalol)
  • ดอมเพริโดน (Domperidone)
  • โดโซรูไบซิน (Doxorubicin)
  • โดโซรูไบซินไฮโดรคลอไรด์ไลโปโซม (Doxorubicin Hydrochloride Liposome)
  • โดรเนดาโรน (Dronedarone)
  • อิลิกลูสแตต (Eliglustat)
  • อิเพลเรโนน (Eplerenone)
  • เออร์โลทินิบ (Erlotinib)
  • อิริโทรมัยซิน (Erythromycin)
  • เอสลิคาร์เบเซพีน อะซิเตต (Eslicarbazepine Acetate)
  • เอสโมลอล (Esmolol)
  • เอเวโรไลมัส (Everolimus)
  • เฟนทานิล (Fentanyl)
  • ฟิงโกลิมอด (Fingolimod)
  • ไฮโดรคลอไรด์ (Hydrocodone)
  • ไอบรูทินิบ (Ibrutinib)
  • ไอเดลาลิซิบ (Idelalisib)
  • ไอฟอสฟาไมด์ (Ifosfamide)
  • ไอวาบราดีน (Ivabradine)
  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole)
  • ลาเบทาลอล (Labetalol)
  • ลาโคโซไมด์ (Lacosamide)
  • เลโวบูโนลอล (Levobunolol)
  • โลวาสแตติน (Lovastatin)
  • ลูราซิโดน (Lurasidone)
  • เมพินโดลอล (Mepindolol)
  • เมพิวาคาอีน (Mepivacaine)
  • เมทิพราโนลอล (Metipranolol)
  • เมโทโพรลอล (Metoprolol)
  • มิโทเทน (Mitotane)
  • มอร์ฟีน (Morphine)
  • มอร์ฟีนซัลเฟตไลโปโซม (Morphine Sulfate Liposome)
  • นาโดลอล (Nadolol)
  • นาโลเซกอล (Naloxegol)
  • เนบิโวลอล (Nebivolol)
  • ไนโลทินิบ (Nilotinib)
  • นินเทดสนิบ (Nintedanib)
  • ออกเพรโนลอล (Oxprenolol)
  • เพนบูโทลอล (Penbutolol)
  • พินโดลอล (Pindolol)
  • พิเพราควีน (Piperaquine)
  • พิแซนโทรน (Pixantrone)
  • พริมมิโดน (Primidone)
  • โพรพราโนลอล (Propranolol)
  • ราดนลาซีน (Ranolazine)
  • ซิลทูซิแมบ (Siltuximab)
  • ซิเมเพรเวียร์ (Simeprevir)
  • ซิมวาสแตติน (Simvastatin)
  • โซทาลอล (Sotalol)
  • ทาลิโนลอล (Talinolol)
  • เทร์ทาโทลอล (Tertatolol)
  • ทิโมลอล (Timolol)
  • ทิซานิดีน (Tizanidine)
  • ทอลวาบแทน (Tolvaptan)
  • โทโพเทแคน (Topotecan)
  • ทราเบคเทดิน (Trabectedin)
  • วิลาโซโดน (Vilazodone)
  • วินคริสทีน (Vincristine)
  • วินคริสทีนซัลเฟตไลโปโซม (Vincristine Sulfate Liposome)

การใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่าง แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยา ตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อะซีโคลฟีแนค (Aceclofenac)
  • อะเซเมทาซิน (Acemetacin)
  • แอมทอลเมทิน กัวซิล (Amtolmetin Guacil)
  • แอสไพริน
  • บรอมเฟแนค (Bromfenac)
  • บูเฟซาแมค (Bufexamac)
  • บิวสไปโรน (Buspirone)
  • เซเลโคซิบ (Celecoxib)
  • โคลีน ซาลิไซเตต (Choline Salicylate)
  • โคลนิซิน (Clonixin)
  • ไซโคลสโพรีน (Cyclosporine)
  • ดาลโฟพริสทีน (Dalfopristin)
  • เดซิบูโพรเฟน (Dexibuprofen)
  • เดกคีโทโพรเฟน (Dexketoprofen)
  • ไดโคลเฟแนค (Diclofenac)
  • ดิลฟลูนิซาล (Diflunisal)
  • ไดจิโทซิน (Digitoxin)
  • ไดพีโรน (Dipyrone)
  • ดูทาสเตไรด์ (Dutasteride)
  • อิโทโดแลค (Etodolac)
  • อีโทเฟนาเมต (Etofenamate)
  • อิโทริโคซิบ (Etoricoxib)
  • เฟบบิแนค (Felbinac)
  • เฟโนโพรเฟน (Fenoprofen)
  • เฟพราดิลอล (Fepradinol)
  • เฟพราโซน (Feprazone)
  • เฟลคาอิไนด์ (Flecainide)
  • โฟลคทาเฟนีน (Floctafenine)
  • กรดเฟนามิค (Flufenamic Acid)
  • เฟลอร์ไบโพรเฟน (Flurbiprofen)
  • ฟอสเฟนีโทอิน (Fosphenytoin)
  • ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  • ไอบูโพรเฟนไลซีน (Ibuprofen Lysine)
  • อินไดนาเวียร์ (Indinavir)
  • อินโดเมทาซิน (Indomethacin)
  • ไอทราโคนาโซล (Itraconazole)
  • คีโตโพรเฟน (Ketoprofen)
  • คีโตโรแลค (Ketorolac)
  • ลิเทียม (Lithium)
  • ลอร์โนซิแคม (Lornoxicam)
  • โลโซโพรเฟน (Loxoprofen)
  • ลูมิราโคซิบ (Lumiracoxib)
  • เมโคลเฟนาเมต (Meclofenamate)
  • กรดเมเฟนามิค (Mefenamic Acid)
  • เมโลซิแคม (Meloxicam)
  • มิดาโซแลม (Midazolam)
  • มอร์นิฟลูเมต (Morniflumate)
  • นาบูเมโทน (Nabumetone)
  • นาพรอกเซน (Naproxen)
  • เนพาเฟแนค (Nepafenac)
  • เนไวราพีน (Nevirapine)
  • กรดนิฟลูมิค (Niflumic Acid)
  • นิเมซูไลด์ (Nimesulide)
  • ออกซาโพรซิน (Oxaprozin)
  • ออกคาร์ยาเซพีน (Oxcarbazepine)
  • ออกซิเฟนบูทาโซล (Oxyphenbutazone)
  • แพนคูโรเนียม (Pancuronium)
  • พาเรโคซิบ (Parecoxib)
  • เฟโนบาร์บิทอล (Phenobarbital)
  • เฟนีบูทาโซล (Phenylbutazone)
  • เฟนนีโทอิน (Phenytoin)
  • ไพคีโทโพรเฟน (Piketoprofen)
  • ไพโรซิแคม (Piroxicam)
  • พราโนโพรเฟน (Pranoprofen)
  • โพรกลูเมทาซิน (Proglumetacin)
  • โพรพีเฟนาโซล (Propyphenazone)
  • โพรกัวโซล (Proquazone)
  • ควินิดีน (Quinidine)
  • ควินูพริสทีน (Quinupristin)
  • ไรฟาเพนทีน (Rifapentine)
  • ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)
  • โรเฟโคซิบ (Rofecoxib)
  • กรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid)
  • ซาลซาเลต (Salsalate)
  • ซิโรลิมัส (Sirolimus)
  • โซเดียมซาลิไซเลต (Sodium Salicylate)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์น (St John’s Wort)
  • ซูลินแดค (Sulindac)
  • เทดิซามิล (Tedisamil)
  • เทลิโทรมัยซิน (Telithromycin)
  • เทโนซิแคม (Tenoxicam)
  • กรดไทอาโพรเฟนิค (Tiaprofenic Acid)
  • กรดทอลเฟนามิค (Tolfenamic Acid)
  • ทอลเมทิน (Tolmetiน)
  • ทูโบคูรารีน (Tubocurarine)
  • วาลเดโคซิบ (Valdecoxib)
  • เวคิวโรเนียม (Vecuronium)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเวอราปามิลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเวอราปามิลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure)
  • โรคกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้อเจริญผิดเพี้ยนแบบดูชีนน์ (Duchenne’s muscular dystrophy) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (myasthenia gravis)
  • โรคปอดบวมน้ำ (Pulmonary edema)
  • โรคสัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกปิดกั้น (Heart block)
  • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่นกลุ่มอาการวูลฟ์พาร์กินสันไวท์ (Wolff-Parkinson-White syndrome) กลุ่มอาการลาวน์ กานอง เลวีน (Lown-Ganong-Levine syndrome)
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ (hypotension)
  • กลุ่มอาการซิกไซนัส (Sick sinus syndrome) (ปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ สามารถใช้ได้หากเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจทำงานอย่างถูกต้อง)— ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยสภาวะนี้
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต
  • ปัญหาเกี่ยวกับตับ—ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจเพิ่มขึ้น เพราะกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเวอราปามิลสำหรับผู้ใหญ่

รับประทาน: ผลการลดความดันของยาเวอราปามิลนั้นจะเห็นได้ชัดภายในสัปดาห์แรกของการรักษา

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที คาแลน (อาร์) (Calan (R))

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 80 มก. รับประทาน 3 ครั้งต่อวัน อาจพิจารณาอีกทางเลือกหนึ่งคือ 40 มก. รับประทาน 3 ครั้งต่อวันในผู้ป่วยที่อาจมีการตอบสนองต่อขนาดยาที่ต่ำ (เช่นขนาดตัวเล็ก)
  • ขนาดยาปกติ: อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นโดยขึ้นอยู่กับผลของการรักษา ผลการประเมินในช่วงท้ายของช่วงการใช้ยา เคยมีการใช้ยาในขนาด 360 และ 480 มก. ต่อวัน แต่ยังไม่มีหลักฐานการพิสูจน์ว่าขนาดยาที่มากกว่า 360 มก. นั้นจะมีประสิทธิภาพ

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน คาแลนเอสอาร์ (อาร์) (Calan SR [R]) หรือไอโซบทินเอสอาร์ (Isoptin SR [R])

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 180 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเช้าพร้อมกับอาหาร อาจใช้ยาในขนาด 120 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเช้าพร้อมกับอาหารในผู้ป่วยที่อาจมีการตอบสนองต่อยาเวอราปามิลเพิ่มขึ้น (เช่นขนาดตัวเล็ก)
  • ขนาดยาปกติ: อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นโดยขึ้นอยู่กับผลของการรักษาและผลการประเมินความปลอดภัยทุกสัปดาห์ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังจากยาครั้งก่อน หากยังไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอด้วยการใช้ยาในขนาดเริ่มต้น อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น

ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน เวเรแลน (อาร์) (Verelan (R))

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 240 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเช้า (ขนาดยาปกติในการทดลองทางการแพทย์) อีกทางเลือกหนึ่งคืออาจใช้ยาในขนาด 120 มก. รับประทานวันละครั้งในผู้ป่วยที่อาจมีการตอบสนองต่อยาเวอราปามิลเพิ่มขึ้น (เช่นขนาดตัวเล็ก)
  • ขนาดยาปกติ: อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นโดยขึ้นอยู่กับผลของการรักษาและผลการประเมินความปลอดภัยทุกสัปดาห์ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังจากยาครั้งก่อน หากยังไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอด้วยการใช้ยาในขนาดเริ่มต้น อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน โคเวรา เอชเอส (อาร์) (Covera HS (R))

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 180 มก. รับประทานก่อนนอน
  • ขนาดยาปกติ: หากยังไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอด้วยการใช้ยาในขนาดเริ่มต้น อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น

ยาแคปซูลออกฤทธิ์นาน เวเรแลน พีเอ็ม (อาร์) (Verelan PM (R))

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 200 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนนอน (ขนาดยาปกติในการทดลองทางการแพทย์) ในกรณีหายากอาจใช้ยาเริ่มต้นในขนาด 100 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนนอน ในผู้ป่วยที่อาจมีการตอบสนองต่อยาเวอราปามิลเพิ่มขึ้น (เช่นผู้ป่วยที่น้ำหนักตัวน้อย)
  • ขนาดยาปกติ: อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นโดยขึ้นอยู่กับผลของการรักษาและผลการประเมินความปลอดภัยทุกสัปดาห์ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังจากยาครั้งก่อน หากยังไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอด้วยการใช้ยาในขนาดเริ่มต้น อาจปรับขนาดยาเพิ่มขึ้น

ขนาดยาเวอราปามิลสำหรับเด็ก

อายุน้อยกว่า 1 ปี

โดยปกติแล้วจะไม่แนะนำเนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดโรคหยุดหายใจขณะหลับ (apnea) ภาวะหัวใจเต้นช้า (bradycardia) อาการความดันโลหิตต่่า (hypotensive reactions) และอาการหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) ที่รุนแรง มีเตรียมแคลเซียมสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำให้พร้อมอยู่ข้างเตียง

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 0.1 ถึง 0.2 มก./กก./ครั้ง (ช่วงขนาดยาปกติสำหรับครั้งเดียวคือ: 0.75 ถึง 2 มก./ครั้ง) ควรฉีดเข้าหลอดเลือดดำในทันทีเป็นเวลาอย่างน้อย 2 นาทีภายใต้การเฝ้าระวังคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างต่อเนื่อง
  • ขนาดยาให้ซ้ำ: 0.1 ถึง 0.2 มก./กก./ครั้ง (ช่วงขนาดยาปกติสำหรับครั้งเดียวคือ: 0.75 ถึง 2 มก./ครั้ง) 30 นาทีหลังจากให้ยาครั้งแรกหากการตอบสนองต่อขนาดยาเริ่มต้นนั้นไม่เพียงพอ (ภายใต้การเฝ้าระวังคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างต่อเนื่อง)
  • ยังไม่มีการกำหนดช่วงที่ดีที่สุดสำหรับขนาดยาที่ตามมาและจำเป็นต้องแตกต่างกันตามผู้ป่วยแต่ละราย

อายุ 1 ถึง 15 ปี

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 0.1 ถึง 0.3 มก./กก./ครั้ง (ช่วงขนาดยาปกติสำหรับครั้งเดียวคือ: 2 ถึง 5 มก./ครั้ง) ควรฉีดเข้าหลอดเลือดดำในทันทีเป็นเวลาอย่างน้อย 2 นาที ขนาดยาไม่ควรเกิน 5 มก.
  • ขนาดยาให้ซ้ำ: 0.1 ถึง 0.3 มก./กก./ครั้ง (ช่วงขนาดยาปกติสำหรับครั้งเดียวคือ: 2 ถึง 5 มก./ครั้ง) 30 นาทีหลังจากให้ยาครั้งแรกหากการตอบสนองต่อขนาดยาเริ่มต้นนั้นไม่เพียงพอ ขนาดยาไม่ควรเกิน 10 มก.
  • ยังไม่มีการกำหนดช่วงที่ดีที่สุดสำหรับขนาดยาที่ตามมาและจำเป็นต้องแตกต่างกันตามผู้ป่วยแต่ละราย

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 180 มก. 240 มก.
  • ยาฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดมีดังต่อไปนี้

  • วิงเวียน
  • มองเห็นไม่ชัด
  • หัวใจเต้นช้า เร็ว หรือผิดปกติ
  • ชัก
  • สับสน
  • หายใจติดขัดหรือหายใจตื้น

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย