เอธิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เอธิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride) Brand Name(s): เอธิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride).

ข้อบ่งใช้

ยาเอธิลคลอไรด์ใช้สำหรับ

ยาเอธิลคลอไรด์ (Ethyl Chloride) มักใช้เพื่อป้องกันอาการปวดเนื่องจากการฉีดยาและการผ่าตัดระดับเล็ก ยานี้ยังใช้ชั่วคราวเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ยาเอธิลคลอไรด์ยังช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างหนัก เมื่อใช้ร่วมกับเทคนิคการยืดกล้ามเนื้อ ยาเอธิลลคลอไรด์เป็นสารทำความเย็น ใช้ทาลงบนผิวหนังเพื่อทำให้รู้สึกชา

วิธีการใช้ยาเอธิลคลอไรด์

ยานี้ใช้เฉพาะผิวหนังเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะเป็นผู้ทายา อย่าทายาลงบนบริเวณผิวหนังที่เสียหายหรือเยื่อเมือก (เช่น ภายในจมูกหรือปาก) อย่าพ่นยาเข้าดวงตา และห้ามสูดดมสเปรย์

ยานี้เป็นวัตถุไวไฟ ไม่ควรใช้ใกล้กับบริเวณที่มีไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถจุดประกายไฟได้

ก่อนทายาเอธิลคลอไรด์บริเวณที่ฉีดยาหรือผ่าตัด ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะทำความสะอาดบริเวณนั้น ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ อาจทาปิโตรเลียม เจลลี่เพื่อปกป้องบริเวณโดยรอบแผลผ่าตัด ควรเว้นระยะของบรรจุภัณฑ์ยาเอธิลคลอไรด์ 3-9 นิ้ว (8-23 เซนติเมตร) ออกจากผิวหนัง หากใช้ยาเอธิลคลอไรด์แบบขวด ควรคว่ำขวดยาลง และฉีดพ่นสเปรย์ตรงบริเวณที่มีอาการเป็นเวลา 3-7 วินาที หากคุณใช้ยาเอธิลคลอไรด์แบบกระป๋องละออง ควรถือขวดตั้งตรง และฉีดพ่นสเปรย์ตรงบริเวณที่มีอาการเป็นเวลา 4-10 วินาที ผู้ดูแลสุขภาพจะพ่นสเปรย์จนผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีขาว และหยุดก่อนที่จะแช่แข็ง แล้วจึงรีบทำการผ่าตัดเนื่องจากผลการชาของยาเอธิลคลอไรด์นั้น อยู่แค่ไม่กี่วินาทีจนถึงหนึ่งนาที

สำหรับการบรรเทาอาการปวดในกล้ามเนื้อ ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพควรถือขวดให้ห่าง 12-18 นิ้ว (30-46 เซนติเมตร) จากกล้ามเนื้อ แล้วพ่นสเปรยก์กวาดไปมาในอัตรา 4 นิ้ว (10.2 เซนติเมตร) ต่อวินาทีจนครอบคลุมกล้ามเนื้อทั้งหมด ตั้งแต่จุดกระตุ้นจนถึงจุดที่มีอาการปวด กล้ามเนื้อจะค่อยๆ ยืดในช่วงกระบวนการนี้ จนกว่าจะฟื้นฟูการเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่และอาการปวดบรรเทาลง

การเก็บรักษายาเอธิลคลอไรด์

ยาเอธิลคลอไรด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเอธิลคลอไรด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเอธิลคลอไรด์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างอื่น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเอธิลคลอไรด์

ก่อนใช้ยาเอธิลคลอไรด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเอธิลคลอไรด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเอธิลคลอไรด์

ไม่ค่อยพบผลข้างเคียงของยานี้

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ ผิวหนังสีเปลี่ยนไปถาวร มีอาการปวดเมื่อผิวหนังละลาย มีการติดเชื้อตรงบริเวณที่ให้ยา แผลหายช้า

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ (เมื่อใช้ในระยะยาว) ได้แก่ ดวงตาและผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ ปวดท้อง คื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง เหนื่อยล้าผิดปกติ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเอธิลคลอไรด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเอธิลคลอไรด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเอธิลคลอไรด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเอธิลคลอไรด์สำหรับผู้ใหญ่

ใช้ยาเอธิลคลอไรด์ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามแนวทางที่ระบุบนฉลากยาอย่างระมัดระวัง

ขนาดยาเอธิลคลอไรด์ที่แพทย์แนะนำนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ (หนึ่งในรายการนี้หรือทั้งหมด)

  • สภาวะที่รักษา
  • สภาวะอื่นที่คุณมี
  • ยาอื่นที่คุณกำลังใช้
  • การตอบสนองต่อยา
  • น้ำหนัก
  • ส่วนสูง
  • อายุ
  • เพศ

ขนาดยาเอธิลคลอไรด์สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาสเปรย์ใช้เฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย