เออร์โกตามีน (Ergotamine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เออร์โกตามีน (Ergotamine) Brand Name(s): เออร์โกตามีน (Ergotamine).

ข้อบ่งใช้

ยาเออร์โกตามีนใช้สำหรับ

ยาเออร์โกตามีน (Ergotamine) ใช้เพื่อรักษา หรือป้องกันอาการปวดหัวบางชนิด เช่น อาการปวดหัวที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด อย่างอาการปวดหัวไมเกรน และอาการปวดหัวแบบคลัสเตอร์ ยาเออร์โกตามีนจะช่วยทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัวลง ทำให้ลดอาการปวดหัวตุบๆ ของอาการปวดหัวที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด

วิธีการใช้ยาเออร์โกตามีน

อมยาหนึ่งเม็ดไว้ใต้ลิ้น แล้วปล่อยให้ละลายตามที่แพทย์กำหนด อย่าเคี้ยวหรือกลืนเม็ดยา อย่ารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ขณะที่ยากำลังละลายในปาก

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา ยานี้จะทำงานได้ดีที่สุดหากใช้ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณของอาการปวดหัว หากคุณรอจนอาการปวดหัวรุนแรง ยาอาจจะได้ผลไม่ดีนัก

ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นประจำในระยะยาว ขนาดยาสูงสุดคือ 3 เม็ดภายในช่วง 24 ชั่วโมง และ 5 เม็ดภายในช่วง 7 วัน

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ โดยเฉพาะหากใช้เป็นประจำ หรือใช้เป็นเวลานาน (มากกว่าสองถึงสามสัปดาห์) หรือใช้ในขนาดยาที่สูง ในกรณีเหล่านี้อาจเกิดอาการปวดหัวกำเริบได้ หากหยุดใช้ยานี้กะทันหัน อาการปวดหัวนี้อาจแตกต่างจากอาการปวดหัวเดิม และอาจเป็นนานหลายวัน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดอาการปวดหัวใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการปวดหัวกำเริบ เป็นเวลา 10 วันขึ้นไปต่อเดือน ยานี้มักจะทำให้อาการปวดหัวของคุณรุนแรงขึ้น (อาการปวดหัวจากการใช้ยาเกินขนาด) อย่าใช้ยานี้บ่อยกว่าหรือนานกว่าที่กำหนด แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณจำเป็นต้องใช้ยาบ่อยกว่าที่กำหนด หรือหากยานี้ได้ผลไม่ดี หรืออาการอาการปวดหัวของคุณรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายาเออร์โกตามีน

ยาเออร์โกตามีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเออร์โกตามีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเออร์โกตามีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเออร์โกตามีน

ก่อนใช้ยาเออร์โกตามีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือยาเออร์กอต อัลคาลอยด์อื่นๆ (ergot alkaloids) เช่น ไดไฮโดรเออร์โกตามีน (dihydroergotamine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้ ได้แก่ โรคเกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต เช่น โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย อย่างภาวะหลอดเลือดแข็ง หลอดเลือดดำอักเสบอุดตัน หรือโรคเรเนาด์ (Raynaud’s disease) ภาวะความดันโลหิตสูงแบบควบคุมไม่ได้ ภาวะขาดสารอาหาร โรคหัวใจหรือหลอดเลือด อย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อาการหัวใจขาดเลือดฉับพลันที่พึ่งเป็นเมื่อไม่นานที่ผ่านมา โรคตับ โรคไต การติดเชื้อที่รุนแรง อาการคันที่รุนแรง

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง (ควบคุมได้)

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โปรดจำไว้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้

การสูบบุหรี่ขณะใช้ยานี้ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ (ทั้งอาการเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือผิดปกติ) และลดเลือดที่ไหลเวียนไปสู่สมอง มือ หรือเท้า อย่าสูบบุหรี่ระหว่างที่กำลังใช้ยานี้ หากคุณสูบบุหรี่ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการหยุดสูบบุหรี่

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ห้ามใช้ยานี้ระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ โปรดสอบถามแพทย์ถึงวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ (เช่น ถุงยางอนามัยหรือยาเม็ดคุมกำเนิด) หากคุณตั้งครรภ์ หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

ยานี้อาจสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และทำอันตรายต่อทารกได้ ดังนั้นจึงไม่ควรให้นมบุตรระหว่างใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเออร์โกตามีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเออร์โกตามีน

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และวิงเวียน หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ หัวใจเต้นช้า เร็ว หรือผิดปกติ มีอาการเหน็บ ปวด หรือเย็นที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า นิ้วมือ นิ้วเท้า หรือเล็บเป็นสีขาว สูญเสียความรู้สึกที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า มือหรือเท้าเป็นสีน้ำเงิน ปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดหลังส่วนล่าง มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง)

รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ ได้แก่ เจ็บหน้าอก การมองเห็นเปลี่ยนแปลง สับสน พูดไม่ชัด

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

หากคุณใช้ยารักษาโรคไมเกรนกลุ่มทริปแทน (triptan) เช่น ซูมาทริปแทน (sumatriptan) หรือไรซาทริปแทน (rizatriptan) คุณจำเป็นต้องใช้ยาทริปแทนแยกจากยานี้ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง สอบถามแพทย์ถึงเวลาที่คุณควรรอระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิด

ยาบางอย่างอาจเพิ่มระดับอัตราการเต้นของหัวใจหรือความดันโลหิต แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาที่คุณใช้ทั้งหมด และสอบถามวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย (เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดความอ้วน หรือยาสำหรับโรคไมเกรนอื่นๆ)

ยาเออร์โกตามีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเออร์โกตามีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเออร์โกตามีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเออร์โกตามีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคไมเกรน (Migraine)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 2 มก. อมใต้ลิ้นเมื่อเริ่มมีสัญญาณของอาการไมเกรนกำเริบ อาจให้ซ้ำได้ภายในครึ่งชั่วโมงโดยไม่เกินขนาดยาสูงสุด
  • ขนาดยาสูงสุด: 6 มก./24 ชั่วโมง 10 มก./7 วัน

คำแนะนำ

  • ไม่ควรใช้ยานี้เป็นประจำในระยะยาว

การใช้งาน

  • เพื่อรักษาหรือป้องกันอาการปวดหัวที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เช่นโรคไมเกรน อาการไมเกรนที่มีอาการอื่นร่วมด้วย

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ข้อห้ามการใช้ยา

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ข้อห้ามการใช้ยา

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้งาน

  • อมยาไว้ใต้ลิ้นเมื่อเริ่มมีอาการ ไม่ควรใช้ยาเกินขนาดยาสูงสุด

การเก็บรักษา

  • เก็บให้พ้นจากแสง เก็บไว้ที่อุณหภูมิระหว่าง 68 ฟาเรนไฮน์ และ 77 ฟาเรนไฮน์ (20 องศาเซลเซียส ถึง 25 องศาเซลเซียส)

ทั่วไป

  • ควรใช้ยานี้ต่อเมื่อวินิจฉัยชัดเจนแล้วว่าเป็นโรคไมเกรน
  • การใช้ยาเออร์ก็อตอัลคาลอยด์อย่างปลอดภัยนั้น ควรทำการประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ก่อนเริ่มต้นการรักษา เนื่องจากมีโอกาสที่การตรวจระบบหัวใจและหลอดเลือด อาจจะไม่สามารถตรวจเจอโรคหลอดเลือดหัวใจแฝงได้ จึงแนะนำว่า ควรให้ยาครั้งแรกในสถานที่ซึ่งมีสิ่งอำนวยทางการแพทย์ และควรมีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หลังจากให้ยา

การเฝ้าระวัง

  • ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหลังจากให้ยาครั้งแรกในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่มีผลการประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือดที่น่าพึงพอใจ ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและผู้ป่วยที่คาดว่าอาจจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจควรได้รับการประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือด

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีอาการเหน้บชาที่นิ้วเท้าหรือนิ้วมือ มีปาการปวดกล้ามเนื้อที่แขนและขา มีอาการอ่อนแรงที่ขา ปวดหน้าอก อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง บวม หรือคัน
  • ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาหรืออาหารเสริมใหม่ๆ
  • ผู้ป่วยควรรับทราบถึงความเสี่ยงของผลข้างเคียงต่อหัวใจและหลอดเลือด และรับการรักษาในทันทีหากเกิดอาการ
  • ผู้ป่วยไม่ควรใช้ยาเกินกว่าที่กำหนดโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือใช้เครื่องจักร จนกว่าจะทราบผลที่ไม่พึงประสงค์ของยา
  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ขนาดยาเออร์โกตามีนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดอมใต้ลิ้น
  • ยาผงสำหรับผสม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย