เอ็มเมดาสทีน (Emedastine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เอ็มเมดาสทีน (Emedastine) Brand Name(s): เอ็มเมดาสทีน (Emedastine).

ข้อบ่งใช้

ยาเอ็มเมดาสทีนใช้สำหรับ

ยาเอ็มเมดาสทีน (Emedastine) ใช้เพื่อบรรเทาอาการตาแดง อาการคัน และอาการบวมที่ดวงตาเนื่องจากโรคภูมิแพ้ หรือเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic conjunctivitis) ยานี้เป็นยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) ทำงานโดยการยับยั้งสารฮีสตามีน (histamines) ตามธรรมชาติที่ทำให้เกิดอาการแพ้

อย่าใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการตาแดงและอาการระคายเคือง เนื่องจากการใส่คอนแทคเลนส์

วิธีการใช้ยาเอ็มเมดาสทีน

ควรล้างมือก่อนจะหยอดยาหยอดตา เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน อย่าให้สัมผัสกับปลายขวด หรือให้ปลายขวดสัมผัสกับดวงตาหรือพื้นผิวอื่นๆ

ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนใช้ยานี้ เนื่องจากยานี้อาจจะมีสารกันบูดที่สามารถดูดซึมเข้าไปในคอนแทคเลนส์ได้ ควรรออย่างน้อย 10 นาที หลังจากใช้ยาแล้วจึงค่อยสวมคอนแทคเลนส์คืนไป อย่าสวมคอนแทคเลนส์ หากคุณมีอาการตกแดง

ใช้ยานี้ตามปกติคือจนถึงวันละ 4 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด หงายหน้าขึ้นมองขึ้นไปด้านบน แล้วดึงเปลือกตาล่างลงมาให้เป็นกระพุ้ง ถือขวดยาหยอดตาไว้เหนือดวงตา แล้วหยอดยาหนึ่งหยดลงไปในกระพุ้งตา มองลง แล้วค่อยๆ หลับตา 1 ถึง 2 นาที กดเบาๆ ที่หัวตา (ใกล้กับจมูก) การทำแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ยาไหลออก พยายามอย่ากระพริบตา และอย่าขยี้ตา ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำที่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง หากแพทย์กำหนด

อย่าล้างขวดยาหยอดตา และปิดฝาให้แน่นหลังจากใช้งาน

หากคุณกำลังใช้ยาอื่นสำหรับดวงตา เช่น ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งทาตา ควรรออย่างน้อย 5 ถึง 10 นาทีก่อนใช้ยาอื่น ใช้ยาหยอดตาก่อนยาขี้ผึ้ง เพื่อให้ยาสามารถเข้าดวงตาได้

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาเอ็มเมดาสทีน

ยาเอ็มเมดาสทีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเอ็มเมดาสทีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเอ็มเมดาสทีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเอ็มเมดาสทีน

ก่อนใช้ยาเอ็มเมดาสทีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ เช่น สารกันบูดอย่างเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride) ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการมองเห็นไม่ชัด หรือการมองเห็นไม่คงที่ชั่วคราวหลังจากใช้ยา อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการการมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเอ็มเมดาสทีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเอ็มเมดาสทีน

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการปวดเหมือนโดนแมลงต่อย หรือแสบร้อนที่ดวงตาชั่วคราว นานหนึ่งหรือสองนาทีหลังจากใช้ยา อาจเกิดอาการมองเห็นไม่ชัดชั่วคราว ปวดหัว ตาแห้ง รู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ในดวงตา รู้สึกไม่สบายที่ดวงตา มีรอยด่างที่ดวงตา มีรสชาติแย่ภายในปาก อ่อนแรง หรือมีความฝันที่ผิดปกติ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเอ็มเมดาสทีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเอ็มเมดาสทีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเอ็มเมดาสทีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเอ็มเมดาสทีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการสุงถึงวันละ 4 ครั้ง

การใช้งาน สำหรับการบรรเทาสัญญาณและอาการของโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาลชั่วคราว

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • สำหรับใช้ที่ดวงตาเท่านั้น

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำไม่ให้ปลายขวดยานั้นสัมผัสกับดวงตา มือ หรือพื้นผิวอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ใช้ขวดยาปนเปื้อน
  • ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำให้ไม่ใช้ยานั้น หากยามีการเปลี่ยนสี
  • ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำให้ถอนคอนแทคเลนส์ก่อนใช้ยา ควรรอ 15 นาทีหลังจากให้ยาหยอดตาแล้วจึงค่อยใส่คอนแทคเลนส์กลับเข้าไป

ขนาดยาเอ็มเมดาสทีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

อายุ 3 ปีขึ้นไป

หยอดยา 1 หยดลงในดวงตาข้างที่มีอาการสุงถึงวันละ 4 ครั้ง

การใช้งาน สำหรับการบรรเทาสัญญาณและอาการของโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาลชั่วคราว

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการกำหนดความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยา ในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 3 ปี

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาหยอดตา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กุมภาพันธ์ 11, 2019 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 11, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย