แคปไซซินใช้เฉพาะที่ (Capsaicin Topical)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: แคปไซซินใช้เฉพาะที่ (Capsaicin Topical) Brand Name(s): แคปไซซินใช้เฉพาะที่ (Capsaicin Topical).

ข้อบ่งใช้

ยาแคปไซซินเฉพาะที่ใช้สำหรับ

ยาแคปไซซินเฉพาะที่ (Capsaicin Topical) ใช้เพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยและอาการปวดระดับเบาที่บริเวณกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ เช่น ข้ออักเสบ (arthritis) ปวดหลัง หรือเคล็ดขัดยอก ยาแคปไซซินนั้นทำงานโดยการลดการหลั่งสารในร่างกาย อย่างสารซับสแตน พี (substance P) ที่ช่วยในการส่งสัญญาณความปวดไปยังสมอง

วิธีการใช้ยาแคปไซซินเฉพาะที่

ใช้ยานี้บนผิวหนังเท่านั้น ควรทำตามแนวทางการใช้ยาทั้งหมดบนบรรจุภัณฑ์ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

สำหรับยาในรูปแบบครีม เจล และโลชั่น ควรทายาบางๆ ลงบนบริเวณที่มีอาการแล้วนวดเบาๆ คุณอาจจะต้องใช้ก้อนสำลี สำลีก้าน หรือสวมถุงมือยางเพื่อทายานี้เพื่อไม่ให้ยาสัมผัสกับมือของคุณ

อย่าทายานี้ที่ดวงตา ปาก รูจมูก หรืออวัยวะเพศ หากยาเข้าในบริเวณเหล่านี้ควรรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมาก และไม่ควรทายานี้ในบริเวณผิวหนังที่มีอาการบาดเจ็บหรือระคายเคือง (เช่น มีรอยบาด รอยถลอก หรือแดดเผา)

อย่าทายานี้ทันทีก่อนหรือหลังจากการทำกิจกรรม เช่น การอาบน้ำ ว่ายน้ำ อาบแดด หรือออกกำลังกายอย่างหนัก อย่าพันผ้าพันแผลบริเวณที่มีอาการหรือใช้แผ่นทำความร้อนที่บริเวณนั้นเนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง

หลังจากทายาแล้ว ควรล้างมือให้สะอาด เว้นเสียแต่ว่าคุณจะทำการรักษาที่บริเวณมือ หากคุณทำการรักษาที่บริเวณมือ ควรรออย่างน้อย 30 นาทีหลังจากทายาแล้วจึงค่อยล้างมือ

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ยานี้ในบางครั้งอาจต้องใช้เวลานานถึง 2 เดือนกว่าจะได้ผล โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณเป็นนานมากกว่า 7 วัน หรือหากมีอาการรุนแรงขึ้น หรือหากอาการกำเริบอยู่เรื่อยๆ หากคุณคาดว่าคุณอาจจะมีปัญหาทางการแพทย์ที่รุนแรง โปรดรับการรักษาในทันที

การเก็บรักษายาแคปไซซินเฉพาะที่

ยาแคปไซซินเฉพาะที่ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาแคปไซซินเฉพาะที่บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาแคปไซซินเฉพาะที่ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแคปไซซินเฉพาะที่

ก่อนใช้ยาแคปไซซินเฉพาะที่ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือแพ้ต่อยาซูแคปไซซิน (zucapsaicin) หรือแพ้พริก (จากตระกูลแคปซิคัม) หรือแพ้ต่อยาลิโดเคน (lidocaine) หรือยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่อื่นๆ (local anesthetics) ที่อาจจะมีในยายี่ห้อที่คุณใช้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพดังต่อไปนี้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ อาการบาดเจ็บหรือระคายเคืองที่ผิวหนังตรงบริเวณที่มีอาการ

หากคุณกำลังจะรับการตรวจเอ็มอาร์ไอ (MRI) โปรดแจ้งให้บุคลากรที่ทำการตรวจคุณทราบว่าคุณกำลังใช้แผ่นแปะยานี้ แผ่นแปะยาบางชนิดอาจจะมีส่วนประกอบของโลหะที่ทำให้แผลใหม่อย่างรุนแรงขณะที่กำลังทำเอ็มอาร์ไอ โปรดสอบถามแพทย์ว่า คุณควรจะถอดแผ่นแปะยาแผ่นเก่าก่อนเริ่มการตรวจ และแปะแผ่นยาแผ่นใหม่หลังจากนั้นหรือไม่ หรือสอบถามวิธีการที่ถูกต้อง

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษากับแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์จากการรักษา

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาแคปไซซินเฉพาะที่จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาแคปไซซินเฉพาะที่

อาจเกิดความรู้สึกอุ่น อาการปวดเหมือนถูกแมลงต่อย หรืออาการแสบร้อนตรงบริเวณที่ทายา หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาจเกิดอาการไอ จาม น้ำตาไหล หรือระคายเคืองใบลำคอหากคุณสูดหายใจเอาเศษผงยาแห้งๆ เข้าไป ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมเศษผงยาเข้าไป

หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ โปรดจำไว้ว่าแพทย์ได้พิจารณาแล้วว่ายานี้เป็นประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง คนจำนวนมากที่ใช้ยานี้ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงใดๆ

หยุดใช้ยานี้ และแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น ทั้งแผลพุพองหรืออาการบวมตรงบริเวณที่ทายา มีอาการปวดเพิ่มขึ้นหรือผิดปกติตรงบริเวณที่ทายา

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้ยาแคปไซซินที่มีส่วนผสมของลิโดเคนหรือยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่อื่นๆ โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่าคุณก็กำลังใช้ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ (antiarrhythmic drugs) class 1 เช่น ยาเม็กซิลีทีน (mexiletine) หรือควินิดีน (quinidine)

ยาแคปไซซินนั้นคล้ายคลึงกับยาซูแคปไซซินอย่างมาก อย่าใช้ยาที่มีส่วนผสมของยาซูแคปไซซินขณะที่กำลังใช้ยาแคปไซซิน

ยาแคปไซซินเฉพาะที่อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแคปไซซินเฉพาะที่อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาแคปไซซินเฉพาะที่อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาแคปไซซินเฉพาะที่สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นโรคงูสวัด (Postherpetic Neuralgia)

คูเทนซา (Qutenza) แปะแผ่นยาได้สูงสุดถึง 4 แผ่นตรงผิวที่แห้ง สมบูรณ์ ไม่มีอาการระคายเคือง และปล่อยไว้นาน 30 นาทีสำหรับบริเวณเท้า และ 60 นาทีสำหรับบริเวณอื่น

คำแนะนำ

  • ไม่ควรรักษาซ้ำบ่อยเกินกว่าทุกๆ 3 เดือน
  • แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพควรจะเป็นผู้ให้ยานี้ภายในการดูแลจากแพทย์

การใช้งาน

เพื่อจัดการกับอาการปวดปลายประสาทที่เกี่ยวข้องกับโรคงูสวัด

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวด

ซาลอนพาส (Salonpas)/แคปไซซิน/แคปซาซิน (Capzasin) ทายาลงบริเวณที่มีอาการ ไม่เกินวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

การใช้งาน

เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราวสำหรับอาการปวดเมื่อยและอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อที่มีความเกี่ยวข้องกับอาการปวดหลังธรรมดาความเครียด เคล็ดขัดยอก รอยช้ำ ข้ออักเสบ

ซอสทริกซ์ (Zostrix)

ทายาบางๆ ลงบนบริเวณที่มีอาการวันละ 2 ถึง 4 ครั้ง และนวดเบาๆ จนยาซึมเข้าไปอย่างเต็มที่

คำแนะนำ

ควรล้างมือให้สะอาดทันทีหลังจากใช้ยาด้วยสบู่และน้ำสะอาด เว้นเสียแต่ว่าจะทำการรักษาที่บริเวณมือ

การใช้งาน

เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราวสำหรับอาการปวดเมื่อยและอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อที่มีความเกี่ยวข้องกับอาการปวดหลังธรรมดาความเครียด เคล็ดขัดยอก รอยช้ำ ข้ออักเสบ

ขนาดยาแคปไซซินเฉพาะที่สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการปวด

ซาลอนพาส/แคปไซซิน

วัยรุ่น อายุ 12 ปีขึ้นไป ทายาลงบริเวณที่มีอาการ ไม่เกินวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

การใช้งาน

เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราวสำหรับอาการปวดเมื่อยและอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่อที่มีความเกี่ยวข้องกับอาการปวดหลังธรรมดาความเครียด เคล็ดขัดยอก รอยช้ำ ข้ออักเสบ

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาครีมเฉพาะที่
  • ยาโลชั่นเฉพาะที่
  • ชุดยาเฉพาะที่
  • ยาน้ำเฉพาะที่
  • ยาแผ่นฟิล์มเฉพาะที่
  • ยาผงสำหรับผสม
  • แท่งยาเฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 25, 2019 | Last Modified: มกราคม 25, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย