แคลเซียม อะซีเตท (calcium acetate)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: แคลเซียม อะซีเตท (calcium acetate) Brand Name(s): แคลเซียม อะซีเตท (calcium acetate).

ข้อบ่งใช้

แคลเซียม อะซีเตทใช้สำหรับ

แคลเซียม อะซีเตท (calcium acetate) มักใช้เพื่อป้องกันระดับฟอสเฟตในเลือดที่สูงเกินไปในผู้ป่วยซึ่งอยู่ระหว่างการฟอกไต เนื่องจากโรคเกี่ยวกับไตขั้นรุนแรง การฟอกไตทำให้ค่าฟอสเฟตในเลือดลดลง แต่ไม่สามารถรักษาระดับเฟสเฟตในเลือดให้สมดุลย์ได้ การลดลงของค่าฟอสเฟตในเลือด ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันการสร้างแร่ธาตุที่ไม่ปลอดภัยในร่างกาย และอาจะลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดในสมองแตก ที่เป็นผลมาจากค่าฟอสเฟตในเลือดที่สูง แคลเซียม อะซีเตทเป็นแร่ธาตุทางธรรมชาติ ที่ช่วยดึงฟอสเฟตจากอาหารเพื่อให้ถูกขับออกจากร่างกาย

วิธีการใช้แคลเซียม อะซิเตท

หากคุณใช้ยาที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป เพื่อรักษาอาการด้วยตนเอง ควรอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้ยา หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาเภสัชกร หากแพทย์เป็นผู้จ่ายยา คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์

ยาชนิดนี้มักใช้รับประทานพร้อมกับอาหาร ขนาดยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และการตอบสนองต่อการรักษา

หากคุณทานยาน้ำ ควรใช้ช้อนหรืออุปกรณ์เพื่อตวงยาตามที่กำหนด ไม่ควรใช้ช้อนรับประทานอาหาร เพราะอาจไม่ได้รับยาตามขนาดที่ถูกต้อง

ควรใช้ยาเป็นประจำเพื่อการรักษาที่ได้ผล และทานพร้อมมื้ออาหารทุกวันหรือตามเวลาที่แพทย์แนะนำ

ควรใช้ยาตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ควรเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยาเกินกว่าปริมาณที่แนะนำ เพราะอาจมีผลต่อการเกิดอาการแพ้ได้

การเก็บรักษาแคลเซียม อะซิเตท

ควรเก็บรักษาแคลเซียม อะซิเตทในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บไว้ในห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญก็คือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนบรรจุภัณฑ์ หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งแคลเซียม อะซิเตทลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้แคลเซียม อะซิเตท

ควรแจ้งแพทย์หากคุณแพ้แคลเซียม อะซีเตท หรือแพ้ยาชนิดอื่นก่อนการใช้แคลเซียม อะซิเตท เนื่องจากอาจมีส่วนผสมที่อาจทำให้เกิดการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ควรสอบถามเภสัชกรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้แคลเซียม อะซิเตท หากมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณมีค่าแคลเซียมในเลือดสูง (hypercalcemia) และควรแจ้งประวัติการรักษาแก่แพทย์หรือเภสัชกร ก่อนการใช้ยา

ในระหว่างการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยง และผลที่อาจเกิดขึ้นในการใช้ยา ยาจะเข้าไปผสมกับน้ำนม แต่ไม่เป็นอันตรายต่อทารก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการให้นมในกรณีใช้ยาชนิดนี้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์หรือช่วงให้นมบุตรที่ใช้แคลเซียม อะซีเตท ควรปรึกษาแพทย์เสมอ เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนรับประทานยา อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) จัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท C

ต่อไปนี้ คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้แคลเซียม อะซิเตท

อาการระคายเคืองกระเพาะอาหารอาจจะเกิดขึ้น ควรแจ้งแพทย์ทันทีหากยังมีอาการอยู่หรืออาการแย่ลง

หากแพทย์แนะนำให้ใช้ยานี้ โปรดระลึกไว้ว่า แพทย์ได้ตัดสินใจแล้วว่า ประโยชน์ที่คุณจะได้รับมีมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง และคนส่วนใหญ่ที่ใช้ยานี้ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงที่รุนแรง

แจ้งแพทย์ทันที หากมีอาการข้างเคียงดังนี้ ปวดท้อง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก มึนงง ปากแห้ง กระหายน้ำ หรือปัสสาวะเพิ่มขึ้น

อาการแพ้รุนแรงมีโอกาสเกิดน้อย แต่หากสังเกตเห็นอาการที่เกิดจากการแพ้ยา เช่น ผื่นแดง อาการคัน บวมบริเวณหน้า ลิ้น หรือลำคอ เวียนหัวขั้นรุนอรง และหายใจลำบาก ควรรีบเข้ารับการรักษาทันที

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาชนิดอื่น

ยาบางชนิดอาจทำปฎิกิริยากับแคลเซียม อะซิเตท ได้แก่ กลุ่มยายับยั้งแคลเซียม (calcium channel blockers) เช่น เวราปามิล (verapamil) อาหารเสริมแคลเซียม ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียม อาหารเสริมธาตุเหล็ก

แคลเซียม อะซิเตทสามารถลดการดูดซึมยาบางประเภท ได้แก่ ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต (bisphosphonates) ตัวอย่างเช่น ยาอะเลนโดรเนท (alendronate) เฟนิโทอิน (phenytoin) กลุ่มยาควิโนโลน (quinolone antibiotics) ตัวอย่างเช่น ไซโปรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin) และลีโวฟลอกซาซิน (levofloxacin) สตรอนเทียม (strontium) ยารักษาไทรอยด์ เช่น ยาเลโวไทรอกซีน (levothyroxine) ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตระไซคลีน (tetracycline) เช่น ด็อกซีไซคลิน (doxycycline) และยามิโนไซคลีน (minocycline) ดังนั้น ควรแยกยาเหล่านี้ออกจากแคลเซียมอะซีเตท และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ถึงระยะห่างการใช้ยา และขอคำแนะนำเกี่ยวกับตารางเวลาทานยาเพื่อการใช้ยาที่ได้ผล

แคลเซียม อะซิเตท อาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนขนายา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

แคลเซียม อะซิเตท อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง
โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

แคลเซียม อะซิเตท อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ อาจทำให้สุขภาพของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

Dosage

ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถแทนคำปรึกษาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแคลเซียม อะซีเตท

ปริมาณแคลเซียม อะซีเตทสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดที่ใช้สำหรับผู้ใหญ่ที่มีภาวะฟอสฟอรัสสูงในเลือด (Hyperphosphatemia)

  • ขนาดที่ใช้เริ่มต้น คือ 1334 มิลลิกรัม (2 เม็ด/แคบซูล, หรือ 10 มิลลิกรัม), ทานพร้อมอาหาร
  • ขนาดเพื่อพยุงอาการ คือ 2001 to 2668 มิลลิกรัม (3 to 4 เม็ด/แคปซูล หรือ 15 ถึง 20 มิลลิกรัม) ทานพร้อมอาหาร

ข้อแนะนำ

  • ปรับขนาดยาทุกๆ 2 ถึง 3 สัปดาห์ จนระดับฟอสฟอรัสอยู่ในระดับที่เหมาะสม

การใช้: ลดระดับฟอสฟอรัสในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตระยะสุดท้าย

ขนาดแคลเซียม อะซิเตทที่ใช้ในเด็ก

ยังไม่มีการกำหนดขนาดยาที่ใช้ในผู้ป่วยเด็ก ยาชนิดนี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ยาเป็นสิ่งสำคัญ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของแคลเซียม อะซีเตท

แคลเซียม อะซีเตทอยู่ในรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ชนิดเม็ด
  • ชนิดแคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

หากลืมรับประทานควรทำอย่างไร

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: สิงหาคม 27, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 27, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย