ชื่อสามัญ: แฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir) Brand Name(s): แฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir).

ข้อบ่งใช้

ยาแฟมไซโคลเวียร์ใช้สำหรับ

ยาแฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir) ใช้เพื่อรักษาอาการติดเชื้อจากไวรัสบางชนิด เช่น ใช้รักษาโรคงูสวัด ที่เกิดจากเชื้อไวรัสงูสวัด (herpes zoster) ยานี้ยังรักษาการเกิดขึ้นของโรคเริมอย่างรุนแรงและทันทีทันใด ที่ทำให้เกิดแผลเปิดที่ปาก แผลที่ทวารหนักและเริมที่อวัยวะเพศ ในผู้ป่วยที่เป็นเริมที่อวัยวะเพศอย่างรุนแรง ยาแฟมไซโคลเวียร์ใช้เพื่อลดจำนวนเริมที่จะเกิดขึ้น

ยาแฟมไซโคลเวียร์เป็นยาต้านไวรัส อย่างไรก็ตาม ยานี้ไม่ได้รักษาการติดเชื้อ ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคจะยังอยู่ในร่างกาย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่เป็นโรค ยาแฟมไซโคลเวียร์ลดความรุนแรง และระยะเวลาของการเป็นโรค ยานี้ยังช่วยให้แผลหายไวขึ้น ป้องกันการเกิดของแผลใหม่ และลดอาการเจ็บหรือคัน ยานี้ยังอาจช่วยลดระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวด หลังจากที่แผลกำลังสมานตัว นอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ยาแฟมไซโคลเวียร์จะช่วยลดความเสี่ยงที่ไวรัสจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นของร่างกาย และทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรง

วิธีการใช้ยาแฟมไซโคลเวียร์

รับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือไม่ก็ได้นี้ตามที่แพทย์สั่ง ปกติแล้วจะเป็น 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน

ยานี้ได้ผลดีที่สุด เมื่อรับประทานตั้งแต่เริ่มมีอาการตามที่แพทย์แนะนำ ยานี้จะไม่ได้ผลดีมากนัก หากคุณเริ่มรับประทานยาช้า

ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรค และการตอบสนองต่อการรักษา

ยานี้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อปริมาณยาในร่างกายอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น รับประทานยานี้ในระยะเวลาที่ห่างเท่าๆ กัน เพื่อช่วยเตือนความจำ รับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของทุกวัน

รับประทานยานี้จนกว่ายาจะหมด อย่าเปลี่ยนขนาดยา ไม่รับประทานยา หรือหยุดยาเร็วเกินไปโดยที่แพทย์ไม่ได้อนุญาต

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากยังคงมีอาการหรืออาการแย่ลง

การเก็บรักษายาแฟมไซโคลเวียร์

คุณควรเก็บยาแฟมไซโคลเวียร์ไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาแฟมไซโคลเวียร์ไว้ให้ห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาแฟมไซโคลเวียร์แต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาแฟมไซโคลเวียร์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่คุณได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแฟมไซโคลเวียร์

ก่อนจะรับประทานยาแฟมไซโคลเวียร์ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณแพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ แต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงประวัติการเจ็บป่วย โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับไต

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัดเจน แอลกอฮอล์หรือกัญชา อาจทำให้อาการของคุณรุนแรงยิ่งขึ้น อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัว จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ปรึกษาแพทย์ หากคุณใช้กัญชาอยู่

เนื่องจากยานี้อาจมีแลคโตส (lactose) เป็นส่วนประกอบ ผู้ที่แพ้แลคโตสตามกรรมพันธุ์ ภาวะพร่องแลคโตสอย่างรุนแรง หรือร่างกายดูดซึมกลูโคสและกาแลคโตสผิดปกติ ที่ควรจำกัดการรับประทานแคลโตส ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร)

อย่าได้รับภูมิคุ้มกันหรือวัคซีนบางชนิด เช่น วัคซีนต้านไวรัส วาริเซลลา (varicella virus) โดยไม่ได้รับความยินยอมจากแพทย์

ผู้สูงอายุอาจตอบสนองต่อผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอาการวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม มึนงง และมีปริมาณปัสสาวะที่เปลี่ยนไป (ปัญหาเกี่ยวกับไต)

ยาแฟมไซโคลเวียร์ไม่ได้ต้านการแพร่กระจายของเริมที่อวัยวะเพศ เพื่อลดโอกาสที่จะแพร่กระจายเริมสู่คู่นอนของคุณ อย่ามีเพศสัมพันธ์ระหว่างที่เกิดอาการดังกล่าว คุณอาจแพร่เชื้อเริมที่อวัยวะเพศได้ แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการเช่นกัน ดังนั้น ใช้วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ถุงยางอนามัยที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติ หรือสารสังเคราะห์ รวมถึงแผ่นยางอนามัยสำหรับออรัลเซ็กซ์ (dental dam) ระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เท่าที่จำเป็น ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและข้อดี

ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ายานี้ซึมเข้าสู่น้ำนม เนื่องจากความเสี่ยงที่เป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นกับทารก ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาแฟมไซโคลเวียร์ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เป็นประจำ เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนรับประทานยาแฟมไซโคลเวียร์ อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาแฟมไซโคลเวียร์จัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท B

ต่อไปนี้ คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาแฟมไซโคลเวียร์

คุณอาจปวดศีรษะ คลื่นไส้หรือท้องเสีย หากอาการดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นหรือแย่ลง แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

ระลึกไว้ว่าแพทย์ได้จ่ายยานี้เนื่องจากเขาได้ตัดสินใจแล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้แล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ เช่น หงุดหงิด คิดได้ช้าลง สับสนหรือเห็นภาพหลอน วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม สัญญาณของโรคไต เช่น การเปลี่ยนแปลงของปริมาณปัสสาวะ ผิวหรือตาเป็นสีเหลือง ช้ำหรือเลือดออกง่าย

ไม่ค่อยมีอาการแพ้ยาที่รุนแรงเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้ ได้แก่ ผื่น คันผิวหรือผิวบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาชนิดอื่น

ยาแฟมไซโคลเวียร์อาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ที่งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแฟมไซโคลเวียร์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

ยาแฟมไซโคลเวียร์อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพ และโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งหรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแฟมไซโคลเวียร์

ขนาดยาแฟมไซโคลเวียร์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคเริม (ผู้ป่วยที่เป็นโรคเยื่อบุผิวหนังอักเสบหรือมีภูมิคุ้มกันปกติ)

เริมที่อวัยวะเพศ

เป็นครั้งแรก: ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้รับประทานยา 250 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน

กลับมาเป็นซ้ำ: ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้รับประทานยา 1000 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน หรือ 125 กรัม 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน

ควรเริ่มรับประทานยาแฟมไซโคลเวียร์ เมื่อมีสัญญาณหรืออาการของการกลับมาเป็นอีกครั้ง เช่น เป็นเหน็บ แสบ คัน เจ็บปวดหรือมีรอยแผล ไม่ได้มีการยืนยันประสิทธิภาพของยา หากเริ่มใช้หลังจากเกิดอาการหรือรอยแผลมากกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคเริม (ผู้ป่วยที่เป็นโรคเยื่อบุผิวหนังอักเสบหรือมีภูมิคุ้มกันปกติ)

กลับมาเป็นซ้ำบริเวณริมฝีปากหรืออวัยวะเพศในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี: รับประทานยา 500 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 7 วัน (ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้รับประทานเป็นเวลา 5 ถึง 10 วัน)

ควรเริ่มรับประทานยาแฟมไซโคลเวียร์เมื่อมีสัญญาณ หรืออาการของการกลับมาเป็นอีกครั้ง เช่น เป็นเหน็บ แสบ คัน เจ็บปวดหรือมีรอยแผล ไม่ได้มีการยืนยันประสิทธิภาพของยา หากเริ่มใช้หลังจากเกิดอาการหรือรอยแผล มากกว่า 48 ชั่วโมงขึ้นไป

ขนาดยาทั่วไปในการยับยั้งโรคเริม

การยับยั้งอย่างต่อเนื่องต่อการกลับมาเป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศ: รับประทานยา 250 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี: ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้รับประทานยา 500 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน

ควรได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตามความเหมาะสมทางการแพทย์ แม้ว่าจะไม่ได้มีการยืนยันความปลอดภัย และประสิทธิภาพของการใช้ยาแฟมไซโคลเวียร์เกิน 1 ปี

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคงูสวัส

รับประทานยา 500 มิลลิกรัมทุก 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 7 วัน

ยาแฟมไซโคลเวียร์จะออกฤทธิ์สูงสุด เมื่อเริ่มใช้ยาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีผื่น ไม่ได้มีการยืนยันประสิทธิภาพของยา หากเริ่มใช้เกิน 72 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีผื่นแล้ว

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยโรคเริมที่ริมฝีปาก

กลับมาเป็นเริมซ้ำบริเวณริมฝีปาก: รับประทานยา 1500 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียว

ยาแฟมไซโคลเวียร์จะออกฤทธิ์สูงสุด เมื่อเริ่มรับประทานทันทีที่มีสัญญาณหรืออาการของการเกิดแผล เช่น เป็นเหน็บ แสบ คัน เจ็บปวดหรือมีรอยแผล

การปรับยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ความสามารถของไตในการกำจัดสารครีอะตินีน (CrCl) 40 ถึง 59 มิลลิลิตรต่อวินาที

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศแต่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ดี: รับประทานยา 500 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 1 วัน

ผู้ป่วยโรคงูสวัด: รับประทานยา 500 มิลลิกรัม

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่ริมฝีปาก: รับประทานยา 750 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียว

ความสามารถของไตในการกำจัดสารครีอะตินีน 20 ถึง 39 มิลลิลิตรต่อวินาที:

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศแต่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ดี: รับประทานยา 500 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียว

การยับยั้งการกลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศ สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี: รับประทานยา 125 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมง

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และกลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศและริมฝีปาก: รับประทานยา 500 มิลลิกรัมทุก 24 ชั่วโมง

ผู้ป่วยโรคงูสวัด: รับประทานยา 500 มิลลิกรัมทุก 24 ชั่วโมง

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่ริมฝีปาก: รับประทานยา 500 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียว

ความสามารถของไตในการกำจัดสารครีอะตินีนน้อยกว่า 20 มิลลิลิตรต่อวินาที:

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศ แต่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ดี: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียว

การยับยั้งการกลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศ สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี: รับประทานยา 125 มิลลิกรัมทุก 24 ชั่วโมง

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และกลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศและริมฝีปาก: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมทุก 24 ชั่วโมง

ผู้ป่วยโรคงูสวัด: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมทุก 24 ชั่วโมง

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่ริมฝีปาก: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียว

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

-ตับทำงานผิดปกติขั้นไม่รุนแรงถึงปานกลาง: ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

ตับทำงานผิดปกติขั้นรุนแรง: ไม่มีข้อมูล

คำเตือน

ไม่ได้มีการระบุประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยที่เริ่มเป็นเริมที่อวัยวะเพศ โรคงูสวัสที่ตา ผู้ป่วยผิวสีและชาวแอฟริกันอเมริกันที่กลับมาเป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศอีกครั้ง หรือผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี แต่ยานี้มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และเป็นโรคเริมอีกครั้งที่ริมฝีปากหรืออวัยวะเพศ

ผู้ป่วยที่ไตทำงานผิดปกติควรลดขนาดยา ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตและรับประทานยานี้เกินกว่าขนาดยาที่กำหนด จะเกิดภาวะไตล้มเหลวอย่างรุนแรง

ควรระมัดระวังและเฝ้าสังเกตการใช้ยาในผู้สูงอายุ เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของไตมักจะลดลง รวมถึงดูการใช้ยาอื่นๆ ร่วมด้วย

เนื่องจากยาเม็ดจะมีแลคโตส (lactose) ผู้ที่แพ้แลคโตสตามกรรมพันธุ์ ภาวะพร่องแลคโตสอย่างรุนแรง หรือร่างกายดูดซึมกลูโคสและกาแลคโตสผิดปกติ ควรได้รับการตรวจโดยผู้ให้บริการด้านการแพทย์ ก่อนรับประทานยาแฟมไซโคลเวียร์

กระบวนการกรองของเสียจากเลือด (Dialysis)

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) :

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศ แต่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ดี: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียวหลังจากเข้ารับการกรองของเสียจากเลือด

การยับยั้งการกลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศ สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี: รับประทานยา 125 มิลลิกรัมทุกการเข้ารับการกรองของเสียจากเลือดแต่ละครั้ง

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และกลับมาเป็นเริมที่อวัยวะเพศและริมฝีปาก: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมทุกการเข้ารับการกรองของเสียจากเลือดแต่ละครั้ง

ผู้ป่วยโรคงูสวัส: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมทุกการเข้ารับการกรองของเสียจากเลือดแต่ละครั้ง

ผู้ป่วยที่กลับมาเป็นเริมที่ริมฝีปาก: รับประทานยา 250 มิลลิกรัมเพียงครั้งเดียวหลังจากเข้ารับการกรองของเสียจากเลือด

คำแนะนำอื่นๆ

-ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาแฟมไซโคลเวียร์พร้อมอาหาร

-ผู้ป่วยควรตระหนักว่ายาแฟมไซโคลเวียร์ไม่ได้ใช้รักษาแผลหรือเริมที่อวัยวะเพศ ไม่ได้มีข้อมูลระบุว่ายานี้จะป้องกันการแพร่เชื้อเริมที่อวัยวะเพศไปสู่ผู้อื่น

-ผู้ป่วยไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักรหากรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ง่วงนอน มึนงงหรือผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับประสาทส่วนกลาง

ขนาดยาแฟมไซโคลเวียร์สำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยาแฟมไซโคลเวียร์

ยาแฟมไซโคลเวียร์มีรูปแบบดังต่อไปนี้:

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 9, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 9, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย