แอคคิวเทน (Accutane®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: แอคคิวเทน (Accutane®) Brand Name(s): แอคคิวเทน (Accutane®), แอคคิวเทน (Accutane®) และ แอคคิวเทน (Accutane®).

ข้อบ่งใช้

ยาแอคคิวเทน (ไอโซเตรทติโนอิน) ใช้สำหรับ

ยาแอคคิวเทน (Accutane®) เป็นยาในกลุ่มของยาเรตินอยด์ (retinoids) ยานี้ทำงานโดยการชะลอการสร้างสารตามธรรมชาติบางชนิดที่ทำให้เกิดสิว

ยาแอคคิวเทนนั้นใช้เพื่อรักษาสิวอักเสบแดงเป็นก้อนระดับรุนแรง (nodular acne) อาการสิวที่รุนแรงประเภทหนึ่งที่ไม่สามารถบรรเทาได้จากการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะ

วิธีการใช้ยาแอคคิวเทน (ไอโซเตรทติโนอิน)

ยาแอคคิวเทนมาในรูปแบบของยาแคปซูลสำหรับรับประทาน ควรรับประทานวันละสองครั้งพร้อมกับมื้ออาหาร เป็นเวลานาน 4 ถึง 5 เดือน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ดพร้อมกับดื่มน้ำ อย่าเคี้ยวหรืออมยาแคปซูล

ควรทำตามวิธีการใช้ยาบนฉลากยาอย่างระมัดระวัง และสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรหากมีข้อสงสัยใดๆ

รับประทานยาแอคคิวเทนตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้บ่อยกว่าที่แพทย์กำหนด

การเก็บรักษายาแอคคิวเทน (ไอโซเตรทติโนอิน)

ยาแอคคิวเทนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาแอคคิวเทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาแอคคิวเทนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแอคคิวเทน (ไอโซเตรทติโนอิน)

โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหาก

  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก
  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาแอคคิวเทน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อย่าให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยาแอคคิวเทนและภายในเวลา 1 เดือนหลังจากที่หยุดใช้ยาแอคคิวเทน

ควรหลีกเลี่ยงการเปิดรับแสงแดดโดยไม่จำเป็นหรือเป็นเวลานาน และควรสวมเสื้อผ้าป้องกัน แว่นกันแดด และทาครีมกันแดด เนื่องจากยาแอคคิวเทนนั้นอาจจะทำให้ผิวของคุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดได้

ยาแอคคิวเทนอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด พฤติกรรม หรือสุขภาพจิตได้ ผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยาแอคคิวเทนอาจจะเเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคจิต (ไม่อยู่กับความจริง) มีพฤติกรรมรุนแรง มีความคิดที่จะฆ่าหรือทำร้ายตัวเอง และเคยพยายามทำหรือทำสำเร็จไปแล้ว

คุณหรือครอบครัวของคุณควรจะติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • วิตกกังวล
  • เศร้าหมอง
  • ร้องไห้ไม่หยุด
  • หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ
  • ประสิทธิภาพการเรียนหรือการทำงานลดลง
  • นอนหลับมากกว่าปกติ
  • นอนไม่หลับหรือตื่นยาก
  • หงุดหงิด
  • โมโห ก้าวร้าว
  • ความอยากอาหารหรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลง
  • ไมีมีสมาธิ
  • ถอยห่างออกจากเพื่อนหรือครอบครัว
  • หมดแรง
  • รู้สึกไม่มีค่าหรือรู้สึกผิด
  • มีความคิดทฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง
  • มีความคิดหรือการกระทำที่อันตราย
  • มองเห็นภาพหลอน (มองเห็นหรือได้ยินในสิ่งที่ไม่มีอยู่)

ควรแน่ใจว่าครอบครัวของคุณนั้นทราบว่าอาการไหนเป็นอันตรายและควรติดต่อแพทย์หากคุณไม่สามารถรับการรักษาได้ด้วยตัวเอง

ยาแอคคิวเทนอาจทำให้ตาแห้งและทำให้รู้สึกไม่สบายเมื่อสวมคอนแทคเลนส์ในช่วงระหว่างและหลังจากการรักษา

ยาแอคคิวเทนอาจจะจำกัดความสามารถในการมองเห็นในที่มืด โดยปัญหานี้อาจจะเกิดขึ้นอย่างทันทีในเวลาใดก็ได้ระหว่างการรักษาและอาจจะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากที่คุณหยุดการรักษา ควรระมัดระวังขณะที่คุณขับรถหรือใช้เครื่องจักรในตอนกลางคืน

ควรหลีกเลี่ยงการใช้แว็กซ์กำจัดขน ทำเลเซอร์ผิวหนัง และการทำเดอร์มาเบรชั่น (dermabrasion) ซึ่งเป็นเทคนิคการกรอผิวให้เรียบเนียนขณะที่กำลังใช้ยาแอคคิวเทน และภายในเวลา 6 เดือนหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา เพราะยาแอคคิวเทนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นจากการรักษาเหล่านี้ โปรดสอบถามแพทย์ว่าเมื่อไหร่คุณถึงจะสามารถรับการรักษาเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย

ยาแอคคิวเทนอาจทำให้กระดูกอ่อนแอหรือหนาขึ้นอย่างผิดปกติ และอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการบาดเจ็บที่กระดูกสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายบางประเภท หากกระดูกของคุณหักขณะที่กำลังรับการรักษา โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยาแอคคิวเทน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาแอคคิวเทนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาแอคคิวเทน (ไอโซเตรทติโนอิน)

โปรดปรึกษาแพทย์ในทันทีหากผลข้างเคียงดังต่อไปนี้รบกวนคุณ

  • ริมฝีปากมีรอยแดง แตก และมีแผล
  • ผิวแห้ง ตาแห้ง ปากแห้ง หรือจมูกแห้ง
  • เลือดกำเดาไหล
  • สีผิวเปลี่ยน
  • ผิวลอกที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า
  • เล็บมีความเปลี่ยนแปลง
  • รอยบาดหรือแผลหายช้า
  • เลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกบวม
  • ผมร่วงหรือมีขนส่วนเกินเพิ่มขึ้น
  • เหงื่อออก
  • หน้าแดง
  • เสียงเปลี่ยน
  • เหนื่อยล้า
  • อาการของโรคหวัด
  • ปวดหัว
  • มองเห็นไม่ชัด
  • วิงเวียน
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ชัก
  • พูดช้าหรือพูดไม่ชัด
  • อ่อนแรงหรือรู้สึกชาที่ช่วงหนึ่งหรือด้านหนึ่งของร่างกาย
  • ปวดท้อง
  • ปวดหน้าอก
  • กลืนลำบากหรือมีอาการปวดขณะกลืน
  • อาการแสบร้อนกลางอกที่เกิดขึ้นใหม่หรืออาการรุนแรงขึ้น
  • ท้องร่วง
  • ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง
  • อุจจาระสีคล้ำ
  • ปวดหลัง กระดูก ข้อต่อ หรือกล้ามเนื้อ
  • ได้ยินไม่ชัด
  • มีอาการปวดตาหรือตาแห้งเป็นประจำ
  • กระหายน้ำผิดปกติ
  • ปัสสาวะบ่อย
  • หายใจไม่ออก

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาแอคคิวเทนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาเตตราไซคลีน (Tetracyclines) อย่างยามิโนไซคลีน (minocycline) หรือเตตราไซคลีน (tetracycline)
  • ยาประเภทวิตามินเอ เช่นอาซิเทรติน (acitretin) หรือเบกซาโรทีน (bexarotene)
  • ยาเฟนีโทอิน (Phenytoin) อย่างไดแลนทิน (Dilantin)
  • ยารักษาอาการป่วยทางจิต
  • ยาสเตียรอยด์สำหรับรับประทาน เช่น ยาเดกซาเมทาโซน (dexamethasone) อย่างเดคาโดรน (Decadron) หรือเดกโซน (Dexone) ยาเมทิลเพรดนิโซโลน (methylprednisolone) อย่างเมโดรล (Medrol) และยาเพรดนิโซน (prednisone) อย่างเดลทาโซน (Deltasone)
  • ยาปฏิชีวนะเตตราไซคลีน (Tetracycline) เช่น ยายาเดเมโคลไซคลีน (demeclocycline) อย่างเดโคลมัยซิน (Declomycin) ยาดอกซีไซคลีน (doxycycline) อย่างโมโนดอก (Monodox) ไวบรามัยซิน (Vibramycin) และอื่นๆ ยาไมโนไซคลีน (minocycline) อย่างไมโนซิน (Minocin) หรือเวคทริน (Vectrin) ยาออกซีเตตราไซคลีน (oxytetracycline) อย่างเทอร์รามันซิน (Terramycin) ยาเตตราไซคลีน (tetracycline) อย่างซูมัยซิน (Sumycin) เทเทร็ก (Tetrex) และอื่นๆ
  • อาหารเสริมวิตามินเอ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแอคคิวเทนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาแอคคิวเทนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

สภาวะเหล่านั้นคือ

  • มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
  • ซึมเศร้า
  • อาการป่วยทางจิต
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหอบหืด
  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) สภาวะที่ทำให้กระดูกเปราะบางและแตกหักง่าย
  • โรคกระดูกน่วม (Osteomalacia) สภาวะกระดูกอ่อนแอเนื่องจากขาดวิตามินดีหรือดูดซึมวิตามินนี้ได้ยาก
  • สภาวะอื่นๆ ที่ทำให้กระดูกอ่อนแอ
  • ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด) สูง
  • ความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญลิพิด (lipid) สภาวะที่ทำให้ร่างกายของคุณจัดการกับไขมันได้ยากขึ้น
  • โรคคลั่งผอม (Anorexia nervosa) ความผิดปกติของการกินอาหารซึ่งมีอาการรับประทานอาหารได้น้อยมาก
  • โรคหัวใจหรือโรคตับ
  • น้ำหนักเกิน

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาแอคคิวเทน (ไอโซเตรทติโนอิน) สำหรับผู้ใหญ่

สิว

ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5 ถึง 1 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง ผู้ป่วยที่เป็นโรคอย่างรุนแรงพร้อมกับมีแผลเป็นหรือเป็นรอยบนบำตัวส่วนใหญ่อาจจะต้องใช้ยาในขนาดถึง 2 มก./กก./วัน

ผื่นเป็นวง (Granuloma Annulare)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5 ถึง 1 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานในขนาดที่เท่ากันวันละสองครั้ง

ขนาดยาแอคคิวเทน (ไอโซเตรทติโนอิน) สำหรับเด็ก

สิว
อายุ 12 ปีขึ้นไป ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.5 ถึง 1 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดนอนลิมโฟซิติค (Acute Nonlymphocytic Leukemia)

อายุ 1 เดือนขึ้นไป ขนาดยาที่แนะนำคือ 100 มก./กก./วัน รับประทานหนึ่งครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: พฤษภาคม 30, 2019 | Last Modified: พฤษภาคม 30, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน