แอมเบียน (Ambien®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: แอมเบียน (Ambien®) Brand Name(s): แอมเบียน (Ambien®).

ข้อบ่งใช้

ยาแอมเบียน (โซลพิเดม) ใช้สำหรับ

ยาแอมเบียน (Ambien®) เป็นยาระงับประสาท (sedative) และยังเรียกว่ายานอนหลับ (hypnotic) ยาโซลพิเดม (Zolpidem) นั้นส่งผลกระทบต่อสารสื่อประสาทในสมองที่อาจจะไม่สมดุล ในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ

ยาแอมเบียนใช้เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์ทันทีนั้น ใช้เพื่อช่วยให้คุณนอนหลับเมื่อเข้านอน ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นานแอมเบียนซีอาร์ (Ambien CR) ซึ่งมีชั้นแรกที่ละลายเร็ว เพื่อช่วยให้คุณนอนหลับ และชั้นที่สองจะละลายอย่างช้า ๆ เพื่อช่วยให้คุณยังคงนอนหลับต่อไป

แพทย์อาจจะเป็นผู้กำหนดว่า ยาแอมเบียนรูปแบบไหนเหมาะสมกับคุณที่สุด

วิธีการใช้ยาแอมเบียน (โซลพิเดม)

ใช้ยาแอมเบียนตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยา อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่าหรือนานกว่าที่กำหนด

ยาแอมเบียนอาจทำให้เกิดการเสพติดได้ อย่าแบ่งยานี้กับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่เคยใช้ยาในทางที่ผิดหรือติดยา ควรเก็บยานี้ไว้ในสถานที่ที่ห่างไกลจากมือของผู้อื่น การขายหรือแจกจ่ายยานี้นั้นผิดกฏหมาย

ขนาดยาแอมเบียนที่แนะนำนั้น แตกต่างกันสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย และยานี้ไม่ได้รับการยอมรับการใช้ในเด็ก การใช้ยาในทางที่ผิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย

อย่าใช้ยานี้ หากคุณไม่มีเวลานอนเต็มที่ 7 ถึง 8 ชั่วโมง ก่อนจะต้องตื่นอีกครั้ง

ยาแอมเบียนนั้นใช้ชั่วคราวเท่านั้น โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการนอนไม่หลับของคุณไม่ดีขึ้น หรือหากมีอาการรุนแรงขึ้น หลังจากที่ใช้ยาเป็นเวลานาน 7 ถึง 10 คืนติดต่อกัน อย่าใช้ยานี้นานกว่า 4 หรือ 5 สัปดาห์โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

อย่าหยุดใช้ยาแอมเบียนอย่างกะทันหัน หลังจากใช้ยาเป็นเวลานาน ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะมีอาการถอนยาที่ไม่พึงประสงค์ได้ โปรดสอบถามแพทย์ ถึงวิธีในการหลีกเลี่ยงอาการถอนยา เมื่อคุณหยุดใช้ยานี้

อาการนอนไม่หลับนั้น อาจจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่คุณหยุดใช้ยาแอมเบียน อาการเหล่านี้มักจะรุนแรง มากกว่าก่อนที่คุณเริ่มใช้ยานี้ โปรดติดต่อแพทย์ หากคุณยังมีอาการนอนไม่หลังอย่างรุนแรง ในไม่กี่คืนแรกหลังจากที่หยุดใช้ยาโซลพิเดม

อย่าบด เคี้ยว หรือหักยาเม็ดยาแอมเบียนซีอาร์ ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด

การเก็บรักษายาแอมเบียน (โซลพิเดม)

ยาแอมเบียนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาแอมเบียนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาแอมเบียนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแอมเบียน (โซลพิเดม)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณมีความตั้งใจหรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาแอมเบียน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

บางคนที่ใช้ยาแอมเบียน ซึ่งทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การขับรถ การเดิน การคุยโทรศัพท์ หรือมีเพศสัมพันธ์ และอาจจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับการทำกิจกรรมนั้นในภายหลัง หากเกิดอาการนี้ควรหยุดใช้ยาแอมเบียน และปรึกษาแพทย์ ถึงวิธีการอื่นในการรักษาความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับของคุณ

ยาแอมเบียนอาจจะทำให้ความคิดหรือปฏิกิริยาของคุณบกพร่อง คุณอาจจะรู้สึกง่วงในตอนเช้าหลังจากใช้ยานี้ โดยเฉพาะหากคุณใช้ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นาน หรือหากคุณเป็นผู้หญิง ควรรออย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือจนกว่าคุณจะตื่นอย่างเต็มที่ ก่อนจะทำกิจกรรมที่ต้องการการตื่นอย่างเต็มตาและความตื่นตัว

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาแอมเบียนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาแอมเบียน (โซลพิเดม)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • ง่วงซึมในตอนกลางวัน
  • วิงเวียน
  • อ่อนแรง
  • รู้สึกเหมือนถูกวางยาหรือหน้ามืด
  • รู้สึกเหนื่อยล้า
  • สูญเสียการเคลื่อนไหวที่สอดประสาน
  • คัดจมูก
  • ปากแห้ง
  • ระคายเคืองจมูกหรือลำคอ
  • คลื่นไส้
  • ท้องผูก
  • ท้องร่วง
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ปวดหัว
  • ปวดกล้ามเนื้อ

หยุดใช้ยาแอมเบียนและติดต่อแพทย์ในทันทีถ้าหาก

  • ปวดหน้าอก
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • หายใจไม่อิ่ม
  • มีปัญหากับการหายใจหรือการกลืน
  • รู้สึกคล้ายจะหมดสติ
  • ซึมเศร้า
  • วิตกกังวล
  • ก้าวร้าว
  • กระวนกระวาย
  • สับสน
  • มีความคิดที่ผิดปกติ
  • มองเห็นภาพหลอน
  • มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ
  • ลักษณะนิสัยเปลี่ยน
  • มีพฤติกรรมชอบเสี่ยง
  • ความยับยั้งชั่งใจลดลง
  • ไม่มีความกลัวต่ออันตราย
  • มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง

ยาแอมเบียนอาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่รุนแรง หยุดใช้ยาแอมเบียนและรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ต่อยาโซลพิเดม เช่น ลมพิษ หายใจติดขัด อาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาแอมเบียนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • คลอร์โปรมาซีน (Chlorpromazine)
  • ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) หรือคีโตโคนาโซล (ketoconazole)
  • ไรแฟมพิน (Rifampin)
  • ยาต้านซึมเศร้า (antidepressant) – อิมิพรามีน (imipramine) เซอร์ทราลีน (sertraline)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแอมเบียนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาแอมเบียนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคปอด เช่น โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ (bronchitis) โรคถุงลมโป่งพอง (emphysema) หรือโรคปอดอักเสบเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease)
  • โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea)
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis)
  • เคยเป็นโรคซึมเศร้า ป่วยทางจิต หรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
  • เคยติดยาหรือติดสุรา

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาแอมเบียน (โซลพิเดม) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาที่แนะนำคือ 5 มก. สำหรับผู้หญิง และ 5 หรือ 10 มก. สำหรับผู้ชาย รับประทานวันละครั้งในตอนกลางคืนทันทีก่อนนอน ภายในเวลาอย่างน้อย 7 ถึง 8 ชั่วโมงก่อนเวลาที่คาดว่าจะตื่นนอน

หากขนาดยา 5 มก. ไม่ได้ผล อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 10 มก.

สำหรับผู้ป่วยบางราย ระดับของยาภายในเลือดที่สูงกว่าในตอนเช้าหลังจากที่ใช้ยาในขนาด 10 มก.นั้น จะเพิ่มความเสี่ยงในการลดประสิทธิภาพในการขับรถ และการทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวอย่างเต็มที่ในวันถัดไป

ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับผู้หญิงและผู้ชายนั้นแตกต่างกัน เพราะความสามารถในการกำจัดยาโซลพิเดมในผู้หญิงนั้นจะต่ำกว่า

ขนาดยาแอมเบียน (โซลพิเดม) สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดเคลือบฟิล์มโซพิเดมทาร์เทรต (zolpidem tartrate) ขนาด 5 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มีนาคม 4, 2019 | Last Modified: มีนาคม 4, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย