โซลิเฟนาซิน (Solifenacin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: โซลิเฟนาซิน (Solifenacin) Brand Name(s): โซลิเฟนาซิน (Solifenacin).

ข้อบ่งใช้

ยาโซลิเฟนาซินใช้สำหรับ

ยาโซลิเฟนาซิน (Solifenacin) ใช้รักษาอาการกระเพาะปัสสาวะทำงานมากเกินไป ยานี้ทำให้คุณควบคุมการปัสสาวะได้ดีขึ้นโดยการคลายกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ ยานี้ช่วยลดการไหลของปัสสาวะ ความรู้สึกที่ต้องการจะปัสสาวะทันที รวมถึงอาการปัสสาวะบ่อย ยานี้อยู่ในกลุ่มของยาคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

วิธีการใช้ยาโซลิเฟนาซิน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือกินเดี่ยวๆ ตามที่แพทย์สั่ง ปกติแล้วจะเป็น 1 ครั้งต่อวัน รับประทานยานี้พร้อมดื่มน้ำเต็มแก้ว กลืนยานี้โดยไม่เคี้ยว เนื่องยามีรสขม

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด เพื่อช่วยจำ รับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรคและการตอบสนองต่อการรักษา รวมถึงยาอื่นที่คุณกำลังใช้ ให้แน่ใจว่าคุณได้แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่ที่ต้องใช้สั่งจากแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร)

อย่าเพิ่มขนาดยา รวมถึงใช้ยานี้บ่อยหรือนานเกินกว่าที่แพทย์สั่ง อาการจะไม่ได้หายไวขึ้น และคุณจะเสี่ยงที่จะมีผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาโซลิเฟนาซิน

คุณควรเก็บยาโซลิเฟนาซินไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาโซลิเฟนาซินไว้ให้ห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโซลิเฟนาซินแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์ หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาโซลิเฟนาซินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโซลิเฟนาซิน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วย โดยเฉพาะปัสสาวะลำบาก (ปัสสาวะไม่ออก) ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะอื่นๆ เช่นกระเพาะปัสสาวะอุดตัน (bladder outflow obstruction) การอุดตันที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก (ท้องอืด) ตัวเองหรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคต้อหิน (ชนิดมุมปิด) โรคตับ โรคลำไส้ เช่น โรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล การเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กช้าลง ท้องผูก โรคไต ต่อมลูกหมากโต โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือระบบประสาทบางชนิด (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง)

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัดเจน แอลกอฮอล์หรือกัญชาอาจทำให้อาการของคุณรุนแรงยิ่งขึ้น อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัว จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรค

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร)

ยานี้อาจทำให้คุณเหงื่อออกน้อยลง และมีแนวโน้มที่จะเป็นฮีทสโตรกมากขึ้น หลีกเลี่ยงการทำสิ่งใดๆ ที่จะทำให้คุณร้อนเกินไป เช่น การทำงานหนักหรือออกกำลังกายในที่ซึ่งอากาศร้อนจัด หรือแช่อ่างน้ำร้อน เมื่ออากาศร้อน ให้ดื่มน้ำมากๆ และสวมเสื้อบางๆ หากคุณร้อนเกินไป รีบมองหาสถานที่ที่จะทำให้ร่างกายเย็นลงและพักผ่อน เข้ารับการรักษาทันทีหากคุณไม่หายจากไข้ มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ ปวดศีรษะหรือวิงเวียนศีรษะ

ผู้สูงอายุอาจตอบสนองต่อผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอาการง่วงซึม มึนงง ท้องผูกหรือมีปัญหาในการปัสสาวะ นอกจากนี้ อาการง่วงซึมหรือมึนงงอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะสะดุดล้ม

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรรับประทานยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาความเสี่ยงและข้อดีกับแพทย์

ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ายานี้จะซึมเข้าสู่น้ำนมหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาโซลิเฟนาซินระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เป็นประจำ เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานยาโซลิเฟนาซิน อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาโซลิเฟนาซินจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท C

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

· A – ไม่เสี่ยง

· B – ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น

· C – อาจจะมีความเสี่ยง

· D – มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง

· X – ห้ามใช้

· N – ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโซลิเฟนาซิน

อาจเกิดอาการปากแห้ง ท้องผูก ง่วงซึม ท้องไส้ปั่นป่วน มองเห็นไม่ชัดเจน ตาแห้ง ปวดศีรษะ หรือเหนื่อยล้า รวมถึงอ่อนแรงผิดปกติ หากคุณยังคงมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องหรืออาการแย่ลง แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

เพื่อบรรเทาอาการปากแห้ง ให้อมลูกอมหรือน้ำแข็งก้อนเล็กๆ (ที่ไม่มีน้ำตาล) เคี้ยวหมากฝรั่ง (ที่ไม่มีน้ำตาล) ดื่มน้ำหรือใช้สารทดแทนน้ำลาย

เพื่อที่จะป้องกันอาการท้องผูก ให้ทานอาหารที่มีใยอาหารให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอและออกกำลังกาย หากคุณท้องผูกระหว่างรับประทานยานี้ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกชนิดของยาระบาย

ระลึกไว้ว่า แพทย์จ่ายยานี้เนื่องจากตัดสินใจแล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้แล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่ เจ็บกระเพาะอาหารหรือปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องผูกเกิน 3 วันหรือมากกว่านั้น ปัสสาวะลำบาก สัญญาณของการติดเชื้อที่ไต (เช่น แสบ ปวดระหว่างปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย เป็นไข้ ปัสสาวะมีสีชมพูหรือมีเลือดปน) การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์เช่นมึนงง เห็นภาพหลอน

เข้ารับการรักษาทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากเหล่านี้ ได้แก่ ปวดตา ตาบวมหรือตาแดง การมองเห็นเปลี่ยนไป เช่น เห็นรุ้งรอบๆ แสงไฟในตอนกลางคืน

ไม่ค่อยพบอาการแพ้ยาที่รุนแรงเท่าไหร่นักจากยานี้ อย่างไรก็ตาม ต้องเข้ารับการรักษาทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้ที่รุนแรง ได้แก่ ผื่น คันผิวหรือผิวบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอื่นที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ยาแพรมลินไทด์ (pramlintide) โพแทสเซียมชนิดเม็ดหรือแคปซูล

ยาอื่นอาจส่งผลให้ร่างกายขับยาโซลิเฟนาซินออก ซึ่งอาจทำให้ฤทธิ์ยาเปลี่ยนไป ตัวอย่างของยากลุ่มดังกล่าวได้แก่ยาต้านเชื้อราชนิดเอโซล (azole antifungal) เช่น ยาไอทราโคนาโซล (itraconazole) และยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) เป็นต้น

ยาโซลิเฟนาซินอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งจากแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หรือหยุดยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือยาอื่น

ยาโซลิเฟนาซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อรับทราบถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโซลิเฟนาซินอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาโซลิเฟนาซิน

ขนาดยาโซลิเฟนาซินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับรักษาแผลในลำไส้

ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทานยาครั้งละ 5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาที่สำหรับควบคุมอาการ: รับประทานยาครั้งละ 5 ถึง 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

-รับประทานยาพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้

การใช้: ใช้รักษากระเพาะปัสสาวะที่ทำงานมากเกินไป รวมถึงอาการที่กระตุ้นให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปวดปัสสาวะฉับพลันและปัสสาวะบ่อย

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ที่ปัสสาวะบ่อย

ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทานยา 5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาที่สำหรับควบคุมอาการ : รับประทานยา 5 ถึง 10 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำ

-รับประทานยาพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้

การใช้: ใช้รักษากระเพาะปัสสาวะที่ทำงานมากเกินไป รวมถึงอาการที่กระตุ้นให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปวดปัสสาวะฉับพลันและปัสสาวะบ่อย

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

-การทำงานผิดปกติของไตขั้นไม่รุนแรงถึงปานกลางหรือความสามารถของไตในการกำจัดสารครีอะตินินมากกว่า 30 มิลลิลิตรต่อวินาที: ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

-การทำงานผิดปกติของไตขั้นรุนแรงหรือความสามารถของไตในการกำจัดสารครีอะตินินต่ำกว่า 30 มิลลิลิตรต่อวินาที: ขนาดยาไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

-ตับทำงานผิดปกติขั้นไม่รุนแรง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับหรือ Child-Pugh เป็นเอ): ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

-ตับทำงานผิดปกติขั้นปานกลาง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับเป็นบี): ขนาดยาไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

-ตับทำงานผิดปกติขั้นรุนแรง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับเป็นซี): ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

การปรับขนาดยา

ผู้ป่วยที่รับประทานสารยับยั้งเอนไซม์ไซโตโครมพี450-3เอ4 (CYP450 3A4 inhibitor) เช่นยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) ยาริโทนาเวียร์ (ritonavir) ยาเนลฟินาเวียร์ (nelfinavir) ยาไอทราโคนาโซล (itraconazole): ขนาดยาไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัม 1 ครั้งต่อวัน

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำในการใช้

-ไม่ควรกลืนยาเข้าไปทั้งเม็ด

-อาจรับประทานยาพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้

ขนาดยาโซลิเฟนาซินสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือ ต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

ยาโซลิเฟนาซินมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยารับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใ

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 19, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 19, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย