โพรโทนิกซ์ (Protonix®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: โพรโทนิกซ์ (Protonix®) Brand Name(s): โพรโทนิกซ์ (Protonix®).

ข้อบ่งใช้

ยาโพรโทนิกซ์ (แพนโทพราโซล) ใช้สำหรับ

ยาโพรโทนิกซ์ (Protonix®) เป็นยายับยั้งโปรตอนปั๊ม (proton pump inhibitor) ที่ลดปริมาณการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร

ยาโพรโทนิกซ์ใช้เพื่อรักษาอาการหลอดอาหารอักเสบแบบมีแผล (erosive esophagitis) ซึ่งเป็นความเสียหายต่อหลอดอาหาร ที่เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารและสภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องการกรดเกินในกระเพาะอาหาร เช่น กลุ่มอาการโซลลิงเจอร์–เอลลิสัน (Zollinger-Ellison syndrome)

ยาโพรโทนิกซ์ไม่สามารถบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก (heartburn) ได้ในทันที

วิธีการใช้ยาโพรโทนิกซ์ (แพนโทพราโซล)

ใช้ยาโพรโทนิกซ์ตามที่แพทย์ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามคำแนะนำทั้งหมดบนแลากยา อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

ยาโพรโทนิกซ์รูปแบบเม็ดสามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากได้ ยาโพรโทนิกซ์รูปแบบแกรนูล (granules) ควรรับประทาน 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร

อย่าบด เคี้ยว หรือหักเม็ดยา ควรกลืนยาทั้งเม็ด

ยาแกรนูลควรผสมกับซอสแอปเปิ้ลหรือน้ำแอปเปิ้ล อย่าผสมยากับน้ำหรืออาหารอ่อนอื่นๆ โรยเม็ดยาแกรนูลลงบนซอสแอปเปิ้ล หรือน้ำแอปเปิ้ล 1 ช้อนชา คนยาเป็นเวลา 5 วินาที แล้วกลืนส่วนผสมลงไปในทันทีโดยไม่ต้องเคี้ยว อย่าเก็บส่วนผสมไว้ใช้ในภายหลัง

วิธีการให้ยาโพรโทนิกซ์รูปแบบแกรนูลผ่านทางสายยางให้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร (nasogastric feeding tube)

  • ติดกระบอกฉีดยาขนาด 60 มล. เข้าสู่สายยางให้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารแล้วถอดลูกสูบออก ถือกระบอกฉีดยาไว้ให้อยู่สูงพอที่สายยางจะไม่งอ
  • ใส่ยาโพรโทนิกซ์แบบแกรนูลเข้าไปในกระบอกฉีดยาแล้วผสมกับน้ำแอปเปิ้ล 2 ช้อนชา
  • เติมน้ำแอปเปิ้ลเข้าไปอีก 2 ช้อนชาลงในกระบอกฉีดยา เพื่อให้ยาแกรนูลไหลผ่านไป เคาะหรือเขย่ากระบอกฉีดยา ขณะที่น้ำผลไม้ไหลผ่านเข้าสู่สายยาง
  • ล้างด้วยน้ำแอปเปิ้ล 2 ช้อนชาอย่างน้อยอีก 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มียาเหลืออยู่ในกระบอกฉีดยาหรือในสายยาง

ใช้ยาโพรโทนิกซ์จครบระยะเวลาที่กำหนด อาการของคุณอาจจะดีขึ้นก่อนที่จะรักษาอาการได้อย่างสมบูรณ์

หากคุณใช้ยาโพรโทนิกซ์นานเกินกว่า 3 ปี คุณอาจจะมีภาวะขาดวิตามินบี-12 โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการจัดการภาวะนี้ หากคุณเป็นโรคนี้

โปรดติดต่อแพทย์ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ขณะที่คุณกำลังใช้ยานี้

ยานี้สามารถทำให้ผลการตรวจคัดกรองยาเสพติดเป็นเท็จได้ หากคุณต้องตรวจคัดกรองยาเสพติดจากตัวอย่างปัสสาวะ โปรดแจ้งให้บุคคลากรทางการแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยาโพรโทนิกซ์

การเก็บรักษายาโพรโทนิกซ์ (แพนโทพราโซล)

ยาโพรโทนิกซ์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโพรโทนิกซ์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาโพรโทนิกซ์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโพรโทนิกซ์ (แพนโทพราโซล)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาโพรโทนิกซ์ หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อาการแสบร้อนกลางอกมักจะสับสนกับอาการแรกของโรคหัวใจวาย ควรรับการรักษาฉุกเฉิน หากคุณมีอาการปวดหน้าอกหรือรู้สึกหนักที่หน้าอก มีอาการปวดแพร่ไปยังแขนหรือไหล่ คลื่นไส้ เหงื่อออก และรู้สึกป่วย

คุณไม่ควรใช้ยาโพรโทนิกซ์หากคุณแพ้ต่อยา เช่น ยาแลนโซพราโซล (lansoprazole) อย่างพรีวาซิด (Prevacid) ยาอีโซเมปราโซล (esomeprazole) อย่างเน็กเซียม (Nexium) ยาโอเมพราโซล (omeprazole) อย่างพริโลเซค (Prilosec) เซเจริด (Zegerid) หรือราบีพราโซล (rabeprazole) อย่างอะซิบเฮ็กซ์ (AcipHex)

การใช้ยายับยั้งโปรตอนปั๊ม เช่น แพนโทพราโซล (pantoprazole) อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการกระดูกหักที่บริเวณสะโพก ข้อมือ หรือกระดูกสันหลัง ผลนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้ยาในเวลานาน หรือใช้ยาในขนาดสูง และผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยาโพรโทนิกซ์นั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงของกระดูกหักจริงหรือไม่

ยาโพรโทนิกซ์ไม่คาดว่าจะเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหาก คุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์

ยาแพนโทพราโซลสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และอาจเป็นอันตราทารกได้ คุณไม่ควรให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้

ยาโพรโทนิกซ์ไม่ได้รับการยอมรับให้ใช้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 5 ปี

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาโพรโทนิกซ์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโพรโทนิกซ์ (แพนโทพราโซล)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปอาจมีดังนี้

  • ปวดหัว
  • เป็นไข้
  • อาการของโรคหวัด เช่น คัดจมูก จาม เจ็บคอ
  • ปวดท้อง มีแก็ส คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องร่วงระดับเบา
  • ปวดข้อต่อ

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหาก

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และน้ำหนักลด
  • ท้องร่วงเป็นน้ำหรือเป็นเลือด
  • ชัก
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต — ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย มีเลือดในปัสสาวะหรือปัสสาวะติดขัด บวม น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • อาการของระดับแมกนีเซียมต่ำ – วิงเวียน สับสน
  • หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ
  • สั่นเทาหรือกล้ามเนื้อกระตุก
  • รู้สึกกระวนกระวายใจ
  • เป็นตะคริว กล้ามเนื้อกระตุกที่มือและเท้า
  • ไอหรือสำลัก

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาโพรโทนิกซ์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาแอมพิซิลลิน (Ampicillin)
  • ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole)
  • ยาเมโธเทรกเซท (Methotrexate)
  • ยาไมโคฟีโนเลต โมฟีทิล (Mycophenolate mofetil)
  • ยาวาฟาริน (Warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) แจนโทเวน (Jantoven)
  • ยาสำหรับการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ – อะทาซานาเวียร์ (atazanavir) นีลไฟนาเวียร์ (nelfinavir)
  • ยาที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก – ยาเฟอรัสฟูมาเรต (ferrous fumarate) ยาเฟอรัส กลูโคเนต (ferrous gluconate) ยาเฟอรัส ซัลเฟต (ferrous sulfate) และอื่นๆ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโพรโทนิกซ์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโพรโทนิกซ์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคตับขั้นรุนแรง
  • ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
  • โรคกระดูกบาง (osteopenia)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาโพรโทนิกซ์ (แพนโทพราโซล) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการหลอดอาหารอักเสบแบบมีแผล

การรักษาอาการหลอดอาหารอักเสบแบบมีแผล

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละครั้งนานถึง 8 สัปดาห์ แต่อาจพิจารณาให้ยาเพิ่มสำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่ดีขึ้นหลังจากการรักษาเริ่มต้น ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับการรักษานานกว่า 16 สัปดาห์
  • การรักษาระดับการรักษาอาการหลอดอาหารอักเสบแบบมีแผล
  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละครั้ง ควรการวิจัยแบบควบคุมนั้นจำกัดการรักษาด้วยยาโพรโทนิกซ์ที่ 12 เดือน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease)

  • ฉีดยา ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. วันละครั้งเป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 15 นาที ควรหยุดการรักษาด้วยการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทันทีเมื่อผู้ป่วยสามารถกลับมาสู่การรักษาด้วยการรับประทานยาได้
  • รับประทาน ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละครั้งสำหรับการใช้ยาระยะสั้น (สูงสุด 8 สัปดาห์) แต่อาจพิจารณาให้ยาเพิ่มอีก 8 สัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่ดีขึ้นหลังจากการรักษาเริ่มต้น ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับการรักษานานกว่า 16 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในลำไส้เล็กตอนต้น (Duodenal Ulcer)

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละครั้ง เพิ่มขนาดยาขึ้นทุกๆ 12 สัปดาห์ในขนาด 40 มก. จนถึงขนาดยาสูงสุดที่ 120 มก. ต่อวัน เป็นเวลา 28 สัปดาห์
  • ข้อมูลเผยว่าการรักษาด้วยยาชนิดเดียวในขนาดยาต่อวันที่ 40 มก. นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูแผลในลำไส้เล็กตอนต้นอย่างสมบูรณ์สูงถึง 87% และ 94% ของผู้ป่วยหลังจากรักษา 4 สัปดาห์และ 8 สัปดาห์ตามลำดับ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcer)

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละครั้ง ข้อมูลเผยว่าการรักษาด้วยยาชนิดเดียวในขนาดยาต่อวันที่ 40 มก. นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูแผลในกระเพาะอาหารอย่างสมบูรณ์สูงถึง 87% และ 97%ของผู้ป่วยหลังจากรักษา 4 สัปดาห์และ 8 สัปดาห์ตามลำดับ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori Infection)

การรักษาด้วยยาสามชนิด

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละสองครั้งเป็นเวลา 7 วัน มักจะใช้ร่วมกับยาคลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) หรือยาอะม็อกซีซิลลิน (amoxicillin) หรือยาเมโทรนิดาโซล (metronidazole) เพื่อกำจัดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ตามด้วยยาโพรโทนิกซ์ 40 มก. รับประทานวันละครั้งจนครบ 28 วัน การรักษาด้วยยาสามชนิดนี้มีผลอัตราการกำจัดเชื้อมากกว่า 95%

การรักษาด้วยยาสี่ชนิด

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละสองครั้งเป็นเวลา 7 วัน มักจะใช้ร่วมกับยาบิสมัท ซับซาลิไซเลต (bismuth subcitrate) และเตตราไซคลีน (tetracycline) ทั้งสองชนิดนี้วันละสี่ครั้ง และยาเมโทรนิดาโซลขนาด 200 มก. วันละสามครั้ง และขนาด 400 มก. ก่อนนอน ได้รับการกำจัดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไรใน 82% ของผู้ป่วย

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษากลุ่มอาการโซลลิงเจอร์–เอลลิสัน

  • ฉีดยา ขนาดยาที่แนะนำคือ 80 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 15 นาที ยังไม่มีการศึกษาขนาดยาต่อวันที่สูงกว่า 240 มก. โดยแบ่งหยอดให้ยาในขนาดที่เท่ากันนานกว่า 15 นาที หรือให้ยานานกว่า 6 วัน
  • รับประทาน ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก. รับประทานวันละครั้งจนถึงขนาดยาสูงสุดที่ 240 มก. ต่อวัน ผู้ป่วยบางรายอาจจะรักษาด้วยยาโพรโทนิกซ์นานกว่า 2 ปี

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันแผลจากความตึงเครียด

การป้องกันอาการเลือดออกจากแผลที่เกิดจากความตึงเครียดสำหรับผู้ป่วยวิกฤต (Critical Care Setting)

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 80 มก. วันละสองครั้ง ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทันทีนานกว่า 15 นาที จนถึงขนาดยาสูงสุดต่อวันที่ 240 มก. แบ่งให้ยาสามครั้งในขนาดที่เท่ากัน

การป้องกันไม่ให้แผลกลับมามีเลือดออกอีกครั้งหลังจากทำการห้ามเลือดสำหรับผู้ป่วยวิกฤต

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 80 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทันที ตามด้วยหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องในขนาด 8 มก./ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นอาจดำเนินการรักษาต่อด้วยยายับยั้งโปรตอนปั๊มแบบรับประทาน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer)

การป้องกันอาการเลือดออกจากแผลที่เกิดจากความตึงเครียดสำหรับผู้ป่วยวิกฤต

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 80 มก. วันละสองครั้ง ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทันทีนานกว่า 15 นาที จนถึงขนาดยาสูงสุดต่อวันที่ 240 มก. แบ่งให้ยาสามครั้งในขนาดที่เท่ากัน

การป้องกันไม่ให้แผลกลับมามีเลือดออกอีกครั้งหลังจากทำการห้ามเลือดสำหรับผู้ป่วยวิกฤต

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 80 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทันที ตามด้วยหยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องในขนาด 8 มก./ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นอาจดำเนินการรักษาต่อด้วยยายับยั้งโปรตอนปั๊มแบบรับประทาน

ขนาดยาโพรโทนิกซ์ (แพนโทพราโซล) สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาผงแบบฉีดสำหรับสารละลายแพนโทพราโซลโซเดียม (pantoprazole sodium) 40 มก. ใน 10 มล.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มีนาคม 18, 2019 | Last Modified: มีนาคม 18, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย