โพรไซคลีดิน (Procyclidine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: โพรไซคลีดิน (Procyclidine) Brand Name(s): โพรไซคลีดิน (Procyclidine), โพรไซคลีดิน (Procyclidine) และ โพรไซคลีดิน (Procyclidine).

ข้อบ่งใช้

ยาโพรไซคลีดินใช้สำหรับ

ยาโพรไซคลีดิน (Procyclidine) ใช้เพื่อรักษาอาการของโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) หรือการเคลื่อนไหวแบบไม่รู้ตัว (involuntary movements) เนื่องจากผลข้างเคียงของยาทางจิตเวชบางชนิด (psychiatric drugs) อย่างยาระงับอาการทางจิต (antipsychotics) เช่น คลอร์โปรมาซีน (chlorpromazine) หรือฮาโลเพอร์ริดอล (haloperidol) ยาโพรไซคลีดิน จัดอยู่ในกลุ่มของยาแอนติโคลิเนอร์จิก (anticholinergics) ที่ทำงานโดยปิดกั้นสารตามธรรมชาติอย่างสารอะซิติลโคลีน (acetylcholine) ทำให้ช่วยลดอาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง เหงื่อออก และการผลิตน้ำลาย และช่วยเพิ่มความสามารถในการเดินในผู้ที่เป็นโรคพาร์กินสัน

ยาแอนติโคลิเนอร์จิก สามารถหยุดอาการกล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรงที่หลัง คอ และดวงตา ซึ่งในบางครั้งอาจจะเกิดจากยาทางจิตเวชได้ ยานี้ยังสามารถช่วยลดผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง อย่างอาการเคลื่อนไหวผิดปกติอีพีเอส (extrapyramidal signs-EPS) อย่างไรก็ตาม ยานี้ไม่มีประโยชน์ในการรักษาปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่เกิดจากอาการยึกยือ (tardive dyskinesia) และอาจจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย

วิธีการใช้ยาโพรไซคลีดิน

รับประทานยานี้ โดยปกติคือวันละ 3 ถึง 4 ครั้งหลังจากมื้ออาหารและก่อนนอน หรือตามที่แพทย์กำหนด แพทย์อาจจะให้คุณเริ่มใช้ยาที่ขนาดต่ำ แล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นมาเพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

หากคุณกำลังใช้ยาในรูปแบบยาน้ำ ควรตวงยาโดยใช้ช้อนหรืออุปกรณ์สำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดาเนื่องจากอาจได้ขนาดยาไม่ถูกต้อง

ควรใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และเพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

รับประทานยานี้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนใช้ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียม อะลูมิเนียม หรือแคลเซียม ควรรออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ระหว่างการใช้ยาโพรไซคลีดินและยาแก้ท้องเสียบางชนิด อย่างยาแก้ท้องเสียที่เป็นสารดูดซับ (adsorbent antidiarrheals) เช่น คาโอลิน (kaolin) เพคทิน (pectin) หรือแอตตาปูลไกต์ (attapulgite) รับประทานยานี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หลังจากใช้ยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) ยาลดกรดและยาแก้ท้องเสียบางชนิดอาจจะทำให้ไม่สามารถดูดซีมยาโพรไซคลีดินได้อย่างเต็มที่ และยาเหล่านี้อาจจะทำให้ไม่สามารถดูดซึมยาคีโตโคนาโซลได้เลยหากใช้ยาเหล่านี้ร่วมกัน

หากคุณกำลังใช้ยานี้เพื่อรักษาผลข้างเคียงจากยาอื่น แพทย์อาจจะแนะนำให้คุณใช้ยานี้เป็นประจำหรือใช้แค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น หากคุณกำลังใช้ยานี้เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาอื่นของคุณ เช่น ยาเลโวโดพา (levodopa) ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อย่าหยุดหรือเปลี่ยนขนาดยาของคุณโดยไม่ได้รับการยอมรับจากแพทย์

แม้ว่ายานี้จะช่วยเหลือคนได้มากมาย แต่ในบางครั้งยานี้ก็อาจจะทำให้เกิดการเสพติดได้ ความเสี่ยงนี้อาจจะเพิ่มขึ้นหากคุณเคยใช้สารในทางที่ผิด เช่น การใช้ยาหรือแอลกอฮอล์เกินขนาดหรือติดยาหรือแอลกอฮอล์

อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้บ่อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด ควรหยุดใช้ยาอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำ ภาวะบางอย่างอาจจะรุนแรงขึ้นหากหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน ควรค่อยๆ ลดขนาดยาลงมา

หากใช้ยานี้เป็นเวลานาน ยานี้อาจจะทำงานได้ไม่ดีดังเดิมและคุณอาจจะต้องใช้ยาในขนาดอื่น โปรดปรึกษาแพทย์หากยาของคุณทำงานได้ไม่ดีดังเดิม

โปรดปรึกษาแพทย์หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาโพรไซคลีดิน

ยาโพรไซคลีดินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโพรไซคลีดินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาโพรไซคลีดินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโพรไซคลีดิน

ก่อนใช้ยาโพรไซคลีดิน ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ กระเพาะปัสสาวะอุดตัน ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคต้อหิน (ชนิดมุมปิด) มีการอุดตันที่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ เช่น ภาวะลำไส้อุดตัน (bowel obstruction) ภาวะลำไส้อักเสบแบบมีแผลอย่างรุนแรง (severe ulcerative colitis) โรคกล้ามเนื้อบางชนิดอย่างโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (myasthenia gravis)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาภาวะสุขภาพดังต่อไปนี้

  • ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ เช่น โรคหอบหืด หรือ โรคถุงลมโป่งพอง
  • อาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อ
  • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น อาการปวดเค้นหัวใจ (angina) หัวใจวาย หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • ภาวะความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
  • ปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น อาการท้องผูกเรื้อรัง ภาวะลำไส้อืด (ileus) โรคลำไส้อักเสบแบบมีแผล
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • ปัญหาทางจิตใจหรืออารมณ์ เช่นวิตกกังวล ภาวะสมองเสื่อม (dementia) หรือโรคจิต (psychosis)
  • โรคประสาทบางชนิด เช่น โรคเส้นประสาทอัตโนมัติเสื่อม (autonomic neuropathy)
  • อาการชัก
  • ปัญหาเกี่ยวกระเพาะอาหาร เช่น โรคกรดไหลย้อน (acid reflux) โรคไส้เลื่อนกระบังลม (hiatal hernia) หรือมีแผลในกระเพาะอาหาร
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperthyroidism)
  • ปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ เช่น ภาวะต่อมลูกหมากโต (enlarged prostate) หรือกระเพาะปัสสาวะพิการ (neurogenic bladder)
  • ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยใช้สารในทางที่ผิด เช่น ใช้ยาหรือแอลกอฮอล์เกินขนาด รวมทั้งติดยาหรือแอลกอฮอล์)

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชา

เพื่อลดอาการวิงเวียนและหน้ามืด ควรค่อยๆ ลุกขึ้นจากท่านนั่งหรือท่านอน

ยานี้จะลดการผลิตน้ำลายซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและฟัน เช่น ฟันผุ (cavities) หรือโรคเหงือก ควรดูแลความสะอาดของฟันให้ดี เช่น แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันและตรวจฟันเป็นประจำ

ยานี้สามารถทำให้เหงื่อออกลดลง ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก หรือเกิดภาวะอุณหภูมิกายสูงเกินไป (hyperthermia) ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงนี้จะเพิ่มขึ้นหากสภาพอากาศร้อน ออกกำลังกายอย่างหนัก หรือเมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์ ควรดื่มน้ำให้มากและสวมเสื้อผ้าที่เบาสบายขณะที่อากาศร้อนหรือในขณะออกกำลังกาย หากคุณมีอาการของภาวะอุณหภูมิกายสูงเกินไป เช่น มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ ปวดหัว หรือวิงเวียน ควรหาที่พักที่อากาศเย็นหรือมีเครื่องปรับอากาศ หรือหยุดออกกำลังกาย และรับการรักษาในทันที โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยาในรูปแบบยาน้ำอาจจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ควรระมัดระวังการใช้ยาในรูปแบบนี้หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ภาวะพึ่งพาแอลกอฮอล์ (alcohol dependence) หรือโรคตับ ยาบางชนิด เช่น ยาไดซัลฟิแรม (disulfiram) หรือ เมโทรนิดาโซล (metronidazole) อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงเมื่อใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังใช้ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงวิธีการใช้ยานี้อย่างปลอดภัย

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลของยานีี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียน ภาวะอุณหภูมิกายสูงเกินไป มีปัญหากับความจำ และท้องผูก

เด็กอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะผลต่อการเต้นของหัวใจ

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาโพรไซคลีดินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโพรไซคลีดิน

อาจเกิดอาการง่วงซึม วิงเวียน ท้องผูก หน้าแดง คลื่นไส้ ประหม่า มองเห็นไม่ชัด หรือปากแห้ง อาการเหล่านี้มักจะลดน้อยลงเมื่อร่างกายคุ้นเคยกับยานี้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

เพื่อบรรเทาอาการปากแห้ง ควรอมลูกอม (ไม่มีน้ำตาล) หรือน้ำแข็ง เคี้ยวหมากฝรั่ง (ไม่มีน้ำตาล) ดื่มน้ำ หรือใช้สารทดแทนน้ำลาย

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • ความสามารถทางเพศลดลง
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • กลืนลำบากหรือมีอาการปวดขณะกลืน
  • ปัสสาวะติดขัด
  • มีอาการอ่อนแรง

ควรรับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้

  • ปวดหน้าอก
  • วิงเวียนอย่างรุนแรงหรือหมดสติ
  • เป็นไข้สูง
  • หัวใจเต้นเร็ว ผิดปกติ หรือช้า
  • มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ เช่น สับสน มองเห็นภาพหลอน
  • มีปัญหากับความจำ ปวดตา ตาบวม ตาแดง การมองเห็นเปลี่ยนแปลง เช่น มองเห็นสีรุ้งรอบๆ ดวงไฟในตอนกลางคืน

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้เนื่องจากอาจจะเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงขึ้น ยาแพรมลินไทด์ (pramlintide)

หากคุณกำลังใช้ยาในรายชื่อด้านล่างนี้ โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนใช้ยาโพรไซคลีดิน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะยาชนิดต่างๆ ดังนี้

  • ยาแอนติโคลิเนอร์จิก (anticholinergics) หรือยาแก้ปวดท้อง (antispasmodics) อย่างเบลลาดอนนา อัลคาลอยด์ (belladonna alkaloids) หรือคลิดิเนียม (clidinium)
  • ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด (antiarrhythmics) อย่างไดโซไพราไมด์ (disopyramide) หรือควินิดีน (quinidine)
  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) อย่างเพรดนิโซน (prednisone)
  • ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ (MAO inhibitors) อย่างไอโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) ลิเนโซลิด (linezolid) เมทิลีนบลู (methylene blue) โลโคลเบไมด์ (moclobemide) ฟีเนลซีน (phenelzine) โพรคาร์บาซีน (procarbazine) ราซาจิลีน (rasagiline) ซาฟินาไมด์ (safinamide) เซเลจิลีน (selegiline) หรือทรานิลไซโปรมีน (tranylcypromine)
  • ยาแก้เมารถเมาเรือ (motion sickness medication) อย่างเมคลิซีน (meclizine) หรือสโคโปลามีน (scopolamine)
  • ยาโพแทสเซียมแบบเม็ดหรือแคปซูล
  • ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (tricyclic antidepressants) อย่างอะมิทริปไทลีน (amitriptyline) หรือดอกเซปีน (doxepin)

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณกำลังใช้ยาอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น ยาแก้ปวดหรือยาบรรเทาอาการไอโอปิออยด์ (opioid) เช่น ยาโคเดอีน (codeine) หรือยาไฮโดรโคโดน (hydrocodone) แอลกอฮอล์ กัญชา ยานอนหลับหรือ ยารักษาอาการวิตกกังวล เช่น อัลปราโซแลม (alprazolam) ลอราซีแพม (lorazepam) หรือโซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่นคาริโซโพรดอล (carisoprodol) หรือไซโคลเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) หรือยาต้านฮีสตามีนอื่นๆ เช่นเซทิริซีน (cetirizine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine)

ควรตรวจสอบฉลากของยาทั้งหมด เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอแก้หวัด เนื่องจากอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ โปรดสอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

ยาโพรไซคลีดิน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโพรไซคลีดินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโพรไซคลีดินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาโพรไซคลีดินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการเคลื่อนไหวผิดปกติอีพีเอส หรือโรคพาร์กินสันที่เกิดจากยา

ยารับประทาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2.5 มก. วันละสามครั้ง ค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นมา 2.5-5 มก. ทุกๆ 2-3 วัน หากจำเป็น หรือเพิ่มขึ้น 2.5 มก. ทุกวันสำหรับอาการเคลื่อนไหวผิดปกติอีพีเอสที่เกิดจากยา
  • ขนาดยาปกติ 10-30 มก. ต่อวันโดยแบ่งรับประทาน 3-4 ครั้งต่อวัน อาจต้องใช้ขนาดยาสูงถึง 60 มก. ในบางกร

การฉีดยา

  • ในกรณีฉุกเฉิน ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 5-10 มก. อาจต้องใช้ยาในขนาดที่สูงกว่า
  • ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 5-10 มก. หนึ่งครั้ง อาจให้ซ้ำหลังจากผ่านไป 20 นาที หากจำเป็น
  • ขนาดยาสูงสุด คือ 20 มก./วัน

ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุเพื่อรักษาอาการเคลื่อนไหวผิดปกติอีพีเอส หรือโรคพาร์กินสันที่เกิดจากยา

ต้องใช้ขนาดยาที่ต่ำกว่า

ขนาดยาโพรไซคลีดินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มิถุนายน 4, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 4, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน