โรซิกลิตาโซน (Rosiglitazone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: โรซิกลิตาโซน (Rosiglitazone) Brand Name(s): โรซิกลิตาโซน (Rosiglitazone), โรซิกลิตาโซน (Rosiglitazone) และ โรซิกลิตาโซน (Rosiglitazone).

ข้อบ่งใช้

โรซิกลิตาโซน ใช้สำหรับ

โรซิกลิตาโซน (Rosiglitazone) ใช้ร่วมกับอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการไตเสียหาย ตาบอด เส้นประสาทสูญเสียการทำงาน สูญเสียแขนขา และระบบสืบพันธ์ุมีปัญหาได้ การควบคุมโรคเบาหวาน ยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้

ยาโรซิกลิตาโซนเป็นยาในกลุ่มกลิตาโซน (glitazones) ทำหน้าที่ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยการช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น

วิธีการใช้ยา โรซิกลิตาโซน

รับประทานยาร่วมกับอาหารหรือรับประทานต่างหากตามที่แพทย์สั่ง โดยทั่วไปคือ หนึ่งหรือสองครั้งต่อวัน ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการและการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด อย่าลืมรับประทานยาในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ

อาจต้องใช้เวลา 2 ถึง 3 เดือน กว่าที่คุณจะได้รับประโยชน์เต็มที่จากยาตัวนี้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีหรืออาการแย่ลง (ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป)

การเก็บรักษายา โรซิกลิตาโซน

ยาโรซิกลิตาโซนนั้นควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาโรซิกลิตาโซนบางยี่ห้ออาจต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาโรซิกลิตาโซนลงในชักโครก หรือทิ้งลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน¬¬

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาโรซิกลิตาโซน

ก่อนรับประทานยาโรซิกลิตาโซน โปรดแจ้งกับแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณมีอาการแพ้ยานี้ หรือยาจำพวกกลิตาโซนอื่นๆ เช่น ยาไพโอกลิตาโซน (pioglitazone) หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยาพวกนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ ควรปรึกษากับเภสัชกรก่อนเสมอ

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งประวัติทางการแพทย์ให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ โดยเฉพาะหากคุณเป็นโรคตับ โรคหัวใจ (เช่น หัวใจล้มเหลว โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก) มีของเหลวในปอด บวมน้ำ (edema) โลหิตจาง ตา (กระจกตา) มีปัญหา กระดูกมีปัญหา (เช่น กระดูกพรุน กระดูกบาง)

คุณอาจมีอาการตาพร่ามัว วิงเวียน หรือเซื่องซึม เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงมาก อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง หรือมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะแน่ใจว่า คุณจะสามารถทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

งดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ใช้ยานี้ เพราะสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะยากขึ้น เมื่อร่างกายของคุณเครียด (เช่น เกิดจากไข้ การติดเชื้อ การบาดเจ็บหรือการผ่าตัด) โปรดปรึกษากับแพทย์ เนื่องจากคุณต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการรักษา ยา หรือการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

ก่อนการผ่าตัด อย่าลืมแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ)

ยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูก (โดยปกติจะเป็นบริเวณแขนด้านบน มือ หรือเท้า) โดยเฉพาะในสตรี

ยานี้อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน (เพิ่มการตกไข่) และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับการใช้การคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้ในขณะที่ใช้ยานี้

ในช่วงการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และควรปรึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลดีกับแพทย์ก่อน

การตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดอาการเบาหวาน หรือทำให้อาการแย่ลง ปรึกษากับแพทย์ของคุณ ถึงแผนในการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดขณะตั้งครรภ์ แพทย์ของคุณอาจเปลี่ยนการรักษาโรคเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ (เช่น อาหารและยา อย่างเช่นอินซูลิน)

ยานี้อาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยาโรซิกลิตาโซนในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยา

ยาโรซิกลิตาโซนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาโรซิกลิตาโซน

อาจมีอาการปวดศีรษะหรือไอ หากอาการอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอยู่นานหรือแย่ลง ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่หมอให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

โปรดแจ้งแพทย์ทันที หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น หัวใจเต้นรัวหรือเร็ว รอบเดือนเปลี่ยน กระดูกแตกหัก การมองเห็นเปลี่ยนไป (เช่น มองเห็นสีเปลี่ยนไป หรือมีปัญหาในการมองเห็นตอนกลางคืน)

ในกรณีหายาก ยาโรซิกลิตาโซนอาจทำให้เกิดโรคตับร้ายแรง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากคุณมีอาการ คลื่นไส้อาเจียนไม่หยุด เบื่ออาหาร ปวดท้อง ผิวและตาเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม

ตามปกติยานี้จะไม่ก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) แต่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเกิดขึ้นได้ หากใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาโรคเบาหวานอื่นๆ หรือหากคุณไม่ได้บริโภคแคลอรี่จากอาหารมากพอ หรือหากคุณออกกำลังกายหนักผิดปกติ

ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับการลดปริมาณยารักษาโรคเบาหวานทั้งหมดของคุณ อาการของน้ำตาลในเลือดต่ำ มีทั้งเหงื่อออกฉับพลัน หัวใจเต้นเร็ว หิว ตาพร่ามัว วิงเวียนศีรษะ หรือเป็นเหน็บที่มือและเท้า ทางที่ดีควรพกพาเม็ดกลูโคสหรือเจล เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หากคุณไม่มีน้ำตาลกลูโคสในรูปแบบที่น่าเชื่อถือเหล่านี้ ให้เพิ่มน้ำตาลในเลือดของคุณอย่างรวดเร็ว โดยการรับประทานแหล่งที่ให้น้ำตาล ทั้งน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ลูกอม หรือเครื่องดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมที่ไม่ใช่แบบไม่มีน้ำตาล

แจ้งให้แพทย์ทราบทันที เกี่ยวกับปฏิกิริยาและการใช้ยาตัวนี้ โอกาสในการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีมากขึ้น หากคุณดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ออกกำลังกายหนักผิดปกติ หรือบริโภคแคลลอรี่จากอาหารไม่เพียงพอ เพื่อป้องกันน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรกินอาหารเป็นประจำ และอย่าข้ามมื้ออาหาร พูดคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรว่า จะทำอย่างไรถ้าคุณพลาดมื้ออาหารไป

อาการของน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) มีทั้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะเพิ่มขึ้น สับสน เซื่องซึม หน้าแดง หายใจเร็ว และมีกลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้ หากคุณมีอาการเหล่านี้โปรดแจ้งให้หมอทราบทันที อาจจำเป็นต้องเพิ่มขนาดยา

รีบเข้าการรักษาทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงมาก เช่น มีสัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน (เช่น ปวดที่หน้าอก กราม แขนซ้าย หายใจไม่อิ่ม และมีเหงื่อออกอย่างผิดปกติ)

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงอาจมีอาการดังนี้คือ เกิดผื่นแดง คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจมีผลข้างเคียงอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจเกิดอันตรกิริยากับยานี้ ได้แก่ อินซูลิน (insulin)

ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker) เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol) โพรพราโนลอล (propranolol) น้ำยาหยอดตารักษาโรคต้อกระจก เช่น ทิโมลอล (timolol) อาจป้องกันอาการหัวใจเต้นเร็วหรือรัวที่คุณมักจะรู้สึกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากเกินไป (hypoglycemia) แต่อาการอื่นๆ ของน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น อาการวิงเวียนศีรษะ หิว หรือเหงื่อออก มักไม่ได้รับผลกระทบจากยาเหล่านี้

มียาจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่ออาการระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้มันควบคุมได้ยากขึ้น ก่อนคุณเริ่มหรือหยุดใช้ยาตัวใด ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ ถึงผลกระทบของยาต่อระดับน้ำตาลในเลือด ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณเป็นประจำตามที่กำหนด และแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากคุณมีอาการน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ อาจต้องปรับเปลี่ยนยารักษาโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารของคุณ

ยาโรซิกลิตาโซนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาโรซิกลิตาโซนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาโรซิกลิตาโซนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ ถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งก่อนการใช้ยาโรซิกลิตาโซน เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาโรซิกลิตาโซนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ขนาดยาเริ่มต้น รับประทานวันละ 4 มก

ขนาดยาปกติ: หากมีการตอบสนองไม่เพียงพอหลังจาก 8 ถึง 12 สัปดาห์ ให้เพิ่มเป็น 8 มก. ต่อวัน

ขนาดยาสูงสุด 8 มก. ต่อวัน

คำแนะนำ

-อาจรับประทานวันละครั้งหรือแบ่งเป็น 2 ครั้ง

-ควรสังเกตใกล้ชิดสำหรับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับของเหลวจากการเริ่มใช้ยาและการปรับขนาดยา

วิธีการใช้ เพื่อเพิ่มการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ใหญ่ที่ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 โดยใช้เพื่ออาหารและออกกำลังกาย

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต

ไม่ควรปรับขนาดยา

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

ไม่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคตับหรือผู้ป่วยที่มีค่าระดับ ALT เพิ่มสูงขึ้น 2.5 เท่า จากค่าขีดจำกัดสูงสุดของค่าปกติ (2.5 x ULN)

-ค่าระดับ ALT เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 3 x ULN เกิดขึ้นขณะที่กำลังรับการรักษา ควรตรวจสอบอีกครั้งโดยเร็วที่สุด ค่าระดับ ALT ยังคงมากกว่า3 x ULN ควรหยุดการรักษา

-หากมีอาการบ่งบอกถึงความบกพร่องของตับ ควรมีการตรวจสอบเอนไซม์ของตับ ถ้าเกิดโรคดีซ่านควรหยุดการรักษา

การปรับขนาดยา 

-หากมีสัญญาณหรืออาการที่แสดงถึงโรคหัวใจล้มเหลว ควรพิจารณาลดขนาดยาหรือหยุดยา

-ถ้ามีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจจำเป็นต้องลดขนาดของยาที่ใช้ควบคู่กัน

การฟอกไต (Dialysis)

การฟอกไต ไม่ควรปรับขนาดยา

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

-รับประทานร่วมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก

ทั่วไป

– ไม่แนะนำให้รับประทานยากับอินซูลิน

– ยานี้ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจล้มเหลว

-ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดลดลงอาจเห็นได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่อาจต้องใช้เวลาถึง 2-3 เดือนเพื่อให้ให้ได้ผลของการรักษาเต็มรูปแบบ

– ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเกิดขึ้นหากใช้ร่วมกับยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดอื่น อาจมีความจำเป็นต้องลดขนาดยาที่ใช้ร่วมกัน

– ยานี้ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือเป็นภาวะเลือดกรดคีโตนจากเบาหวาน (ketoacidosis)

การเฝ้าสังเกต

-ระวังอาการและอาการแสดงของหัวใจล้มเหลว

-ตับ คอยสังเกตเอนไซม์ตับเป็นระยะ ๆ

-คอยสังเกตการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-ยานี้อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้ ผู้ป่วยที่มีอาการน้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็ว หายใจไม่อิ่ม หรืออาการอื่นๆ ของภาวะหัวใจล้มเหลวควรแจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพของตนทราบทันที

-หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนจะมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ระหว่างรับประทานยานี้ ผู้ป่วยควรได้รับแจ้งความเสี่ยงและควรมีการคุมกำเนิดอย่างเหมาะสม

-ผู้ป่วยที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร หรือปัสสาวะมีสีเข้ม ควรรายงานอาการเหล่านี้ต่อผู้ดูแลสุขภาพของตนเอง

ขนาดยาโรซิกลิตาโซนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการจัดขนาดยาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ดังนั้น การใช้ยากับเด็กจึงอาจยังไม่ปลอดภัย ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อทำความเข้าใจกับตัวยาก่อนการใช้งาน

รูปแบบของยา

ยาโรซิกลิตาโซนมีจุดเด่นและรูปแบบการใช้งานดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 9, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 9, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน