ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) Brand Name(s): ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin).

ข้อบ่งใช้

ยาไซโปรฟลอกซาซินใช้สำหรับ

ยาไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยาไซโปรฟลอกซาซินจัดอยู่ในยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน (quinolone) ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ยาไซโปรฟลอกซาซินใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับการติดเชื้อไวรัส (เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น สามารถทำให้ยานั้นมีประสิทธิภาพน้อยลงได้

วิธีการใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน

อ่านคู่มือการใช้ยาและแผ่นพับข้อมูลสำหรับคนไข้ที่เภสัชกรให้ (ถ้าหากมี) ก่อนเริ่มใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน และทุกครั้งที่รับยาเพิ่ม หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

ยาไซโปรฟลอกซาซินสามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติคือวันละสองครั้งเช้าและเย็น

เขย่าขวดยาประมาณ 15 วินาทีก่อนเทยา ควรตวงยาอย่างระมัดระวัง ด้วยเครื่องมือพิเศษสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดา เพราะอาจจะได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง อย่าเคี้ยวยาแขวนตะกอน

ห้ามใช้ยาแขวนตะกอนกับสายให้อาหาร เนื่องจากตัวยาอาจอุดตันในสายได้

ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองทางการรักษา ควรดื่มน้ำให้มากขณะที่กำลังใช้ยานี้ เว้นแต่แพทย์จะสั่งให้ทำแบบอื่น

รับประทานยาไซโปรฟลอกซาซินอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อน หรือ 6 ชั่วโมงหลังจากใช้ยาอื่นที่อาจมาผูกติดกับยานี้ และลดประสิทธิภาพของยานี้ได้ สอบถามแพทย์เกี่ยวกับยาอื่นที่คุณกำลังใช้ ตัวอย่างเช่น ควินาพริล (quinapril) ซูคราลเฟต (sucralfate) วิตามิน/แร่ธาตุ (รวมถึงอาหารเสริมธาตุเหล็กและสังกะสี) และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียม อะลูมิเนียม หรือแคลเซียม เช่น ยาลดกรด สารละลายไดดาโนซีน (didanosine solution) อาหารเสริมแคลเซียม

อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (เช่น นมหรือโยเกิร์ต) หรือน้ำผลไม้เสริมแคลเซียมก็สามารถที่จะลดประสิทธิภาพของยานี้ได้ ควรรับประทานยานี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนหรือ 6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เว้นแต่ว่าคุณจะรับประทานอาหารพวกนี้เป้นส่วนหนึ่งของมื้อหลักที่มีอาหารอย่างอื่น (ไม่ได้อุดมไปด้วยแคลเซียม) อาหารเหล่านี้สามารถลดผลการผูกติดของแคลเซียมได้

สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับการใช้อาหารเสริม หรือสารอาหารทดแทนร่วมกับยานี้ได้อย่างปลอดภัย

ยาปฏิชีวนะจะทำงานได้ดีที่สุด หากรักษาระดับปริมาณของยาในร่างกายคงที่ ดังนั้น จึงควรใช้ยาโดยเว้นช่วงระยะเวลาที่เท่าๆ กัน

รับประทานยานี้จนครบกำหนด แม้ว่าอาการจะหายไป หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน การหยุดใช้ยาเร็วเกินไป อาจทำให้กลับมาติดเชื้ออีกครั้ง

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไปอยู่แย่ลง

การเก็บรักษายาไซโปรฟลอกซาซิน

ยาไซโปรฟลอกซาซินควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไซโปรฟลอกซาซินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไซโปรฟลอกซาซินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน

ในระหว่างการตัดสินใจที่จะใช้ยา แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยาก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีอาการผิดปกติ หรืออาการแพ้ต่อยานี้หรือยาอื่นๆ และแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ที่หาซื้อเอง ควรอ่านฉลากยาหรือส่วนประกอบอย่างระมัดระวัง

เด็ก

ยังไม่มีงานวิจัยที่เหมาะสมในปัจจุบัน ที่ศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็ก โดยเฉพาะที่จะจำกัดประสิทธิภาพของยาไซโปรฟลอกซาซินในเด็ก แต่เนื่องจากความเป็นพิษของยา จึงควรใช้ยาด้วยความระมัดระวัง หลังจากที่ใช้ยาอื่นไม่ได้ผล อาจใช้ยาไซโปรฟลอกซาซินในรูปแบบยาน้ำหรือยาเม็ด เพื่อป้องกันการติดเชื้อแอนแทรกซ์ (anthrax) หลังจากสัมผัสกับเชื้อ และเพื่อรักษาอาการไตติดเชื้อที่รุนแรง

ยังไม่มีงานวิจัยที่เหมาะสม ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุต่อผลของยาเม็ดไซโปรฟลอกซาซินออกฤทธิ์นาน ในผู้ป่วยเด็ก ยังไม่มีการพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย

ผู้สูงอายุ

ยังไม่มีงานวิจัยที่เหมาะสมในปัจจุบัน ที่ศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ที่จะจำกัดประสิทธิภาพของยาไซโปรฟลอกซาซินในผู้สูงอายุ แต่ผู้สุงอายุมักจะมีปัญหากับไตหรือหัวใจ ที่เกี่ยวข้องกับอายุ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเอ็นอย่างรุนแรง (รวมถึงเส้นเอ็นฉีก) และอาจจำเป็นต้องใช้ยาไซโปรฟลอกซาซินด้วยความระมัดระวัง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไซโปรฟลอกซาซินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่  ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หยุดใช้ยาไซโปรฟลอกซาซิน และติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่

  • วิงเวียนอย่างรุนแรง หมดสติ หัวใจเต้นเร็วหรือรัว
  • อาการปวดฉับพลัน มีเสียงดังเปรี๊ยะหรือดังกร๊อบ มีรอยช้ำ บวม กดเจ็บ แข็งเกร็ง หรือสูญเสียการเคลื่อนไหวในข้อต่อส่วนใดส่วนหนึ่ง
  • ท้องเสียไหลเป็นน้ำหรือมีเลือดปน
  • สับสน เห็นภาพหลอน ซีมเศร้า มีความผิดหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • มีอาการชัก
  • ปวดหัวอย่างรุนแรง มีเสียงอื้อในหู วิงเวียน คลื่นไส้ การมองเห็นมีปัญหา ปวดด้านหลังดวงตา
  • ผิวซีดหรือเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เป็นไข้ อ่อนแรง
  • ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • เกิดรอยช้ำหรือมีเลือดออกได้ง่าย
  • มีอาการเหน็บชาหรืออาการปวดที่ผิดปกติขึ้นที่บางส่วนในร่างกาย
  • มีสัญญาณแรกของผดผื่นผิวหนัง ไม่ว่าจะเบาแค่ไหนก็ตาม
  • ปฏิกิริยาที่ผิวหนังอย่างรุนแรง เป็นไข้ เจ็บคอ บวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว ตามด้วยผื่นผิวหนังสีแดงหรือม่วงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะที่ใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • วิงเวียนหรือง่วงซึม
  • การมองเห็นไม่ชัด
  • รู้สึกกังวลใจ วิตกกังวลหรือกระวนกระวายใจ
  • มีปัญหากับการนอนหลับ (นอนไม่หลับหรือฝันร้าย)

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไซโปรฟลอกซาซินอาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะไม่ใช้ยานี้รักษาคุณหรือเปลี่ยนยาที่คุณกำลังใช้อยู่

  • อะโกเมลาทีน (Agomelatine) แอมิแฟมพริดีน (Amifampridine) ซิซาไพรด์ (Cisapride) โดรเนดาโรน (Dronedarone) โลมิทาไพด์ (Lomitapide) เมโซไรดาซีน (Mesoridazine) พิโมไซด์ (Pimozide) ไพเพอราควิน (Piperaquine) สปาร์ฟลอกซาซิน (Sparfloxacin) ไทโอริดาซีน (Thioridazine) ทิซานิดีน (Tizanidine)

การใช้ยานี้กับยาดังต่อไปนี้ โดยปกติแล้วจะไม่แนะนำ แต่อาจจำเป็นต้องใช้ในบางกรณี หากคุณได้รับสั่งยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยา หนึ่งหรือทั้งสองชนิด

  • อะคาร์โบส (Acarbose) แอซีเคไนด์ (Acecainide) อะซีโตเฮกซาไมด์ (Acetohexamide) อัลฟูโซซิน (Alfuzosin) อะโลกลิปทิน (Alogliptin) อโลเซตรอน (Alosetron) อะมิโอดาโรน (Amiodarone) อะมิทริปไทลีน (Amitriptyline) อะม็อกซาปีน (Amoxapine) อะนากรีไลด์ (Anagrelide) อะพิซาแบน (Apixaban) อะโปมอร์ฟีน (Apomorphine) อะริพิพราโซล (Aripiprazole) อาร์เซนิกไตรออกไซด์ (Arsenic Trioxide) อาร์เทมิเทอร์ (Artemether) อะเซนาปีน (Asenapine) แอสเทมมีโซล (Astemizole) อะซิมิไลด์ (Azimilide) อะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) เบนด้ามูสทีน (Bendamustine) เบนฟลูโอเรกซ์ (Benfluorex) โบซูทินิบ (Bosutinib) เบรไทเลียม (Bretylium) บูเซอรีลิน (Buserelin) คานากลิโฟลซิน (Canagliflozin) คลอร์โปรมาซีน (Chlorpromazine) คลอร์โพรพาไมด์ (Chlorpropamide) ไซตาโลแพรม (Citalopram) คลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin) โคลมิพรามีน (Clomipramine) โคลซาปีน (Clozapine) คริโซทินิบ (Crizotinib) ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine) เดบราเฟนิบ (Dabrafenib) ดาพากลิโฟลซิน (Dapagliflozin) ดาซาทินิบ (Dasatinib) ดีลามานิด (Delamanid) เดซิพรามีน (Desipramine) เดสโลเรลิน (Deslorelin) ไดโซไพราไมด์ (Disopyramide) โดฟีทิไลด์ (Dofetilide) โดลาซีตรอน (Dolasetron) ดอมเพอริโดน (Domperidone) ด็อกโซรูบิซิน (Doxorubicin) ด็อกโซรูบิซิน (Doxorubicin) ไฮโดรคลอไรด์ ไลโปโซม (Hydrochloride Liposome) ดรอเพอริดอล (Droperidol) เอลิกลูสแตต (Eliglustat) เอลทรอมโบแพก (Eltrombopag) เออร์โลทินิบ (Erlotinib) อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) เอสซิตาโลแพรม (Escitalopram) เอเวอโรลิมัส (Everolimus) อีเซนาไทด์ (Exenatide) เฟนทานิล (Fentanyl) ฟินโกลิมอด (Fingolimod) ฟลีเคไนด์ (Flecainide) ฟลูโคนาโซล (Fluconazole) ฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) กาติฟลอกซาซิน (Gatifloxacin) เจมิฟลอกซาซิน (Gemifloxacin) ไกลคลาไซด์ (Gliclazide) ไกลเมพิไรด์ (Glimepiride) ไกลพิไซด์ (Glipizide) กลิควิโดน (Gliquidone) ไกลบูไรด์ (Glyburide) โกนาโดเรลิน (Gonadorelin) โกเซอรีลิน (Goserelin) แกรนิซีตรอน (Granisetron) กัวกัม (Guar Gum) ฮาโลแฟนทรีน (Halofantrine) ฮาโลเพอริดอล (Haloperidol) ฮิสเทรลิน (Histrelin) ไฮโดรโคโดน (Hydrocodone) ไอบรูทินิบ (Ibrutinib) ไอบูทิไลด์ (Ibutilide) ไอฟอสฟามายด์ (Ifosfamide) ไอโลเพริโดน (Iloperidone) อิมิพรามีน (Imipramine) อินซูลินแอสพาร์ต เรคอมบิเนียน (Insulin Aspart Recombinant) อินซูลินเดกลูเดค (Insulin Degludec) อินซูลินเดเทมิล (Insulin Detemir) อินซูลินกลาร์จีนเรคอมบิเนียน (Insulin Glargine Recombinant) อินซูลินกลูลิซีน (Insulin Glulisine) อินซูลินฮิวแมนไอโซเฟน (Insulin Human Isophane) อินซูลินฮิวแมนเรกูลา (Insulin Human Regular) อินซูลินไลโป เรคอมบิเนียน (Insulin Lispro Recombinant) ไอวาบราดีน (Ivabradine) คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ลาพาทินิบ (Lapatinib) ลิวโพรไลด์ (Leuprolide) ลีโวฟลอกซาซิน (Levofloxacin) ไลนากลิปติน (Linagliptin) ลิรากลูไทด์ (Liraglutide) โลปินาเวียร์ (Lopinavir) ลูมีแฟนทรีน (Lumefantrine) ลูราซิโดน (Lurasidone) เมโฟลควิน (Mefloquine) เมทฟอร์มิน (Metformin) เมทาโดน (Methadone) เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) มิฟีพริสโตน (Mifepristone) ไมกลิทอล (Miglitol) โมริซิซีน (Moricizine) มอกซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin) เนฟาเรลิน (Nafarelin) นาลอกซีกอล (Naloxegol) แนทิกลิไนด์ (Nateglinide) นิโลตินิบ (Nilotinib) นอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxacin) นอร์ทริปไทลีน (Nortriptyline) ออกทรีโอไทด์ (Octreotide) ออฟลอกซาซิน (Ofloxacin) ออนดาเซทรอน (Ondansetron) พาลิเพอริโดน (Paliperidone) พาซิรีโอไทด์ (Pasireotide) พาโซพานิบ (Pazopanib) เพอร์ฟลูเทรน (Perflutren) ลิปิดไมโครสเฟียร์ (Lipid Microsphere) ไพโอกลิตาโซน (Pioglitazone) เพอร์เฟนิโดน (Pirfenidone) โพมาลิโดไมด์ (Pomalidomide) โพซาโคนาโซล (Posaconazole) แพรมลินไทด์ (Pramlintide) โปรเคนเอไมด์ (Procainamide) โปรคลอเปอราซีน (Prochlorperazine) โปรเมทาซีน (Promethazine) โพรพาฟีโนน (Propafenone) โพรทริบไทลีน (Protriptyline) ควิไทอะปีน (Quetiapine) ควินิดีน (Quinidine) ควินิน (Quinine) ราโนลาซีน (Ranolazine) ราซาจิลีน (Rasagiline) รีพาไกลไนด์ (Repaglinide) โรซิกลิทาโซน (Rosiglitazone) ซาลเมเทอรอล (Salmeterol) ซาควินาเวียร์ (Saquinavir) ซาซ่ากริปติน (Saxagliptin) เซมาทิลไลด์ (Sematilide) ซีโวฟลูเรน (Sevoflurane) ไซมีพรีเวียร์ (Simeprevir) ซิมวาสแตติน (Simvastatin) ซิตากลิปติน (Sitagliptin) โซเดียมฟอสเฟต (Sodium Phosphate) โซเดียมฟอสเฟตไดเบสิค (Sodium Phosphate Dibasic) โซเดียมฟอตเฟตโมโนเบสิค (Sodium Phosphate, Monobasic) โซลิเฟนาซิน (Solifenacin) โซราฟีนิป (Sorafenib) โซทาลอล (Sotalol) ซูนิทินิบ (Sunitinib) ทาซิเมลเทออน (Tasimelteon) เทไดซามิล (Tedisamil) เทลาแวนซิน (Telavancin) เทลิโทรมัยซิน (Telithromycin) เทอร์เฟนาดีน (Terfenadine) เทริฟลูโนไมด์ (Teriflunomide) เตตราเบนาซีน (Tetrabenazine) ทีโอฟิลลีน (Theophylline) โทลาซาไมด์ (Tolazamide) โทลบูตาไมด์ (Tolbutamide) โทเรมิฟีน (Toremifene) ทราโซโดน (Trazodone) ฟีโนไทอาซีน (Trifluoperazine) ไทรมิพรามีน (Trimipramine) ทริปโทรีลิน (Triptorelin) แวนเดทานิบ (Vandetanib) วาร์เดนาฟิล (Vardenafil) เวมูราเฟนิบ (Vemurafenib) ไวแลนเทอรอล (Vilanterol) ไวลาโซโดน (Vilazodone) วิลดากลิบติน (Vildagliptin) วินฟลูไนน์ (Vinflunine) โวริโคนาโซล (Voriconazole) วาฟาริน (Warfarin) ไซพราซิโดน (Ziprasidone)

การใช้ยานี้กับยาดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แต่การใช้ยาทั้งสองชนิดร่วมกัน อาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับการจ่ายยาทั้งสองร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยา หนึ่งหรือทั้งสองชนิด

  • อะลูมิเนียมคาร์บอเนต (Aluminum Carbonate) เบสิค (Basic) อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (Aluminum Hydroxide) อะลูมิเนียมฟอสเฟต (Aluminum Phosphate) เบต้าเมทาโซน (Betamethasone) แคลเซียม (Calcium) คลอโรควิน (Chloroquine) คอร์ติโคโทรปิน (Corticotropin) คอร์ติโซน (Cortisone) โคซินโทรปิน (Cosyntropin) ไซโคลสปอริน (Cyclosporine) ดีฟลาเซคอร์ต (Deflazacort) เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ไดดาโนซีน (Didanosine) ไดไฮดรอกซีอะลูมิเนียม อะมิโนแอซิเตด (Dihydroxyaluminum Aminoacetate) ไดไฮดรอกซีอะลูมิเนียม โซเดียมคาร์บอเนต (Dihydroxyaluminum Sodium Carbonate, Dutasteride) ฟลูโดรคอร์ติโซน (Fludrocortisone) ฟลูโอคอร์โทโลน (Fluocortolone) ฟอสเฟนิโทอิน (Fosphenytoin) ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) แลนทานัม คาร์อเนต (Lanthanum Carbonate) เลโวไทรอกซีน (Levothyroxine) แมกกาลเดรต (Magaldrate) แมกนีเซียม คาร์บอเนต (Magnesium Carbonate) แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (Magnesium Hydroxide) แมกนีเซียมออกไซด์ (Magnesium Oxide) แมกนีเซียมไตรซิลิเกต (Magnesium Trisilicate) เมทิลเพรดนิโซโลน (Methylprednisolone) ไมโคฟีโนเลต โมฟีทิล (Mycophenolate Mofetil) โอแลนซาปีน (Olanzapine) พาราเมทาโซน (Paramethasone) เฟนิโทอิน (Phenytoin) เพรดนิโซโลน (Prednisolone) เพรดนิโซโลน (Prednisone) โพรเบเนซิด (Probenecid) ไรฟาเพนติน (Rifapentine) โรพินิโรล (Ropinirole) โรพิเวเคน (Ropivacaine) เซเลลาเมอร์ (Sevelamer) ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ซูคราลเฟต (Sucralfate) ไตรแอมซิโนโลน (Triamcinolone) โซลพิเดม (Zolpidem)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไซโปรฟลอกซาซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไซโปรฟลอกซาซินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอโดยเฉพาะ

  • หัวใจเต้นช้า (Bradycardia)
  • โรคเบาหวาน
  • ท้องร่วง
  • เคยมีอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน
  • โรคหัวใจ (เช่น หัวใจล้มเหลว)
  • จังหวะการเต้นของหัวใจมีปัญหา เช่น กลุ่มอาการ prolonged QT interval หรือคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคนี้
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) ที่ไม่ได้รับการรักษา
  • ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ (Hypomagnesemia) ที่ไม่ได้รับการรักษา
  • โรคตับ
  • มีประวัติการเป็นโรคลมชัก (epilepsy)
  • มีประวัติการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง – ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการแย่ลง
  • โรคสมอง (เช่นเช่นหลอดเลือดแดงแข็งตัว)
  • โรคไตขั้นรุนแรง
  • มีประวัติการปลูกถ่ายอวัยวะ (เช่น หัวใจ ไต หรือปอด)
  • มีประวัติการเกิดอาการผิดปกติของเส้นเอ็น เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) —ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้ผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอมจี (Myasthenia gravis) —ไม่ควรใช้ยานี้กับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไซโปรฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax)

การป้องกันหลังจากการสัมผัสเชื้อด้วยการสูดดม เชื้อบาซิลัซ แอนแทรซิส (Bacillus anthracis)

  • ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: 400 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • รับประทาน: 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ควรเริ่มต้นการรักษาโดยเร็วที่สุดหลังจากต้องสงสัยหรือยืนยันแล้วว่าเปิดรับเชื้อ ระยะเวลาในการรักษาทั้งหมด (รวมทั้งการให้ยาทางหลอดเลือดดำและรับประทาน) คือ 60 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด (Bacteremia)

การติดเชื้อในกระแสเลือดทุติยภูมิที่เกี่ยวข้องกันการติดเชื้อที่ระบบทางเกิดปัสสาวะเนื่องจากเชื้อเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli)

  • 400 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ควรดำเนินการรักษาอย่างต่อเนื่อง 7 ถึง 14 วัน ขึ้นอยู่กับสภาวะและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ (Bronchitis)

อาการหลอดลมอักเสบเรื้อรังกำเริบฉับพลัน

ระดับเบา/ปานกลาง

  • ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: 400 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • รับประทาน: 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ระดับรุนแรง/มีอาการแทรกซ้อน

  • ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: 400 มก. ทุกๆ 8 ชั่วโมง
  • รับประทาน: 750 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาการรักษา: 7 ถึง 14 วัน

ขนาดยาไซโปรฟลอกซาซินสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax)

การป้องกันหลังจากการสัมผัสเชื้อด้วยการสูดดมเชื้อบาซิลัซ แอนแทรซิส (Bacillus anthracis)

  • ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: 10 มก./กก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง (ขนาดยาสูงสุด: 400 มก./ครั้ง)
  • รับประทาน: 15 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง (ขนาดยาสูงสุด: 500 มก../ครั้ง)
  • ควรเริ่มต้นการรักษาโดยเร็วที่สุดหลังจากต้องสงสัยหรือยืนยันแล้วว่าเปิดรับเชื้อ ระยะเวลาในการรักษาทั้งหมด (รวมทั้งการให้ยาทางหลอดเลือดดำและรับประทาน) คือ 60 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)

การติดเชื้อแบบมีอาการแทรกซ้อน เนื่องจากเชื้ออีโคไล (E coli)

1 ถึง 18 ปี:

  • ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: 6 ถึง 10 มก./กก. ทุก ๆ 8 ชั่วโมง (ขนาดยาสูงสุด: 400 มก./ครั้ง)
  • รับประทาน: 10 ถึง 20 มก./กก. รับประทานทุก ๆ 12 ชั่วโมง (ขนาดยาสูงสุด: 750 มก./ครั้ง)
  • ระยะเวลาการรักษาทั้งหมด (รวมทั้งการให้ยาทางหลอดเลือดดำและรับประทาน) คือ 10 ถึง 21 วัน

ยาไซโปรฟลอกซาซินไม่ใช่ตัวเลือกยาอันดับแรกเนื่องจากมีอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์สูงกว่า

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดเคลือบแผ่นฟิล์ม 250 มก. 500 มก.
  • ยาแขวนตะกอน 5% (100 มล.) 10% (100 มล.)

ปัญหาทางการแพทย์อื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ยานี้ได้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีปัญหาทางการแพทย์ใดๆ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 20, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย