ไดอะซอกไซด์ (Diazoxide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไดอะซอกไซด์ (Diazoxide) Brand Name(s): ไดอะซอกไซด์ (Diazoxide).

ข้อบ่งใช้

ยาไดอะซอกไซด์ใช้สำหรับ

ยาไดอะซอกไซด์ (Diazoxide) ใช้เพื่อรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) สภาวะบางอย่าง เช่น เนื้องอกที่ตับอ่อน โรคมะเร็ง หรือมีปฏิกิริยาไวต่อลิวซีน (leucine sensitivity) สามารถทำให้เกิดการปล่อยสารอินซูลินมากเกินไป สารอินซูลินเป็นฮอร์โมนในร่างกายที่ลดระดับของน้ำตาลในเลือด ยานี้ทำงานโดยการป้องกันการปล่อยสารอินซูลินจากตับอ่อน ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาสู่ระดับปกติ ยาไดอะซอกไซด์นั้นเป็นยาไทอะไซด์ (thiazide drug) และไม่มีผลในการขับปัสสาวะเหมือนยาไทอะไซด์อื่นๆ 

ยาไดอะซอกไซด์ไม่ควรใช้ เพื่อรักษาอาการน้ำตาลในเลือดต่ำเนื่องจากขาดสารอาหาร หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำโดไม่ทราบสาเหตุ (functional hypoglycemia)

วิธีการใช้ยาไดอะซอกไซด์

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์สั่ง ตามปกติคือวันละ 2 ถึง 3 ครั้ง (ทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง) แพทย์อาจจะสั่งให้คุณรับประทานอาหารพิเศษสำหรับสภาวะของคุณ โปรดปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือนักโภชนาการสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อย่าเปลี่ยนรูปแบบของยานี้ไปมา ระหว่างยาแคปซูลและยาแขวนตะกอน โดยไม่ปรึกษากับแพทย์ คุณอาจจะจำเป็นต้องปรับขนาดยา หากคุณใช้ยาแบบยาแขวนตะกอน ควรเหย่าขวดให้ดีก่อนใช้ทุกครั้ง ตวงยาอย่างระมัดระวังด้วยอุปกรณ์ หรือช้อนสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดา เพราะอาจได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง อย่าใช้ยาแขวนตะกอนหากยานั้นมีสีคล้ำขึ้น ควรกำจัดทิ้ง 

ขนาดยาขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว สภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจจะต้องทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อหาน้ำตาลและคีโตน (ketones) เป็นประจำตามที่กำหนดและแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แพทจ์อาจจะต้องปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับผลการตรวจเหล่านี้ แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาของคุณบ่อยๆ ในช่วงเริ่มใช้ยานี้เพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด โปรดทำตามแนวทางการใช้ยาจากแพทย์อย่างเคร่งครัด  

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน 

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นหลังจากผ่านไป 2 ถึง 3 สัปดาห์

การเก็บรักษายาไดอะซอกไซด์

ยาไดอะซอกไซด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไดอะซอกไซด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาไดอะซอกไซด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไดอะซอกไซด์

ก่อนใช้ยาไดอะซอกไซด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือยาไทอะไซด์อื่นๆ เช่น ยาไฮโดรโคลโรไทอะไซด์ (hydrochlorothiazide) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ ระดับแร่ธาตุในเลือดต่ำ (ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ) โรคเบาหวาน โรคหัวใจ (เช่น โรคหัวใจล้มเหลว เคยเป็นโรคหัวใจวาย) โรคไต โรคเกาต์ โรคตับ

ยาในรูปแบบยาแขวนตะกอนนั้นจะมีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ ควรระมัดระวังหากคุณเป็นโรคเบาหวาน โรคตับ หรือสภาวะอื่นๆ ที่จำเป็นต้องจำกัดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ภายในอาหาร โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงวิธีการใช้ยานี้อย่างปลอดภัย  

ยานี้อาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงเกินไปได้ ในสถานการณ์บางอย่าง เช่น ร่างกายของคุณต้องการอินซูลินมากขึ้น ขณะที่คุณกำลังมีความตึงเครียดเนื่องจากการติดเชื้อ การผ่าตัด หรือการบาดเจ็บ ยาบางชนิด เช่นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) อย่างไฮโดรคอร์ติโซน (hydrocortisone) หรือเพรดนิโซน (prednisone) ยาฮอร์โมน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด อาจจะเพิ่มระดับของน้ำตาลในเลือดได้ คุณอาจจะจำเป็นต้องปรับขนาดยา โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีสัญญาณของระดับน้ำตาลในเลือดสูง 

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา หากคุณตั้งครรภ์ คาดว่าอาจจะตั้งครรภ์ หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที 

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไดอะซอกไซด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไดอะซอกไซด์

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องไส้ปั่นป่วน และสัมผัสต่อรสชาติมีการเปลี่ยนแปลง หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาจเกิดอาการขนดกมากผิดปกติ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าผาก หลัง แขน หรือขา อาการนี้มักจะไม่ใช่อาการถาวร และจะหายไปเมื่อหยุดใช้ยา 

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ยานี้อาจทำให้เกิดการคั่งโซเดียมและน้ำได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจที่รุนแรง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ อาการบวมที่แขน ขา มือ หรือเท้า น้ำหนักขึ้นอย่างหาสาเหตุไม่ได้ หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยช้าผิดปกติ 

ยานี้อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงเกินไป ควรทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และระดับของน้ำตาลหรือคีโตนในปัสสาวะเป็นประจำ และแจ้งผลให้แพทย์ทราบ เพื่อช่วยป้องกันผลข้างเคียงนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป อาจเป็นอันตรายมาก และมีอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดสัญญาณของระดับน้ำตาลในเลือดสูงดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น กระหายน้ำผิดปกติ มีกลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้ วิงเวียน เหนื่อยล้าผิดปกติ หายใจลึกหรือหายใจเร็ว ริมฝีปากหรือผิวหนังเป็นสีน้ำเงิน ง่วงซึมหรือสับสนอย่างรุนแรง อ่อนแรง 

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย หมดสติ หัวใจเต้นเร็วหรือรัว ใบหน้ากระตุกหรือกล้ามเนื้อกระตุก ปวดนิ้วแม่เท้าหรือข้อต่อ กระสับกระส่ายผิดปกติ เป็นตะคริวหรือกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง สั่นเทา 

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง เช่น ยาเอนาลาพริล (enalapril) เมทิลโดปา (methyldopa) หรือพราโซซิน (prazosin) ยาเจือจางเลือด เช่น วาฟาริน (warfarin) ยาเฟนีโทอิน (phenytoin) 

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อการตรวจในห้องแล็บบางอย่าง เช่นการตรวจกลูคากอน (glucagon test) และอาจทำให้ผลการตรวจเป็นเท็จได้ โปรดแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ของคุณทุกคนทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้ 

ยาไดอะซอกไซด์ อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไดอะซอกไซด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น 

ยาไดอะซอกไซด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไดอะซอกไซด์สำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต (Hypertensive Emergency) 

ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 1 ถึง 3 มก./กก. ไปจนถึงขนาดยาสูงสุดที่ 150 มก. ทุกๆ 5 ถึง 15 นาที แล้วตามด้วยทุกๆ 4 ถึง 24 ชั่วโมง ควรให้ยาในเวลาน้อยกว่า 30 วินาทีเข้าสู่หลอดดำส่วนปลาย 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

3 ถึง 8 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เคยมีการใช้ยาในขนาดสูงที่สูงกว่า (สูงถึง 15 มก./กก./วัน) สำหรับภาวะ refractory hypoglycemia

การปรับขนาดยา

อาจฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำซ้ำทุกๆ 5 ถึง 15 นาทีจนกระทั่งสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ มักจะไม่จำเป็นต้องรักษาต่อเนื่องนานเกินกว่า 5 วัน อย่าใช้ยานี้นานเกินกว่า 10 วัน  

ข้อควรระวัง 

  • การให้ยาทางหลอดเลือดดำอาจลดระดับของความดันโลหิตอย่างมาก ควรเฝ้าระวังระดับความดันโลหิตอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งคงที่และอย่างน้อยทุกชั่วโมงหลังจากนั้น
  • ยาไดอะซอกไซด์อาจทำให้เกิดการคั่งของโซเดียม และไม่ได้ผลต่อโรคเนื้องอกต่อมหมวกไตชนิดฟีโอโครโมไซโตมา (pheochromocytoma)

ขนาดยาไดอะซอกไซด์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต

  • 1 ถึง 5 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ไปจนถึงขนาดยาสูงสุดที่ 150 มก. ทุกๆ 5 ถึง 15 นาที แล้วตามด้วยทุกๆ 4 ถึง 24 ชั่วโมง ควรให้ยาในเวลาน้อยกว่า 30 วินาทีเข้าสู่หลอดดำส่วนปลาย
  • อีกทางเลือกหนึ่งคือ 3 ถึง 5 มก./กก. การหยอดยานานกว่า 30 นาที อาจจะส่งผลให้มีโอกาสเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ และภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้น้อยกว่า

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเนื่องจากมีอินซูลินสูง (Hyperinsulinemic hypoglycemia) 

  • อายุน้อยกว่า 1 เดือน ขนาดยาเริ่มต้น 10 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง ช่วงขนาดปกติคือ 5 ถึง 15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง 
  • อายุน้อยกว่า 1 ปี ขนาดยาเริ่มต้น 10 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง ช่วงขนาดปกติคือ 5 ถึง 20 ก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง 
  • อายุ 1 ปีขึ้นไป ขนาดยาเริ่มต้น 3 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง ช่วงขนาดปกติคือ 3 to 8 ก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง 
  • เคยมีการใช้ยาในขนาดสูงที่สูงกว่า (สูงถึง 15 มก./กก./วัน) สำหรับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำที่ดื้อยา

คำแนะนำอื่นๆ

อย่าใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่แพ้ต่อยาไทอะไซด์หรือยาซัลฟานาไมด์ เดริวาทีฟอื่นๆ (sulfonamide derivatives) 

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน
  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 25, 2019 | Last Modified: มกราคม 25, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย