ไดไฮโดรเออร์โกตามีน (Dihydroergotamine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไดไฮโดรเออร์โกตามีน (Dihydroergotamine) Brand Name(s): ไดไฮโดรเออร์โกตามีน (Dihydroergotamine).

ข้อบ่งใช้

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนใช้สำหรับ

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน (Dihydroergotamine) มักใช้เพื่อรักษาอาการปวดหัวไมเกรน และอาการปวดหัวคลัสเตอร์ (cluster headaches) ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ สำหรับอาการปวดหัวไมเกรนที่มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก (hemiplegic migraine) หรือปวดศรีษะบริเวณท้ายทอยที่มักมีอาการเตือนล่วงหน้า (basilar migraine) หรือเพื่อป้องกันไม่เกิดอาการปวดหัวไมเกรน

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนเป็นยาในกลุ่มเออร์กอต (ergot) ทำหน้าที่ช่วยทำให้หลอดเลือดภายในศีรษะที่ขยายกว้างแคบลง ลดผลการสั่นสะเทือนของอาการปวดหัวเหล่านี้

วิธีการใช้ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน

ฉีดยาเข้าสู่หลอดเลือดดำ เข้าสู่กล้ามเนื้อ หรือเข้าใต้ผิวหนัง ตามที่แพทย์กำหนด ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา โดยปกติแล้วควรใช้ยานี้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรใช้ยานี้ในระยะยาว ยานี้จะทำงานได้ดีที่สุด หากใช้ตั้งแต่เริ่มมีอาการปวดหัว หากคุณรอจนอาการปวดหัวนั้นรุนแรง อาจทำให้ยาทำงานได้ไม่ดีนัก

หากอาการปวดหัวกำเริบซ้ำ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังจากรับประทานครั้งแรก อาจให้ยาซ้ำ 1 ชั่วโมงหลังจากให้ยาครั้งแรก แต่ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น

หากให้ยานี้ทางกล้ามเนื้อหรือใต้ผิวหนัง อาจให้ยาครั้งที่สามหลังจากให้ยาครั้งที่สองไป 1 ชั่วโมง หากจำเป็น อย่าใช้ยาเกิน 3 มก. ภายใน 24 ชั่วโมงหรือ 6 มก. ภายในหนึ่งสัปดาห์

หากให้ยานี้ทางหลอดเลือดดำ อย่าใช้ยาเกิน 2 มก. ภายใน 24 ชั่วโมงหรือ 6 มก. ภายในหนึ่งสัปดาห์

หากคุณฉีดยานี้ด้วยตัวเองที่บ้าน ควรเรียนรู้วิธีการเตรียมตัว และแนวทางการใช้ยาที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพ ยาสารละลายนั้นโดยปกติจะใสและไม่มีสี ก่อนใช้งานควรตรวจสอบยาว่า มีฝุ่นละอองหรือเปลี่ยนสีหรือไม่ หากมีอาการดังกล่าวไม่ควรใช้ยานั้น ควรเรียนรู้วิธีการเก็บรักษา และกำจัดยาอย่างปลอดภัย

ยาในกลุ่มเออร์กอตอื่นๆ เช่น เออร์โกตามีน (ergotamine) เมทิเซอร์ไจด์ (methysergide) หรือยาประเภททริปแทน (triptan-type) เช่น ซูมาทริปแทน (sumatriptan) ไม่ควรใช้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากใช้ยานี้

หากคุณใช้ยานี้ เพื่อรักษาอาการปวดหัวไมเกรนกำเริบ เป็นเวลา 10 วัน หรือมากกว่าในแต่ละเดือน ยานี้อาจทำให้อาการปวดหัวแย่ลงได้ (อาการปวดหัวจากการใช้ยาเกินขนาด) อย่าใช้ยานี้บ่อยกว่า หรือนานกว่าที่กำหนด แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณจำเป็นต้องใช้ยานี้บ่อยกว่าที่กำหนด หรือหากยานี้ได้ผลไม่ดีนัก หรือหากอาการปวดหัวรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายาไดไฮโดรเออร์โกตามีน

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน

ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยานี้ หรือยาเออร์กอตอัลคาลอยด์อื่นๆ (ergot alkaloids) เช่น เออร์โกตามีน (ergotamine) หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ได้ โปรดสอบถามเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณกำลังมีสภาวะทางการแพทย์อย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากคุณมีอาการโรคการไหลเวียนของเลือด เช่น โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย (peripheral vascular disease) อย่างภาวะหลอดเลือดแข็ง (arteriosclerosis) หลอดเลือดดำอักเสบอุดตัน (thrombophlebitis) หรือโรคเรเนาด์ (Raynaud’s disease) ความดันโลหิตสุงที่ไม่สามารถควบคุมได้ โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) อาการปวดเค้นหน้าอก (angina) หัวใจขาดเลือดฉับพลัน โรคตับ โรคไต การติดเชื้อในเลือดอย่างรุนแรงหรือภาวะพิษเพราะติดเชื้อ เพิ่งรับการผ่าตัดที่หลอดเลือดมาเมื่อเร็วๆ นี้

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ภาวะความดันโลหิตสูง (ที่ควบคุมได้) คอเลสเตอรอลสูง ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เช่น กลุ่มอาการลำไส้ขาดเลือด (ischemic bowel syndrome) การสุบบุหรี่ อาการหมดประจำเดือนถาวรเนื่องจากอายุ/การผ่าตัด/การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (หลังวัยหมดประจำเดือน)

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียน อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรจำกัดปริมาณการดื่มสุรา จำไว้ว่าสุราสามารถทำให้คุณปวดหัวได้

การสูบบุหรี่หรือใช้ผชิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน ขณะที่กำลังใช้ยานี้ สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น ปวดหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือผิดปกติ และลดปริมาณเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง มือ และเท้า อย่าสุบบุหรี่ ขณะที่กำลังใช้ยานี้ หากคุณสูบบุหรี่ โปรดปรึกษาวิธีการหยุดสูบบุหรี่จากแพทย์

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ)

ห้ามใช้ยานี้ขณะที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ โปรดสอบถามแพทย์ถึงวิธีการคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้ (เช่น ถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิด) หากคุณตั้งครรภ์ หรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์ ให้แจ้งแพทย์ในทันที

ยานี้อาจสามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ และส่งผลที่ไม่พึงประสงค์ต่อทารกได้ ดังนั้น จึงไม่ควรให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้ โปรดสอบถามแพทย์ก่อนการให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน

อาจเกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หน้าแดง หรืออาจมีเหงื่อเพิ่มขึ้น แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือแย่ลง

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ หัวใจเต้นช้า เร็ว หรือผิดปกติ มีอาการเหน็บ ปวด หรือเย็นที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า นิ้วมือ นิ้วเท้า หรือเล็บเป็นสีขาว สูญเสียความรู้สึกที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า มือและเท้าเป็นสีน้ำเงิน กล้ามเนื้อมีอาการอ่อนแรง หรือปวดกล้ามเนื้อที่แขนหรือขา ปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดหลังส่วนล่าง มีสัญญาณของโรคไต เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง

รับการรักษาในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ หายใจได้ลำบากหรือเจ็บปวด ปวดหน้าอก สับสน พูดไม่ชัด อ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย การมองเห็นมีปัญหา

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจเกิดอันตรกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาขยายหลอดลม (bronchodilators) ยาแก้คัดจมูก (decongestants) ยากระตุ้น (stimulants) เช่น เอพิเนฟรีน (epinephrine) ซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) เมทิลเฟนิเดต (methylphenidate) แอมเฟตามีน (amphetamine)

หากคุณใช้ยาแก้ปวดหัวไมเกรน ยากลุ่มทริปแทน (triptan) เช่น ซูมาทริปแทน (sumatriptan) ไรซาทริปแทน (rizatriptan) คุณจำเป็นต้องแยกการใช้ทริปแทนออกจากยานี้ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง สอบถามแพทย์เกี่ยวกับระยะเวลา ที่คุณควรเว้นระหว่างยาแต่ละชนิด

ส่วนประกอบของยาบางชนิด อาจเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ หรือความดันโลหิตได้ แจ้งให้เภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาที่คุณใช้ และสอบถามวิธีการใช้ยาให้ปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดน้ำหนัก หรือยาแก้ปวดหัวไมเกรนอื่นๆ

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนอาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่น ที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวดหัวไมเกรน (Migraine)

การฉีดยา

ขนาดยาเริ่มต้น: 1 มก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ/หลอดเลือดดำ/ใต้ผิวหนัง

-อาจให้ยาเพิ่ม 1 มก. ทุก ๆ ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ควรเกินขนาดยาสูงสุดในแต่ละวัน

ขนาดยาสูงสุด:

-ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: 2 มก./24 ชั่วโมง 6 มก./ภายในระยะเวลา 7 วัน

-ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ/ใต้ผิวหนัง: 3 มก./24 ชั่วโมง 6 มก./ภายในระยะเวลา 7 วัน

สเปรย์พ่นจมูก

ขนาดยาเริ่มต้น: 0.5 มก. (กดสเปรย์ 1 ครั้ง) เข้าในโพรงจมูกทั้งสองข้าง ให้ซ้ำภายใน 15 นาที

ขนาดยาทั้งหมด: 2 มก. (กดสเปรย์ 2 ครั้งเข้าในโพรงจมูกแต่ละข้างโดยเว้นช่วง 15 นาที)

-ขนาดยาเกินกว่า 2 มก.ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีประโยชน์อะไรเพิ่มเติม

ขนาดยาสูงสุด: 3 มก./24 ชั่วโมง, 4 มก./ภายในระยะเวลา 7 วัน

คำแนะนำ

-ยานี้ควรใช้เมื่อได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่ามีอาการปวดหัวไมเกรน

-ยานี้ไม่ได้มีไว้ใช้สำหรับการใช้เป็นประจำในระยะยาว

การใช้งาน: ใช้ในการรักษาอย่างรวดเร็วสำหรับอาการปวดหัวไมเกรนโดยที่มีหรือไม่มีสัญญาณเตือน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวดหัวคลัสเตอร์ (Cluster Headache)

ขนาดยาสูงสุด: 1 มก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ/หลอดเลือดดำ/ใต้ผิวหนัง

-อาจให้ยาเพิ่ม 1 มก. ทุก ๆ ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ควรเกินขนาดยาสูงสุดในแต่ละวัน

ขนาดยาสูงสุด:

-ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: 2 มก./24 ชั่วโมง, 6 มก./ภายในระยะเวลา 7 วัน

-ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ/ใต้ผิวหนัง: 3 มก./24 ชั่วโมง, 6 มก./ภายในระยะเวลา 7 วัน

คำแนะนำ

-ยานี้ไม่ได้มีไว้ใช้สำหรับการใช้เป็นประจำในระยะยาว

การใช้งาน: ใช้ในการรักษาอย่างรวดเร็วสำหรับอาการปวดหัวคลัสเตอร์

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ไตบกพร่องอย่างรุนแรง: ข้อห้ามใช้

การปรับขนาดยาตับ

ตับบกพร่องอย่างรุนแรง: ข้อห้ามใช้

การปรับขนาดยา

ผู้สูงอายุ: ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ไม่มีข้อมูลของการใช้ยาของผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีเนื่องจากอยู่นอกเหนือจากการทดลองทางการแพทย์

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

สเปรย์พ่นจมูก

-ใช้สำหรับพ่นจมูกเท่านั้น ขวดยาในแต่ละขวดมีขนาดยาสำหรับการรักษาจนเสร็จสมบูรณ์หนึ่งครั้ง

-เพื่อการประกอบยาให้ยกแถบขึ้นแล้วงอฝาสีฟ้าไปด้านหลัง แกะฝาสีฟ้า ซีลโลหะ และส่วนที่อุดขวดยาออกไป ติดที่พ่นสเปรย์กับขวดยาแล้วหมุนจนแน่น

-พ่นสเปรย์ก่อน 4 ครั้งก่อนการใช้งาน

-พ่นสเปรย์เข้าไปในโพรงจมูกแต่ละข้าง รอเวลา 15 นาทีแล้วจึงพ่นซ้ำ

-อย่าเงยหน้าหรือสูดหายใจขณะที่กำลังพ่นสเปรย์หรือทันทีหลังจากพ่นสเปรย์

หลอดใส่ยาสำหรับฉีด (Ampules)

-อาจให้ยาโดยการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ เข้าหลอดเลือดดำ หรือใต้ผิวหนัง

-สำหรับผู้ป่วยที่ให้ยาด้วยตัวเอง ควรเรียนรู้วิธีการฉีดยาใต้ผิวหนัง การฉีดยาใต้ผิวหนังนั้น ควรฉีดเข้าที่ส่วนกลางของต้นขาเหนือเข่า

การเก็บรักษา

-หลอดใส่ยาสำหรับฉีดและสเปรย์พ่นจมูก (ยังไม่ได้ใช้): เก็บให้พ้นจากแสง เก็บไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 77 ฟาเรนไฮน์ (25 องศาเซียลเซียส) อย่าเก็บไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง

-หลอดใส่ยาสำหรับฉีด: กำจัดหลอดใส่ยาสำหรับฉีด 1 ชั่วโมงหลังจากการเปิด

-สเปรย์พ่นจมูก: กำจัดสเปรย์พ่นจมูก 8 ชั่วโมงหลังจากการเปิด

ทั่วไป:

-ยานี้ควรใช้เมื่อได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่า มีอาการปวดหัวไมเกรน ยานี้ไม่ได้ใช้สำหรับการรักษาอาการปวดหัวไมเกรน ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งข้างของสมอง หรืออาการปวดหัวที่บริเวณฐานของสมองหรือคอ

-ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรรับการประเมินความน่าพึงพอใจของหลอดเลือดและหัวใจ ก่อนที่จะเริ่มต้นการรักษา เนื่องจากความเป็นไปได้ของการตรวจสอบหลอดเลือดและหัวใจนั้น อาจจะไม่พบสาเหตุที่แท้จริงของโรคหลอดเลือดหัวใจ แนะนำว่าควรให้ยาครั้งแรก เพื่อให้สะดวกต่อการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หลังจากให้ยา

การเฝ้าระวัง

-ควรเฝ้าระวังคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หลังจากให้ยาครั้งแรก ในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และผู้ที่เข้าข่ายอาจมีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรรับการประเมินหลอดเลือดและหัวใจเป็นระยะ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-ผู้ป่วยควรรายงานให้ผู้ดูแลสุขภาพทราบในทันที หากมีอาการเหน็บชาที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า ปวดกล้ามเนื้อที่แขนหรือขา รู้สึกอ่อนแรงที่ขา ปวดหน้าอก อัตราหัวใจเต้นเปลี่ยนแปลง มีอาการบวมหรือคัน ผู้ป่วยควรรับทราบความเสี่ยง ในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อหัวใจและหลอดเลือด และควรรับการรักษาพยาบาลในทันที หากเกิดอาการขึ้น

-ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาหรืออาหารเสริมใหม่ๆ

-ผู้ป่วยควรไม่ควรใช้ยามากเกินกว่าที่กำหนด โดยไม่ปรึกษากับผุ้ดูแลสุขภาพ

-ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการขับรถ หรือใช้เครื่องจักร จนกว่าจะทราบผลที่ไม่พึงประสงค์ของยา

-ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือผุ้ดูแลสุขภาพ หากตั้งครรภ์ มีความตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ขนาดยาไดไฮโดรเออร์โกตามีนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยานี้ สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • สารละลายสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ตุลาคม 20, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย