ไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold) Brand Name(s): ไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold).

ข้อบ่งใช้

ยาไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold) ใช้สำหรับ

ยาไทลินอล โคลด์ (Tylenol® cold) มักใช้เพื่อบรรเทาอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการปวดที่ไม่รุนแรง ปวดศีรษะ เจ็บคอ คัดจมูก ไอ แน่นในโพรงจมูก ยานี้ยังช่วยให้โพรงจมูกโล่งขึ้น ขับน้ำมูกออกจากจมูกและโพรงจมูก รวมถึงลดไข้ได้ชั่วคราว

วิธีการใช้ยา Tylenol® cold

ใช้ตามคำแนะนำบนฉลากยาหรือตามที่แพทย์สั่ง อย่าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป รวมถึงนานเกินกว่าที่แพทย์หรือฉลากยาแนะนำ ปกติแล้วจะใช้ยานี้ในเวลาสั้นๆ เท่านั้น จนกว่าจะหายเป็นปกติ

อย่าให้ยานี้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนจะให้ยาแก้ไอหรือไข้หวัดกับเด็ก

อย่าใช้ยานี้เกิน 7 วันติดต่อกัน หยุดใช้ยานี้ และแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณยังคงมีไข้หลังจากใช้ยาแล้ว 3 วัน หรือยังคงเจ็บตามร่างกายหลังใช้มาแล้ว 7 วัน (หรือ 5 วันหากใช้ยาในเด็ก) หากอาการแย่ลงหรือมีผื่นขึ้น ปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีรอยแดงหรือบวม

วิธีการเก็บรักษายา Tylenol® cold

คุณควรเก็บยา Tylenol® cold ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยา Tylenol® cold ไว้ให้ห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาไทลินอลโคลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา Tylenol® cold

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณกำลังจะให้หรือให้นมบุตรอยู่ คุณควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาชนิดอื่น รวมถึงยาใดๆ ที่คุณซื้อโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาเช่น สมุนไพร หรืออาหารเสริม
  • คุณแพ้ส่วนประกอบทั้งที่ออกฤทธิ์และไม่ออกฤทธิ์ของยา Tylenol® cold หรือยาชนิดอื่น
  • คุณมีอาการป่วย ความผิดปกติหรือโรคชนิดอื่น

ยานี้มีสารอะซีตามิโนเฟน (acetaminophen) ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 10 เม็ด (มีสารอะซีตามิโนเฟน 3250 มิลลิกรัม) ใน 24 ชั่วโมง

ความเสียหายที่ตับอย่างรุนแรงอาจเกิดขึ้นหากคุณ

  • ได้รับสารอะซีตามิโนเฟนมากกว่า 4000 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง
  • ใช้ร่วมกับยาอื่นที่มีสารอะซีตามิโนเฟน
  • ดื่มแอลกอฮอล์ 3 แก้วขึ้นไปเป็นประจำ ระหว่างที่ใช้ยานี้

คำเตือนเกี่ยวกับอาการเจ็บคอ หากอาการเจ็บคอเกิดขึ้นมากกว่า 2 วันและมาพร้อมกับเป็นไข้ ปวดศีรษะ ผื่นคัน อาเจียนหรือคลื่นไส้ หรือมีอาการเหล่านี้หลังจากนั้น แจ้งให้แพทย์ทราบทันที

ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา หากคุณกำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่างยาวาร์ฟาริน (warfarin)

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงในการใช้ยา Tylenol® cold ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนใช้ยา Tylenol® cold อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยานี้จัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท N

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา Tylenol® cold

หยุดใช้ยาและปรึกษาแพทย์ ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรง

  • เกิดอาการกระวนกระวาย วิงเวียนศีรษะหรือนอนไม่หลับ
  • อาการเจ็บหรือคัดจมูกแย่ลง รวมถึงเกิดขึ้นมากกว่า 7 วัน
  • อาการไข้แย่ลงหรือเกิดขึ้นมากกว่า 3 วัน
  • มีรอยแดงหรือบวม
  • มีอาการใหม่เกิดขึ้น
  • กลับมาไอหรือพร้อมกับมีผื่นหรือปวดศีรษะเป็นระยะเวลานาน

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยา Tylenol® cold าจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณใช้ออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิมหรือเพื่อความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หรือหยุดใช้ยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยา Tylenol® cold อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยา Tylenol® cold อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ อาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลงหรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ
โรคที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ เช่น

  • โรคตับ
  • โรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคของต่อมไทรอยด์
  • เบาหวาน
  • มีปัญหาในการปัสสาวะเนื่องจากต่อมลูกหมากโต
  • ไอเป็นระยะเวลานานหรือเรื้อรัง เช่น การไอที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ เป็นหอบหืดหรือถุงลมโป่งพอง
  • ไอและมีเสมหะมาก

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยา Tylenol® cold

ขนาดยา Tylenol® cold สำหรับผู้ใหญ่

  • รับประทานยาครั้งละ 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมง
  • กลืนยาทั้งหมด อย่าทำให้ยาแตก เคี้ยวหรือละลายยาในน้ำ
  • อย่ารับประทานยาเกิน 10 เม็ดใน 24 ชั่วโมง (ห้ามเกิน 4000 มก.ต่อวัน)

ขนาดยา Tylenol® cold สำหรับเด็ก

เด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป

  • รับประทานยา 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมง
  • กลืนยาทั้งหมด อย่าทำให้ยาแตก เคี้ยวหรือละลายยาในน้ำ
  • อย่ารับประทานยาเกิน 10 เม็ดใน 24 ชั่วโมง (ห้ามเกิน 4000 มก.ต่อวัน)

เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี: ปรึกษาแพทย์

รูปแบบของยา

ยาไทลินอลโคลมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ด (สำหรับรับประทานช่วงกลางวัน) สารอะซีตามิโนเฟน 325 มิลลิกรัม ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน ไฮโดรโบรไมด์ (Dextromethorphan HBr) 10 มิลลิกรัม ยาฟีนิลเอฟรีน ไฮโดรคลอไรด์ (Phenylephrine HCl) 5 มิลลิกรัม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 30, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 30, 2018