ไทลีนอล แก้หวัดและแก้ไอ (Tylenol® cold & cough)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ไทลีนอล แก้หวัดและแก้ไอ (Tylenol® cold & cough) Brand Name(s): ไทลีนอล แก้หวัดและแก้ไอ (Tylenol® cold & cough).

ข้อบ่งใช้

ยา Tylenol® cold & cough ใช้สำหรับ

ยา Tylenol® cold & cough (ไทลีนอล แก้หวัดและแก้ไอ) โดยทั่วไปใช้เพื่อรักษาอาการปวดหัว เป็นไข้ ปวดร่างกาย ไอ น้ำมูกไหล จาม คัน และอาการน้ำตาไหล ที่มีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้ โรคไข้หวัด หรือไข้

ยานี้ไม่สามารถรักษาอาการไอที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ หอบหืด หรือโรคถุงลมโป่งพอง

วิธีการใช้ยา Tylenol® cold & cough

ใช้ยาตามคำแนะนำบนฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่าหรือน้อยกว่า หรือใช้ยาในระยะเวลาที่นานกว่าที่แนะนำ โดยปกติแล้วยานี้จะใช้แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ จนกระทั่งอาการหายดี

ห้ามใช้ยานี้มากกว่าที่แนะนำ การรับประทานอะเซตามีโนเฟน (acetaminophen) เกินขนาด สามารถทำร้ายตับหรือทำให้เสียชีวิตได้

ยาเม็ดแบบเคี้ยวควรเคี้ยวก่อนกลืน

อย่าใช้ยานานเกิน 7 วันต่อรอบ หยุดใช้ยาและไปหาแพทย์ หากคุณยังมีไข้หลังจากผ่านไปแล้ว 3 วันหลังการใช้ยา หากคุณยังมีอาการปวด เมื่อผ่านไปแล้ว 7 วัน (หรือ 5 วันสำหรับเด็ก) หากอาการของคุณแย่ลง หรือหากคุณมีผื่นขึ้น ปวดหัวตลอด หรือมีรอยปื้นแดงหรือมีอาการบวม

การเก็บรักษายา Tylenol® cold & cough

ยา Tylenol® cold & cough ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรถึงการเก็บรักษายาที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยา Tylenol® cold & cough ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา Tylenol® cold & cough

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งแพทย์ถ้าหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากขณะที่คุณตั้งใจว่าจะให้นมบุตร หรือกำลังให้นมบุตร คุณควรจะใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ นี่รวมไปถึงยาที่คุณกำลังใช้อยู่ซึ่งสามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา เช่น สมุนไพร และอาหารเสริม
  • หากคุณมีอาการแพ้สารออกฤทธิ์และไม่ออกฤทธิ์ในยา Tylenol® cold & cough และยาอื่นๆ
  • หากคุณมีโรคอื่นๆ มีความผิดปกติ หรือมีอาการใดๆ

ควรสอบถามแพทย์ทุกครั้งก่อนให้ยาแก้ไอหรือแก้หวัดแก่ลูกของคุณ การใช้ยาแก้ไอและแก้หวัดแบบผิดๆ ในเด็กเล็กมากๆ สามารถส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตได้

หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของตับ ขณะที่รับประทานอะเซตามีโนเฟน และสามารถเพิ่มผลข้างเคียงบางชนิดของยาคลอเฟนิรามีน (chlorpheniramine) ได้

ยานี้อาจจะทำให้เกิดการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน หรือทำให้ความคิดหรือปฏิกิริยาของคุณเชื่องช้าลง โปรดระวังหากคุณขับรถ หรือทำอะไรก็ตามที่ต้องการความตื่นตัว และความสามารถในการมองเห็นที่ชัดเจน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยา Tylenol® cold & cough ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยา Tylenol® cold & cough ยานี้จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา Tylenol® cold & cough

ผลข้างเคียงทั่วไปมีดังนี้คือ

  • มึนงง
  • ง่วงซึม
  • ปวดหัวเล็กน้อย
  • ปาก จมูก หรือลำคอแห้ง
  • ท้องผูก
  • ท้องร่วง
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • รู้สึกกระวนกระวายหรือหงุดหงิด
  • การนอนหลับมีปัญหา (นอนไม่หลับ)

หยุดใช้ยานี้แล้วแจ้งแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการดังนี้

  • อัตราการเต้นของหัวใจเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอ
  • เจ็บหน้าอก
  • ชีพจรเต้นเร็ว รู้สึกเหมือนกำลังจะสลบ
  • มึนหัวอย่างรุนแรงหรือวิตกกังวล
  • มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
  • สับสน
  • เกิดภาพหลอน
  • ปัสสาวะน้อยหรือไม่มีเลย
  • คลื่นไส้
  • ปวดบริเวณท้องส่วนบน
  • คัน เบื่ออาหาร
  • ปัสสาวะสีเข้ม
  • อุจจาระสีเหมือนดินเหนียว
  • ดีซ่าน (ผิวหรือดวงตาเป็นสีเหลือง)
  • ความดันโลหิตสูงอย่างอันตราย (ปวดหัวรุนแรง ตาพร่ามัว มีเสียงอื้ออึงในหู ชัก)

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยา Tylenol® cold & cough อาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยา Tylenol® cold & cough อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยา Tylenol® cold & cough อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนใช้ยา Tylenol® cold & cough

ขนาดยา Tylenol® cold & cough สำหรับผู้ใหญ่

ยาเม็ดเวลากลางวัน (โดยไม่ต้องมียาคลอเฟนิรามีน): ครั้งละ 2 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมง ในช่วงเวลาที่ตื่นอยู่ ตาม ความจำเป็น

ยาเม็ดเวลากลางคืน: ครั้งละ 2 เม็ดทุก 6 ชั่วโมง ในช่วงเวลานอนหลับ ตามความจำเป็น

ไม่ควรเกิน 8 เม็ดต่อวัน ทั้งกลางวันและกลางคืนรวมกัน

ขนาดยา Tylenol® cold & cough สำหรับเด็ก

12 ปีขึ้นไป: ยาเม็ดเวลากลางวัน (โดยไม่ต้องมียาคลอเฟนิรามีน) ครั้งละ 2 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมง ในช่วงเวลาที่ตื่นอยู่ ตาม ความจำเป็น

ยาเม็ดเวลากลางคืน: ครั้งละ 2 เม็ดทุก 6 ชั่วโมง ในช่วงเวลานอนหลับ ตามความจำเป็น

ไม่ควรเกิน 8 เม็ดต่อวัน ทั้งกลางวันและกลางคืนรวมกัน

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี: ควรปรึกษากับแพทย์

รูปแบบของยา

จุดเด่นและรูปแบบการใช้งานมีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 325 มก./ 2 มก. / 15 มก. / 30 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยา Tylenol® cold & cough ควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 26, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 26, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน