ไทโอทีพา (Thiotepa)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไทโอทีพา (Thiotepa) Brand Name(s): ไทโอทีพา (Thiotepa).

ข้อบ่งใช้

ยาไทโอทีพาใช้สำหรับ

ยาไทโอทีพา (Thiotepa) ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็ง ยานี้ทำงานโดยการชะลอหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง มักจะให้ยาไทโอทีพาโดยการฉีดเข้ากระเพาะปัสสาวะเพื่อรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ยาไทโอทีพานั้นยังใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อป้องกันการต่อต้านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ (stem cell transplant) ได้อีกด้วย

วิธีการใช้ยาไทโอทีพา

ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะเป็นผู้ฉีดยานี้เข้าหลอดเลือดดำ ในบางครั้งอาจให้ยาไทโอทีพาเข้าที่เนื้องอกโดยตรง โปรดแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบในทันทีว่าคุณมีอาการปวด แสบร้อน หรือรอยแดงตรงบริเวณที่ฉีดยา

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มักจะให้ยาไทโอทีพาเข้าสู่กระเพสะปัสสาวะผ่านทางท่อสวน (catheter) แพทย์อาจจะสั่งให้คุณงดการบริโภคน้ำเป็นเวลา 8 ถึง 12 ชั่วโมงก่อนให้ยา มักจะทิ้งยาสารละลายไว้ 2 ชั่วโมงแล้วค่อยระบายออกผ่านทางท่อกระเพาะปัสสาวะ แพทย์อาจจะสั่งให้คุณเปลี่ยนท่าทางทุกๆ 15 นาทีขณะที่มียาสารละลายอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเพื่อให้แน่ใจว่ายานั้นรักษาทุกส่วนภายในกระเพาะปัสสาวะของคุณ

หากคุณใช้ยานี้เพื่อป้องกันการต่อต้านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ คุณควรรับยานี้ 2 ครั้ง ห่างกัน 12 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างการรักษาอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหานี้ ควรอาบน้ำและเปลี่ยนผ้าพันแผลอย่างน้อยวันละสองครั้ง จนครบ 48 ชั่วโมงหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา นอกจากนี้ยังควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกวัน ขณะที่รับการรักษาอีกด้วย

ขนาดยาและความถี่ในการให้ยา ขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจจะทำการตรวจนับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count) เพื่อหาขนาดยาที่ถูกต้องสำหรับคุณ อาจจำเป็นต้องจัดตารางการให้ยาครั้งต่อไปของคุณใหม่ หากระดับของเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือดนั้นต่ำเกินไป

ควรเรียนรู้วิธีการจัดการ การใช้ และการกำจัดยาเคมีและอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างปลอดภัย โปรดปรึกษาเภสัชกรของคุณ ควรสวมถุงมือและล้างมือให้สะอาดหลังจากจัดการกับยานี้ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยาเข้าตาหรือโดยผิวหนังของคุณ หากยาเข้าตาควรรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและติดต่อแพทย์ หากยานี้โดนผิวหนัง ควรรีบทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยสบู่และน้ำสะอาด

การเก็บรักษา ยาไทโอทีพา

เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 2° ถึง 8° เซลเซียส (36° ถึง 46° ฟาเรนไฮต์) เก็บยาให้พ้นจากแสงตลอดเวลา

เมื่อผสมยาโดยใช้น้ำกลั่นสำหรับฉีดยา ควรเก็บยาสารละลายไทโอทีพาไว้ในตู้เย็นและใช้งานภายใน 8 ชั่วโมง ยาสารละลายที่ละลายเพิ่มเติมลงในสารโซเดียมคลอไลด์สำหรับฉีดนั้นควรใช้ทันที

ยาไทโอทีพาบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไทโอทีพาลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ยาไทโอทีพา

ก่อนใช้ยาไทโอทีพา แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ ปัญหาเกี่ยวกับมวลกระดูก (เช่น ปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือดต่ำจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีบำบัดครั้งก่อน) โรคไต โรคตับ

ยาไทโอทีพาสามารถทำให้คุณมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น หรือทำให้อาการติดเชื้อที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อผู้มีอาการติดเชื้อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ (เช่น โรคอีสุกอีใส โรคหัด หรือโรคไข้หวัดใหญ่) โปรดปรึกษาแพทย์หากคุณมีการเปิดรับเชื้อเมื่อเร็วๆ นี้ หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนโดยไม่ปรึกษากับแพทย์ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่เพิ่งรับวัคซีนเชื้อเป็น (เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก)

เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรระมัดระวังในการใช้ของมีคมเช่นมีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมเช่นกีฬาที่ต้องการการปะทะ

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ คุณไม่ควรตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยานี้ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ผู้หญิงควรสอบถามวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ ขณะที่กำลังใช้ยานี้ และภายใน 6 เดือนหลังจากหยุดการรักษา ผู้ชายเองก็ควรสอบถามวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ ขณะที่กำลังใช้ยานี้ และภายใน 1 ปีหลังจากหยุดการรักษา หากคุณหรือคู่ของคุณเกิดตั้งครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากโอกาสในการเกิดความเสี่ยงต่อเด็กทารก จึงไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ขณะกำลังให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไทโอทีพาจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไทโอทีพา

อาจเกิดอาการปวดหรือรอยแดงตรงบริเวณที่ฉีดยา วิงเวียน ปวดหัว มองเห็นไม่ชัด เป็นไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือเบื่ออาหาร การเปลี่ยนแปลงในการรับประทานอาหาร เช่น รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ หลายมื้อ หรือจำกัดการทำกิจกรรมอาจจะช่วยลดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้ ในบางกรณีอาจต้องใช้ยาเพื่อป้องกันหรือบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาการผมร่วงชั่วคราวเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป ผมจะกลับมายาวตามปกติหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา

คนที่ใช้ยานี้อาจจะมีผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่การที่แพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า เป็นประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากแพทย์อาจจะช่วยลดความเสี่ยงของคุณได้

อาจเกิดแผลเจ็บที่บริเวณริมฝีปาก ภายในปาก และลำคอได้ เพื่อลดความเสี่ยงนี้ควรจำกัดปริมาณอาหารและเครื่องดื่มร้อน แปรงฟันด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และบ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำเย็น

ยานี้ยังอาจทำให้เกิดอาการเลือดออกที่รุนแรงมาก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการเลือดออกที่รุนแรงดังต่อไปนี้ อุจจาระเป็นสีเลือด สีดำ หรือคล้ายยางมะตอย ไอเป็นเลือด มีเลือดกำเดาไหลบ่อยหรือหยุดไหลยาก วิงเวียนหรือหน้ามืด หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ผิวซีด เป็นสีเทา หรือเป็นสีออกน้ำเงิน อาเจียนเป็นเลือดหรือดูเหมือนกากกาแฟ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดหลังส่วนล่างหรือด้านข้าง มีอาการปวดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะเป็นสีชมพูหรือสีคล้ำ

หากคุณใช้ยานี้เพื่อป้องกันการต่อต้านอวัยวะ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับผิว (เช่น สีผิวเปลี่ยน ผิวลอกหรือมีแผลพุพอง) สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับตับ (เช่น คลื่นไส้อาเจียนไม่หยุด เบื่ออหาร ปวดท้อง ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง) มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ (เช่น สับสน มองเห็นภาพหลอน หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง)

ยานี้อาจส่งผลต่อการผลิตอสุจิ ทำให้ลดความสามารถในการเจริญพันธุ์ในเพศชายได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาแอสไพรินและยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ยาที่อาจจะเป็นอันตรายต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การทำเคมีบำบัด (chemotherapy) หรือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) อย่างเพรดนิโซน (prednisone) วัคซีนเชื้อเป็น เช่น วัคซีนโปลิโอแบบรับประทาน หรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก กรดนาลิดิซิก (nalidixic acid)

ควรตรวจสอบฉลากของยาตามใบสั่งแพทย์ และยาที่หาซื้อเองทั้งหมดของุณให้ละเอียด เนื่องจากมียาจำนวนมากที่มีส่วนผสมของยาแก้ปวดหรือลดไข้ เช่น ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ อย่าง ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน (naproxen) หรือแอสไพริน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกได้ ควรใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือโรคหลอดเลือดสมองต่อไป (โดยทั่วไปจะอยู่ที่ขนาด 81 ถึง 325 มก. ต่อวัน) โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยาไทโอทีพาอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไทโอทีพาอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไทโอทีพาอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไทโอทีพาสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer)

0.3 ถึง 0.4 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็วหนึ่งครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)

0.3 ถึง 0.4 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็วหนึ่งครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งช่องโพรงเยื่อหุ้มอวัยวะ (Serosal Cavity Neoplastic Disease)

0.6 ถึง 0.8 มก./กก. ฉีดเข้าภายในช่องโพรงหนึ่งครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

30 ถึง 60 มก. ฉีดเข้าภายในกระเพาะปัสสาวะและแช่ทิ้งไว้หนึ่งครั้ง สำหรับการรักษาเนื้องอกที่กระเพาะปัสสาวะระดับตื้น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)

500 ถึง 1000 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำหนึ่งครั้งสำหรับการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็ง (Malignant Disease)

0.3 ถึง 0.4 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็วหนึ่งครั้ง

หรือ

0.6 ถึง 0.8 มก./กก. ฉีดเข้าภายในช่องโพรงหนึ่งครั้ง

หรือ

0.6 ถึง 0.8 มก./กก. ฉีดเข้าเนื้องอกหนึ่งครั้ง

หรือ

30 ถึง 60 มก. ฉีดเข้าภายในกระเพาะปัสสาวะหนึ่งครั้ง

หรือ

10 ถึง 15 มก. ฉีดเข้าช่องไขสันหลังหนึ่งครั้ง

หรือ

500 ถึง 1000 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำหนึ่งครั้ง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ผู้ผลิตระบุว่าอาจจะห้ามการรักษาด้วยยานี้สำหรับกรณีของผู้ที่มีไตเสียหาย แต่หากความจำเป็นที่จะต้องใช้ยานั้นมากกว่าความเสี่ยง อาจสามารถใช้ยาไทโอทีพาในขนาดต่ำควบคู่ไปกับการทดสอบอย่างเหมาะสม

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ผู้ผลิตระบุว่าอาจจะห้ามการรักษาด้วยยานี้สำหรับกรณีของผู้ที่มีตับเสียหาย แต่หากความจำเป็นที่จะต้องใช้ยานั้นมากกว่าความเสี่ยง อาจสามารถใช้ยาไทโอทีพาในขนาดต่ำควบคู่ไปกับการทดสอบอย่างเหมาะสม

การปรับขนาดยา

สำหรับผู้ป่วยที่รับยาโดยการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำควรหยุดใช้ยาในช่วงที่จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3000/ลูกบาศก์เมตร หรือหากจำนวนเกล็ดเลือดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 150,000/ลูกบาศก์เมตร

ข้อควรระวัง

ผู้ผลิตระบุว่าอาจจะห้ามการรักษาด้วยยานี้สำหรับกรณีของผู้ที่มีมวลกระดูกเสียหาย แต่หากความจำเป็นที่จะต้องใช้ยานั้นมากกว่าความเสี่ยง อาจสามารถใช้ยาไทโอทีพาในขนาดต่ำควบคู่ไปกับการทดสอบอย่างเหมาะสม

กระบวนการไดอะไลซิส (Dialysis)

ผู้ผลิตระบุว่าอาจจะห้ามการรักษาด้วยยานี้ สำหรับกรณีของผู้ที่มีไตเสียหาย แต่หากความจำเป็นที่จะต้องใช้ยานั้นมากกว่าความเสี่ยง อาจสามารถใช้ยาไทโอทีพาในขนาดต่ำ ควบคู่ไปกับการทดสอบอย่างเหมาะสม

คำแนะนำอื่นๆ

  • ขนาดยานั้นจะคำนวณตามน้ำหนักตัวจริง
  • ขนาดยานั้นจะแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ขนาดของยาไทโอทีพาอาจจะขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้เฉพาะ และยาที่เป็นพิษต่อเซลล์อื่นๆ ที่อาจจะใช้ร่วมกัน แนะนำให้อ้างอิงกับข้อกำหนดเฉพาะ
  • ยาฉีดเข้าเนื้องอกนั้นสามารถผสมกับโปรเคน (procaine) 2% หรือเอพิเนฟรีน (epinephrine ) 0.1% เพื่อลดอาการปวด
  • การตอบสนองต่อยาไทโอทีพาที่ช้านั้น ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น การเพิ่มขนาดยาบ่อยครั้งอาจจะเพิ่มแค่ความเป็นพิษเท่านั้น หลังจากที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรักษาช่วงแรก ก็จำเป็นที่จะต้องตามด้วยการรักษาผู้ป่วยตามปกติ โดยทั่วไปแล้วก็จะเว้นช่วง 1 ถึง 4 สัปดาห์ ขนาดยาปกตินั้นควรจะปรับตามปริมาณเม็ดเลือดที่ควบคุมก่อนการรักษา และปริมาณเม็ดเลือดหลังจากนั้น เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรจะยาในขนาดปกติถี่เกินกว่าสัปดาห์ละครั้ง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างขนาดยาและจำนวนเม็ดเลือด

ขนาดยาไทโอทีพาสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคมะเร็ง (Malignant Disease)

โรคมะเร็งซาร์โคมา (Sarcoma) 25 ถึง 65 มก./ตารางเมตร ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำหนึ่งครั้ง ทุกๆ 3 ถึง 4 สัปดาห์

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์โดยใช้เซลล์ของตนเอง (Autologous bone marrow transplantation) 300 มก./ตารางเมตร ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำนานกว่า 3 ชั่วโมง ให้ยาซ้ำทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นจำนวน 3 ครั้ง ขนาดยาที่ทนได้สูงสุดคือ 1,125 มก./ตารางเมตร นานกว่า 3 วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาผงสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มกราคม 17, 2019 | Last Modified: มกราคม 17, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย