ไทโอริดาซีน (Thioridazine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไทโอริดาซีน (Thioridazine) Brand Name(s): ไทโอริดาซีน (Thioridazine).

ข้อบ่งใช้

ยาไทโอริดาซีนใช้สำหรับ

ยาไทโอริดาซีน (Thioridazine) ใช้เพื่อรักษาโรคทางจิตหรืออารมณ์บางอย่าง เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) ยานี้ใช้เพื่อช่วยให้คุณคิดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รู้สึกกังวลใจน้อยลง และมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวัน ยานี้ยังสามารถช่วยป้องกันความคิดอยากฆ่าตัวตาย ในผู้ที่มีโอกาสจะทำร้ายตัวเอง และลดความก้าวร้าวและความต้องการที่จะทำร้ายผู้อื่น ยานี้สามารถช่วยลดความคิดในแง่ลบ และการมองเห็นภาพหลอนได้ ยาไทโอริดาซีนนั้นอยู่ในกลุ่มของยาฟีโนไทอาซีน (Phenothiazine) 

วิธีการใช้ยาไทโอริดาซีน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือแยกต่างหาก โดยปกติคือ 2-4 ครั้งต่อวันหรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา เมื่ออาการของคุณดีขึ้นและคุณดีขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แพทย์อาจจะค่อยๆ ลดขนาดยาที่คุณใช้อยู่ โดยอาจต้องใช้เวลานาน อย่าหยุดใช้ยาหรือลดขนาดยา โดยไม่ปรึกษาแพทย์ สภาวะบางอย่างอาจรุนแรงขึ้น หากหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน อาจจำเป็นต้องค่อยๆ ลดขนาดยา 

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง  

การเก็บรักษายาไทโอริดาซีน

ยาไทโอริดาซีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไทโอริดาซีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาไทโอริดาซีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง 

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไทโอริดาซีน

ก่อนใช้ยาไทโอริดาซีน แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือยาฟีโนไทอาซีนอื่นๆ เช่น คลอร์โปรมาซีน (chlorpromazine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดสอบถามเภสัชกร 

ไม่ควรใช้ยานี้ หากคุณมีสภาวะบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้ คือ ปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทที่รุนแรงบางอย่าง เช่น ภาวะกดประสาทส่วนกลางขั้นรุนแรง ปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตขั้นรุนแรง 

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสภาวะทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับเลือดบางชนิด เช่น จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ (low white blood cell count) โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เคยมีอาการชัก เอนไซม์ที่จำเป็นต่อการกำจัดยาออกจากร่างกายต่ำ หรือไฮดรอกซีเลเตอร์ช้า (slow hydroxylator)

ยาไทโอริดาซีนอาจทำให้เกิดสภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ อย่าง QT prolongation ในกรณีที่พบยากนั้น สามารถทำให้เกิดอาการที่รุนแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) อย่างเช่นอาการหัวใจเต้นเร็ว/ผิดปกติ และอาการอื่นๆ เช่น วิงเวียนอย่างรุนแรง หมดสติ และจำเป็นต้องรับการรักษาพยาบาลในทันที 

ความเสี่ยงในการเกิด QT prolongation อาจเพิ่มขึ้นหากคุณมีสภาวะทางการแพทย์บางอย่างหรือกำลังใช้ยาที่อาจทำให้เกิด QT prolongation ก่อนใช้ยาไทโอริดาซีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ และหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้ คือ ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจบางอย่าง เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นช้า เกิด QT prolongation ในการตรวจสัญญาณไฟฟ้าหัวใจ (QT prolongation in the EKG) ประวัติคนในครอบครัวเคยมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจตายฉับพลัน (sudden cardiac death) 

ระดับของโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมในเลือดต่ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดระยะคิวทียาวได้ ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นหากคุณกำลังใช้ยาบางอย่าง เช่นยาขับปัสสาวะ (diuretics) หรือหากคุณมีสภาวะ เช่น เหงื่อออกอย่างรุนแรง ท้วงร่วง หรืออาเจียน ปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการใช้ยาไทโอริดาซีนอย่างปลอดภัย 

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชา อาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร์ หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้ 

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ควรจำกัดเวลาในการอยู่ใต้แดด ควรทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดอาการแดดเผาหรือมีแผลพุพองหรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ผู้สูงอายุอาจมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการมึนงง วิงเวียน ง่วงซึม สับสน ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก และเกิด QT prolongation อาการมึนงง วิงเวียน ง่วงซึม และสับสน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มได้ 

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ในกรณีหายาก ทารกที่เกิดจากแม่ที่ใช้ยานี้ในช่วง 3 เดือนท้ายของการตั้งครรภ์ อาจเกิดอาการดังต่อไปนี้ เช่น อาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็งหรือสั่นเทา ง่วงซึม กินอาหารหรือหายใจได้ลำบาก หรือร้องไห้ตลอดเวลา หากคุณสังเกตเห็นอาการดังกล่าวในช่วงเดือนแรก ควรแจ้งแพทย์ในทันที 

เนื่องจากปัญหาทางจิตใจหรืออารมณ์ที่ไม่ได้รับการรักษา เช่น โรคจิตเภทหรือโรคซึมเศร้า สามารถกลายเป็นสภาวะที่รุนแรงได้ อย่าหยุดใช้ยานี้จนกว่าแพทย์จะสั่ง หากคุณมีแผนที่จะตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ในทันที

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถผ่านสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไทโอริดาซีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้  

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไทโอริดาซีน

อาจเกิดอาการมึนงง วิงเวียน ง่วงซึม ปัสสาวะลำบาก ท้องผูก กระสับกระส่าย ปวดหัว และมองเห็นไม่ชัดได้ หากผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน หรือมีอาการแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบโดยทันที

อาการมึนงงและวิงเวียนสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มได้ ควรค่อยๆ ลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอนอย่างช้าๆ 

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ คือ สั่นเทา การแสดงออกทางสีหน้าเหมือนสวมหน้ากาก มีอาการกระตุกขณะเดิน 

ในกรณีหายาก ยาไทโอริดาซีนอาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่าอาการยึกยือ (Tardive dyskinesia) ในบางกรณีอาการนี้อาจเป็นถาวรได้ แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ หรือไม่สามารถควบคุมได้ (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น แขน หรือขา) 

ในกรณีหายาก ยาไทโอริดาซีนอาจเพิ่มปริมาณการผลิตสารบางอย่างในร่างกาย อย่างโพรแลคติน (Prolactin) สำหรับผู้หญิง การเพิ่มขึ้นของโพรแลคตินอาจส่งผลให้เกิดน้ำนมที่ไม่จำเป็น ประจำเดือนขาดหรือหยุด หรือตั้งครรภ์ได้ยาก สำหรับผู้ชาย อาจทำให้ความต้องการทางเพศลดลง ไม่สามารถผลิตอสุจิได้ หรือมีเต้านมโต หากคุณมีอาการดังกล่าวนี้ ควรแจ้งแพทย์ในทันที 

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ คือ สัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้หรือเจ็บคอบ่อยๆ) การมองเห็นเปลี่ยนแปลง (เช่น สูญเสียการมองเห็น มองเห็นในตอนกลางคืนได้ยากฉับพลัน มองเห็นภาพเป็นสีน้ำตาล) 

รับการรักษาพยาบาลในทันที หากเกิดอาการที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ คือ มึนงงอย่างรุนแรง หมดสติ หัวใจเต้นช้า ชัก 

ในกรณีหายาก ยานี้อาจทำให้เกิดอาการที่รุนแรงมากอย่าง กลุ่มอาการนิวโรเล็ปติกร้ายแรง (neuroleptic malignant syndrome) รับการรักษาในทันทีหากคุณเกิดอาการดังต่อไปนี้ เป็นไข้ กล้ามเนื้อมีอาการแข็งเกร็ง ปวด กดเจ็บ หรืออ่อนแรง สับสนอย่างรุนแรง เหงื่อออกหัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ปัสสาวะสีเข้ม มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง) 

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยากลุ่มแอนตี้โคลิเนอร์จิค (anticholinergic medications) เช่น เบลลาดอนนา อัลคาลอยด์ (belladonna alkaloids) อะโทรปีน (atropine) หรือสโคโปลามีน (scopolamine) ยาคาเบอร์โกลีน (Cabergoline) ยาซิซาไพรด์ (cisapride) ยาดูล็อกซีทีน (Duloxetine) ยากัวเนธิดีน (Guanethidine) ยากัวนาเดรล (guanadrel) ยาลิเทียม (lithium) ยามิราเบกรอน (Mirabegron) ยาสำหรับโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) อย่างเลโวโดปา (levodopa) หรือเบนซ์โทรปีน (Benztropine) ยาเพอร์โกไลด์(Pergolide) ยาพินโดลอล (pindolol) ยาโพรพราโนลอล (propranolol) ยาโรลาพิแทนท์ (rolapitant) ยาเทอร์บินาฟีน (Terbinafine) ยาต้านซึมเศร้าในกลุ่มเอสเอสอาร์ไอบางชนิด (SSRI antidepressants) อย่างฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) ฟลูวอกซามีน (Fluvoxamine) พาร็อกซีทีน (paroxetine)

มียาอีกมากนอกจากยาไทโอริดาซีน ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ (QT prolongation) ได้ เช่น อะมิโอดาโรน (amiodarone) โดฟีทิไลด์ (dofetilide) พิโมไซด์ (pimozide) โปรเคนเอไมด์ (procainamide) ควินิดีน (Quinidine) โซทาลอล (Sotalol) ยาปฏิชีวนะแมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น อิริโทรมัยซิน (erythromycin) และอื่นๆ ก่อนใช้ยาไทโอริดาซีน แจ้งรายชื่อของยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณกำลังใช้ยาอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น ยาบรรเทาอาการปวดหรือไอโอปิออยด์ (opioid) อย่างโคเดอีน (codeine) หรือไฮโดรโคโดน (hydrocodone) สุรา กัญชา ยานอนหลับ หรือยาลดอาการวิตกกังวล เช่น อัลปราโซแลม (Alprazolam) ลอราซีแพม (Lorazepam) หรือโซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ อย่างคาริโซโพรดอล (Carisoprodol) หรือไซโคลเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) หรือยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) อย่างเซทิริซีน (cetirizine) หรือยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) 

ตรวจสอบฉลากยาทั้งหมดของคุณ (เช่น ยาแก้แพ้ หรือยาแก้ไอ แก้หวัด) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ สอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดถัย 

ยาไทโอริดาซีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ 

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยาไทโอริดาซีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ 

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น 

ยาไทโอริดาซีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ 

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไทโอริดาซีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคจิตเภท (Schizophrenia)

ขนาดยาเริ่มต้น: 50 ถึง 100 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง 

ขนาดยาปกติ: 200 ถึง 800 มก./วัน แบ่งรับประทาน 2 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสูงสุด: 800 มก./วัน

คำแนะนำ

เมื่อสามารถควบคุมอาการได้แล้ว ควรค่อยๆ ลดขนาดยาเพื่อหาขนาดยาต่ำสุดที่มีประสิทธิภาพของขนาดยาปกติ

การใช้งาน

สำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาระงับอาการทางจิตอื่นๆ

การปรับขนาดยา 

ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเกิดระยะคิวทียาว และ/หรือ การเผาผลาญเอนไซม์ซีวายพี450 2ดี6 ได้ต่ำ (CYP450 2D6 poor metabolizers): 

-QT interval มากกว่า 450 มิลลิวินาทีตั้งแต่ต้น: ไม่แนะนำ

QT interval มากกว่า 500 มิลลิวินาทีขณะการรักษา: หยุดการใช้ยา

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

-อ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์

การเก็บรักษา

อ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์ 

ทั่วไป

  • ยังไม่ทราบความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคจิตเวชที่ดื้อยา 
  • ควรจำกัดใช้เฉพาะผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาระงับอาการทางจิตอื่นๆไม่ได้ผลเท่านั้น
  • ควรใช้ยาในขนาดยาต่ำสุดที่มีประสิทธิภาพเนื่องจากความเสี่ยงที่ในการเกิด QT prolongation ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) และเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับขนาดยา

การเฝ้าระวัง

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECGs) โดยเฉพาะก่อนเริ่มการรักษา ขณะปรับขนาดยา และหลังจากนั้นเป็นระยะๆ 
  • โพแทสเซียม โดยเฉพาะก่อนเริ่มการรักษา และหลังจากนั้นเป็นระยะๆ 
  • ตรวจนับเม็ดเลือดขาวเป็นระยะๆ โดยใช้การทดสอบที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีสัญญาณ/อาการของการติดเชื้อ เจ็บคอ หรือมีประวัติมีจำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำ หรือภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (neutropenia/leukopenia) เนื่องจากยา 
  • ตรวจดวงตา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่รักษาในระยะยาว 
  • ตรวจระดับของอิเล็กโตรไลต์ (electrolyte levels) เป็นระยะๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular events) และ/หรือกำลังใช้ยาขับปัสสาวะ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • เตือนผู้ป่วยไม่ให้หยุดใช้ยานี้อย่างฉับพลัน
  • ให้ผู้ป่วยรีบแจ้งสัญญาณและอาการของภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ กลุ่มอาการนิวโรเล็ปติกร้ายแรง อาการยึกยือ หรืออาการตอร์ซาดเดอปวงต์ (Torsades de pointes) 
  • แนะนำให้ผู้ป่วย คนในครอบครัว และผู้ดูแลให้เฝ้าระวัง และแจ้งสัญญาณและอาการของพฤติกรรมที่ผิดปกติใ ห้แพทย์ทราบในทันที เช่น อาการกระวนกระวาย ฉุนเฉียว วิตกกังวล อาการแพนิคกำเริบ (panic attacks) นอนไม่หลับ มุ่งร้าย ก้าวร้าว หุนหันพลันแล่น อาการนั่งไม่ติดที่ (akathisia) อาการเกือบฟุ้งพล่าน (hypomania) และอาการฟุ้งพล่าน (mania)
  • แนะนำให้ผู้ป่วยรายงานยาที่กำลังใช้อยู่ทั้งยาตามใบสั่ง ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพร  
  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หากตั้งครรถ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร 
  • แจ้งให้ผู้ป่วยทราบว่า ยานี้สามารถทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ และควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือใช้เครื่องจักร จนกว่าจะเห็นผลของยาอย่างเต็มที่ 

ขนาดยาไทโอริดาซีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคจิตเภท (Schizophrenia)

ขนาดยาเริ่มต้น: 0.5 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน

ขนาดยาสูงสุด: 3 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน

คำแนะนำ

ควรค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับผลการรักษา และ/หรือถึงขนาดยาสูงสุด

การใช้งาน

สำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา ด้วยยาระงับอาการทางจิตอื่นๆ

รูปแบบของยา 

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยารับประทาน
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย