ไทโอโทรเปียม โบรไมด์ (Tiotropium Bromide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไทโอโทรเปียม โบรไมด์ (Tiotropium Bromide) Brand Name(s): ไทโอโทรเปียม โบรไมด์ (Tiotropium Bromide).

ข้อบ่งใช้

ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์ใช้สำหรับ

ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์ (Tiotropium Bromide) ใช้เพื่อรักษาโรคปอด เช่น โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) อย่างโรคหลอดลมอักเสบ หรือถุงลมโป่งพอง ยานี้จำเป็นต้องใช้เป็นประจำเพื่อป้องกันอาการหายใจมีเสียงหวีดและอาการหายใจไม่อิ่ม ยานี้ทำงานโดยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจทำให้เปิดออกและสามารถหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ยาไทโอโทรเปียมนี้อยู่ในกลุ่มของยาแอนติโคลิเนอร์จิก (anticholinergics) การควบคุมปัญหาเกี่ยวกับการหายใจสามารถช่วยลดเวลาที่สูญเสียไปจากการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ได้

จำเป็นต้องใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ยานี้จะไม่ทำงานในทันทีและไม่ควรใช้เพื่อบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับการหายใจฉับพลัน หากเกิดอาการหายใจมีเสียงหวีดหรืออาการหายใจไม่อิ่นฉับพลัน ให้ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการฉับพลัน เช่น ยาอัลบูเทอรอล (albuterol) หรือที่เรียกว่ายาซัลบูทามอล (salbutamol) ในบางประเทศ ตามที่แพทย์กำหนด

วิธีการใช้ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์

ควรทำตามวิธีการทดสอบสเปรย์ในอากาศเมื่อจะใช้พ่นครั้งแรก หรือหากไม่ได้ใช้ยานานเกิน 3 วัน หรือมากกว่า 21 วัน หันขวดสเปรย์ออกจากใบหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ยาเข้าสู่ดวงตา ละอองเคลื่อนไหวช้านั้นเป็นสัญญาณว่ายาพ่นทำงานได้อย่างถูกต้อง

สูดยานี้เข้าทางปากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือ พ่นสเปรย์ 2 ครั้งหนึ่งครั้งต่อวัน อย่าพ่นยาเกิน 2 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง

หลีกเลี่ยงไม่ให้ยาเข้าสู่ดวงตา ยานี้อาจทำให้มีอาการปวดหรือระคายเคืองที่ดวงตา มองเห็นไม่ชัดชั่วคราว และการมองเห็นอื่นๆ เปลี่ยนแปลง ดังนั้นเมื่อพ่นยานี้จึงควรแนบริมฝีปากกับที่เป่าปากให้แน่น

บ้วนปากทันทีหลักจากพ่นยาเพื่อป้องกันอาการปากแห้งละระคายเคืองในลำคอ

หากคุณกำลังใช้ยาพ่นชนิดอื่นพร้อมกัน ควรรออย่างน้อย 1 นาทีระหว่างการใช้ยาแต่ละชนิด

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่ากำหนด หรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายเร็วขึ้นและความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น

ทำความสะอาดที่เป่าปากของเครื่องพ่นยาอย่างน้อยสัปดาหืละครั้งตามที่กำหนด

เมื่อใช้ยานี้เพื่อรักษาโรคหอบหิด อาจต้องใช้เวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์ก่อนจะได้รับประโยชน์จากยาอย่างเต็มที่

เรียนรู้ว่าเครื่องพ่นยาแบบไหนที่คุณควรใช้ทุกวัน และชนิดไหนที่คุณควรใช้เมื่อการหายใจแย่ลงอย่างกะทันหัน (ยาบรรเทาอาการฉับพลัน) สอบถามแพทย์ล่วงหน้า เกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดอาการใหม่ หรืออาการที่แย่ลง อย่างอาการไอหรือหายใจไม่อิ่ม หายใจมีเสียงหวีด มีเสมหะเพิ่มขึ้น ตื่นกลางดึกเนื่องจากมีปัญหากับการหายใจ หากคุณใช้ยาบรรเทาอาการฉับพลันบ่อยครั้ง หรือยาบรรเทาอาการฉับพลันนั้นไม่ได้ผล ควรเรียนรู้วิธีการรักษาเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอย่างเฉียบพลันด้วยตนเอง และเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณจำเป็นต้องได้รับการรักษาในทันที

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง

การเก็บรักษายาไทโอโทรเปียม โบรไมด์

ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์

ก่อนใช้ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือแพ้ต่อยาไอปราโทรเปียม (ipratropium) หรือยาอะโทรปีน (atropine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเป็นโรคต้อหิน (มุมเปิดหรือมุมปิด) ปัสสาวะติดขัด ต่อมลูกหมากโต โรคไต

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือมองเห็นไม่ชัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรคต้อหิน (มุมเปิดหรือมุมปิด) หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวหรือการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชา

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงในการเกิดอาการปัสสาวะติดขัดขณะใช้ยานี้ได้มากกว่า

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์

อาจเกิดอาการปากแห้งและวิงเวียน หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ ปัสสาวะติดขัด มีอาการปวดขณะปัสสาวะ

ในนานๆ ครั้ง ยานี้อาจทำให้ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจแย่ลงอย่างรุนแรง และฉับพลันทันทีหลังจากใช้ยา หากคุณมีอาการหายใจแย่ลงอย่างฉับพลัน ควรใช้ยาพ่นบรรเทาอาการฉับพลันและรับการรักษาในทันที

รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ ได้แก่ ดวงตามีอาการปวด บวม หรือแดง การมองเห็นเปลี่ยนแปลง (เช่นมองเห็นรุ้งรอบๆ แสงในตอนกลางคืน มองเห็นไม่ชัด)

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาแอนติโคลิเนอร์จิกอื่นๆ (anticholinergics) เช่น ยาไอปราโทรเปียม (ipratropium) หรือยาอะโทรปีน (atropine)

ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease) – ประคับประคอง

ยาผงสำหรับพ่นไทโอโทรเปียม โบรไมด์รูปแบบแคปซูลแข็ง

  • 18 ไมโครกรัม (พ่นยา 2 ครั้ง) พ่นยาเข้าปากวันละครั้ง โดยใช้เครื่องพ่นยาแฮนด์ดิเฮเลอร์ (HandiHaler)

ยาสารละลายสำหรับพ่นไทโอโทรเปียม โบรไมด์:

  • 5 ไมโครกรัม (พ่นยา 2 ครั้ง) พ่นยาเข้าปากวันละครั้ง

การใช้งาน

เพื่อการควบคุมอาการในระยะยาวสำหรับอาการหลอดลมหดตัว (bronchospasm) ที่เกี่ยวข้องกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทั้งโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและโรคถงลมโป่งพอง เพื่อลดอาการกำเริบในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหอบหืด (Asthma) – ควบคุมอาการ (Maintenance)

  • 2.5 ไมโครกรัม (พ่นยา 1.25 ไมโครกรัม 2 ครั้ง) พ่นยาเข้าปากวันละครั้ง

คำแนะนำ:

  • อาจต้องใช้เวลานานกว่า 4 ถึง 8 สัปดาห์กว่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากยาสำหรับการทำงานของปอด
  • การใช้งาน: เพื่อการควบคุมอาการในระยะยาวสำหรับโรคหอบหืด

การปรับขนาดยาสำหรับไต

  • ไตบกพร่องระดับต่ำ (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ [CrCl] 60 มล./นาที หรือมากกว่านั้น): ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ
  • ไตบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 60 มล./นาที): ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำในการใช้งาน

  • ยาพ่นเสปรย์ไทโอโทรเปียม โบรไมด์ควรใช้กับเครื่องพ่นยาเรสพิแมต (Respimat inhaler) เท่านั้นและไม่ควรใช้ยาอื่นกับเครื่องพ่นยานี้
  • ยาแคปซูลไทโอโทรเปียม โบรไมด์ใช้สำหรับพ่นปากเท่านั้น ไม่ควรกลืนยา ควรใช้ยาแคปซูลกับเครื่องพ่นยาแฮนด์ดิเฮเลอร์เท่านั้น
  • จำเป็นต้องพ่นยานำก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าได้ขนาดยาที่เหมาะสมในแต่ละครั้ง
  • ควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเพื่อให้เข้าใจวิธีการใช้ยาอย่างสมบูรณ์

ทั่วไป

  • ไม่ควรใช้ยานี้เพื่อเริ่มต้นรักษาหลอดลมหดเกร็งฉับพลัน หรือเพื่อบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอย่างฉับพลัน เช่น การใช้ยาเป็นยาบรรเทาอาการอย่างรวดเร็ว (rescue medication)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรแจ้งหากมีสัญญาณหรืออาการของโรคต้อหินมุมแคบ (narrow angle glaucoma) เช่น มีอาการปวดหรือไม่สบายที่ดวงตา มองเห็นไม่ชัด มองเห็นวงกลดหรือภาพสีที่มีความเกี่ยวข้องกับอาการตาแดงจากอาการตาแดงเพราะเลือดคั่ง (conjunctival congestion) และกระจกตาบวมน้ำ (corneal edema) และอาการปัสสาวะไม่ออก (urinary retention) เช่น ปัสสาวะลำบาก และมีอาการปวดขณะปัสสาวะ
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยาเข้าสู่ดวงตาเพราะอาจทำให้มองเห็นไม่ชัดและม่านตาขยายตัวได้
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนและมองเห็นไม่ชัด ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือใช้เครื่องจักรหากคุณรู้สึกง่วงซึมหรือวิงเวียน

ขนาดยาไทโอโทรเปียม โบรไมด์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคหอบหืด (Asthma) – ควบคุมอาการ (Maintenance)

อายุน้อยกว่า 12 ปี: ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

อายุ 12 ปีขึ้นไป:

  • 2.5 ไมโครกรัม (พ่นยา 1.25 ไมโครกรัม 2 ครั้ง) พ่นยาเข้าปากวันละครั้ง

คำแนะนำ:

  • อาจต้องใช้เวลานานกว่า 4 ถึง 8 สัปดาห์กว่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากยาสำหรับการทำงานของปอด
  • การใช้งาน: เพื่อการรักษาประคับประคองอาการในระยะยาวสำหรับโรคหอบหืด

ข้อควรระวัง

  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 18 ปี
  • โรคหอบหืด: ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 12 ปี

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรัยพ่นยา
  • ยาพ่นสำหรับพ่นยา

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย