ไทโอโปรนิน (Tiopronin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไทโอโปรนิน (Tiopronin) Brand Name(s): ไทโอโปรนิน (Tiopronin).

ข้อบ่งใช้

ยาไทโอโปรนินใช้สำหรับ

ยาไทโอโปรนิน (Tiopronin) ใช้เพื่อป้องกันโรคนิ่วในไตสำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด อย่างภาวะปัสสาวะมีสารซิสตีน (cystinuria) ภาวะปัสสาวะมีสารซิสตีน เกิดจากมีสารบางชนิด อย่างกรดอะมิโนซิสตีน (the amino acid cystine) ในปัสสาวะมากเกินไป ทำให้ก่อตัวเป็นนิ่ว ยาไทโอโปรนินทำงานโดยทำให้สารซิสตีนละลายในปัสสาวะได้มากขึ้น

ยานี้มักจะใช้หลังจากวิธีการป้องกันนิ่วในไตอื่นๆ ไม่ได้ผลเท่านั้น เช่น การดื่มน้ำให้มาก alkali therapy และการรับประทานอาหารแบบพิเศษ หรือเมื่อผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาตามปกติสำหรับภาวะปัสสาวะมีสารซิสตีน อย่าง ยาดี-เพนนิซิลลามีนได้ (d-penicillamine)

วิธีการใช้ยาไทโอโปรนิน

รับประทานยานี้ 1 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหาร โดยปกติคือวันละ 3 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด

ควรดื่มน้ำให้มากต่อไป (เช่น น้ำ 2 แก้วต่อมื้ออาหารแต่ละมื้อ ก่อนนอน และในตอนกลางคืน) และรับประทานยาอัลคาไลน์ เช่น โพแทสเซียมไซเตรต (potassium citrate) ตามที่แพทย์กำหนด ควรรับประทานอาหารตามที่แพทย์แนะนำ

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็ก ขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวอีกด้วย

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาไทโอโปรนิน

ยาไทโอโปรนินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไทโอโปรนินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไทโอโปรนินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไทโอโปรนิน

ก่อนใช้ยาไทโอโปรนิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเคยมีผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก เช่น ความผิดปกติของเลือด เนื่องจากยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ ความผิดปกติของเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง  จำนวนเกล็ดเลือดต่ำ โรคตับ โรคไต

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยานี้สามารถเข้าสู่น้ำนมแม่และอาจทำอันตรายต่อทารกได้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำการให้นมบุตรระหง่างที่กำลังใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไทโอโปรนินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไทโอโปรนิน

อาจเกิดอาการสัมผัสทางการรับรสและการดมกลิ่นลดลง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง หรือท้องร่วง หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ สัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ เจ็บคอบ่อยครั้ง) มีอาการปวดที่กล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ต่อมน้ำเหลือบวม ผิวมีรอยเหี่ยวย่นหรือผิวบางลง เหนื่อยล้า หัวใจเต้นเร็วหรือรัว มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย ไอเป็นเลือด มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนแปลง มีอาการปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน) ปัสสาวะสีคล้ำ หายใจไม่อิ่ม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก เหน็บชาที่แขนหรือขา

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หาได้ยากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้คือ ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง คลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง ปวดท้องอย่างรุนแรง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไทโอโปรนินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไทโอโปรนินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไทโอโปรนินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไทโอโปรนินสำหรับผู้ใหญ่

ใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะ homozygous cystinuria ที่มีระดับของสารซิสตีนในปัสสาวะมากกว่า 500 มก./วัน ผู้ที่ดื้อต่อวิธีการรักษาแบบควบคุมอาการ (บริโภคน้ำให้มาก มีการปรับอัลคาไลน์และอาหารที่รับประทาน) หรือผู้ที่มีปฏิกิรยาไม่พึงประสงค์ต่อยาดี-เพนนิซิลลามีน ขนาดยาเริ่มต้น: 800 มก./วัน ขนาดยาเฉลี่ยคือ 1000 มก./วัน ร่วมกับการบริโภคน้ำอย่างเหมาะสมและลดความเป็นกรดของปัสสาวะ (alkalinisation of urine) แบ่งให้ยา 3 ครั้งเมื่อสามารถทำได้ อาจเริ่มต้นการรักษาที่ยาขนาดต่ำในผู้ป่วยที่มีความเป็นพิษต่อยาดี-เพนนิซิลลามีนระดับรุนแรง ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับระดับของสารซิสตีนในปัสสาวะ (เพื่อลดความเข้มข้นของสารซิสตีนในปัสสาวะให้อยู่ที่ประมาณ น้อยกว่า 250 มก./มล.) ควรตรวจวัดระดับของสารซิสตีนในปัสสาวะหลังจากรักษาผ่านไป 1 เดือน และทุกๆ 3 เดือนหลังจากนั้น

ขนาดยาไทโอโปรนินสำหรับเด็ก

ขนาดยาเริ่มต้น: 15 มก./กก./วัน ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับระดับของสารซิสตีนในปัสสาวะ ควรตรวจวัดระดับของสารซิสตีนในปัสสาวะหลังจากรักษาผ่านไป 1 เดือน และทุกๆ 3 เดือนหลังจากนั้น แบ่งให้ยา 3 ครั้งเมื่อสามารถทำได้

รูปแบบของยาไทโอโปรนิน

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย