ไทโอไธซีน (Thiothixene)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไทโอไธซีน (Thiothixene) Brand Name(s): ไทโอไธซีน (Thiothixene).

ข้อบ่งใช้

ยาไทโอไธซีนใช้สำหรับ

ยาไทโอไธซีน (Thiothixene) ใช้เพื่อรักษาความผิดปกติทางจิตใจหรืออารมณ์บางอย่าง เช่น โรคจิตเภท (schizophrenia) ยานี้ช่วยให้คุณคิดได้ชัดเจนขึ้นยิ่งขึ้น รู้สึกกังวลใจน้อยลง และมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวัน ยานี้สามารถลดความก้าวร้าวและความต้องการที่จะทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นได้ และยังอาจช่วยลดอาการมองเห็นภาพหลอน (เช่น ได้ยินหรือมองเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่) ยาไทโอไธซีนนั้นเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิต (ประเภทระงับอาการทางจิต) ทำงานโดยช่วยฟื้นฟูความสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง (เช่น สารโดพามีน)

วิธีการใช้ยาไทโอไธซีน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก โดยปกติแล้วคือ 1-3 ครั้งต่อวัน หรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอายุ สภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น ง่วงซึม และสั่นเทา แพทย์อาจสั่งให้คุณเริ่มต้นใช้ยาที่ขนาดต่ำและค่อยๆ เพิ่มขนาดยา ควรทำตามแนวทางของแพทย์อย่างระมัดระวัง

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

แม้คุณอาจจะสังเกตเห็นผลการรักษาบางอย่างทันทีหลังจากเริ่มต้นการรักษา สภาวะบางอย่างอาจต้องใช้เวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์กว่าที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา

อย่าหยุดใช้ยานี้โดยไม่แจ้งให้แพทย์ทราบ สภาวะบางอย่างอาจแย่ลงหากหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน นอกจากนี้คุณยังอาจมีอาการ เช่น สับสนอย่างรุนแรงและมองเห็นภาพหลอน เพื่อป้องกันอาการเหล่านี้ในตอนที่คุณหยุดใช้ยา แพทย์อาจจะค่อยๆ ลดขนาดยา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม แจ้งให้แพทย์ในทันทีทราบหากมีอาการใหม่หรืออาการแย่ลง

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาไทโอไธซีน

ยาไทโอไธซีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไทโอไธซีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไทโอไธซีนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไทโอไธซีน

ก่อนใช้ยาไทโอไธซีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ: ปัญหาเกี่ยวกับเลือด (เช่น เม็ดเลือดแดงต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ และเกล็ดเลือดต่ำ) สภาวะดวงตาบางชนิด อย่างโรคต้อหิน ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ (เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ) โรคตับ โรคมะเร็งเต้านม ความผิดปกติทางสมอง เนื้องอกในสมอง หรือการบาดเจ็บที่สมอง ใช้ยา สุรา หรือสารในทางที่ผิด โรคพาร์กินสัน ชัก ปฏิกิริยาที่รุนแรงต่อยาระงับอาการทางจิต เช่นกลุ่มอาการนิวโรเล็ปติกร้ายแรง ลำไส้เคลื่อนไหวช้า เช่น โรคท้องผูกเรื้อรัง หรือลำไส้อุดตัน (intestinal blockage) ปัสสาวะติดขัด (เช่น เนื่องจากปัญหาต่อมลูกหมาก)

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม หรือมองเห็นไม่ชัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ควรจำกัดเวลาในการอยู่ใต้แดด ควรทาครีมกันแดดและสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดอาการแดดเผาหรือมีแผลพุพองหรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ก่อนการผ่าตัดหรือการบันทึกภาพ (เช่น การเอ็กซเรย์บางชนิด การทำซีทีสแกน) จำเป็นต้องใช้สีย้อมตรงกันข้าม เช่น เมตริซาไมด์ (metrizamide) แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้ และแจ้งเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ยานี้อาจทำให้คุณมีเหงื่อออกน้อยลง และมีโอกาสเป็นลมแดด (heat stroke) ได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้คุณร้อนเกินไป เช่น การทำงานหนักหรือออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อน หรือแช่น้ำร้อน เมื่ออยู่ในอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้มาก และสวมเสื้อผ้าที่เบาสบาย หากคุณร้อนมากเกินไป ควรรีบทำให้เย็นลงและพักผ่อน รับการรักษาในทันทีหากคุณเป็นไข้ไม่ยอมหาย มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ ปวดหัว หรือวิงเวียน

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียน หน้ามืด ง่วงซึม สับสน ท้องผูก ปัสสาวะติดขัด อาการเคลื่อนไหวผิดปกติ อีพีเอส (extrapyramidal symptoms) และอาการยึกยือ (tardive dyskinesia) (อ่านเพิ่มเติมในส่วนผลข้างเคียง) อาการวิงเวียน หน้ามืด ง่วงซึม และสับสน สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ทารกที่เกิดจากมารดาที่ใช้ยานี้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ในกรณีหายากอาจเกิดอากาอย่าง กล้ามเนื้อแข็งเกร็งหรือสั่นเทา ง่วงซึม ป้อนอาหารหรือหายใจลำบาก หรือร้องไห้ตลอดเวลา ทากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนแรก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

เนื่องจากปัญหาทางจิตใจหรืออารมณ์ที่ไม่ได้รับการรักษา (เช่น โรคจิตเภท) นั้นอาจเป็นสภาะที่รุนแรงได้ ไม่ควรหยุดใช้ยานี้นอกจากแพทย์จะสั่ง หากคุณมีแผนที่ตั้งครรภ์ ตั้งครรถ์ หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์ทราบในทันทีเกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไทโอไธซีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไทโอไธซีน

อาจเกิดอาการง่วงซึม วิงเวียน หน้ามืด ปากแห้ง มองเห็นไม่ชัด ท้องผูก และปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาการวิงเวียนและหน้ามืดสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มได้ ควรค่อยๆ ลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่ายืนอย่างช้าๆ

ยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือระบบประสาทที่เรียกว่าอาการเคลื่อนไหวผิดปกติอีพีเอส (extrapyramidal symptoms-EPS) แทย์อาจสั่งให้คุณใช้ยาอื่นเพื่อลดผลข้างเคียงเหล่านี้ ดังนั้น จึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณสังเกตเห็นผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ ได้แก่ กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุกหรือเป็นตะคริวอย่างรุนแรง (เช่นคอกระตุก หลังโก่ง หรือตาเหลือก) มีอาการกระสับกระส่ายหรือรู้สึกอย่างเคลื่อนไหวอยู่ตลอด สั่นเทา เดินช้าหรือเดินลากขา น้ำลายไหลยืดหรือมีปัญหากับการกลืน มีการแสดงออกทางสีหน้าเหมือนหน้ากาก

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ หมดสติ สับสน ซึมเศร้า หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ปัสสาวะติดขัด

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการยึกยือ (tardive dyskinesia) และในบางกรณีอาจเกิดอาการนี้อย่างถาวร แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแบบไม่ได้ตั้งใจหรือเกิดซ้ำๆ เช่น การเม้มปากหรือบุ้ยปาก ลิ้นดันฟัน การเคี้ยว หรือการเคลื่อนไหวของนิ้วมือหรือนิ้วเท้า

ในกรณีหายาก ยาไทโอแซนทีนยังอาจเพิ่มระดับของสารเคมีที่ผิลในร่างกายบางชนิด อย่างโพรแลคติน (prolactin) สำหรับผู้หญิง การเพิ่มขึ้นของโพรแลคตินนั้นอาจทำให้เกิดน้ำนมที่ไม่ต้องการ ประจำเดือนหยุดหรือขาด หรือตั้งครรภ์ได้ยาก สำหรับผู้ชายอาจทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ไม่สามารถผลิตอสุจิได้ หรือมีเต้านมโต หากคุณมีอาการเหล่านี้โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ ได้แก่ มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย มีสัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ เจ็บคอบ่อยครั้ง) ปวดท้องอยางรุนแรง ชัก

ในนานๆ ครั้งยานี้อาจทำให้เกิดสภาวะที่รุนแรงมาก อย่างกลุ่มอาการนิวโรเล็ปติกร้ายแรง (neuroleptic malignant syndrome) รับการรักษาในทันทีหากเกิดอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ เป็นไข้ กล้ามเนื้อมีอาการแข็งเกร็ง ปวด กดเจ็บ หรืออ่อนแรง เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง สับสนอย่างรุนแรง เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ปัสสาวะสีคล้ำ มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง)

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาแอนติโคลิเนอร์จิก (anticholinergic) หรือยาคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (antispasmodic drugs) อย่างอะโทรปีน (atropine) ไดไซโคลมีน (dicyclomine) หรือสโคโปลามีน (scopolamine) ลิเทียม (lithium) ยาที่เพิ่มปปริมาณของสารโดพามีน (dopamine) ภายในร่างกาย อย่างคาเบอร์โกลีน (cabergoline) เลโวโดปา (levodopa) เพอร์โกไลด์ (pergolide) หรือโรพินิโรล (ropinirole) ยาลดระดับความดันโลหิต เช่น กัวเนธิดีน (guanethidine) หรือยาอัลฟ่าบล็อกเกอร์ (alpha blockers) อย่างพราโซซิน (prazosin)

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม ทั้งสุรา กัญชา ยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) อย่างเซทิริซีน (cetirizine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ยานอนหลับ หรือยาสำหรับอาการวิตกกังวล อย่างอัลปราโซแลม (alprazolam) ไดอะซีแพม (diazepam) หรือ โซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain relievers) อย่างโคดีน (codeine)

ควรอ่านฉลากยาของยาที่คุณใช้ทั้งหมด (เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอแก้หวัด) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ โปรดสอบถามเภสัชกรสำหรับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

ยาไทโอแซนทีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไทโอไธซีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไทโอไธซีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไทโอไธซีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคจิตเภท (schizophrenia)

อาการระดับเบา

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 2 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทาน 15 มก. ต่อวัน

อาการระดับรุนแรง

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทาน 20 ถึง 30 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด: รับประทาน 60 มก. ต่อวัน

คำแนะนำ

  • ขนาดยาควรปรับให้แตกต่างตามแต่ละบุคคลโดยขึ้นอยู่กับความเรื้อรังของโรคและความรุนแรงของอาการ
  • โดยทั่วไปแล้ว ควรเริ่มต้นการรักษาที่ขนาดต่ำแล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยาในที่ระดับที่มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยบางรายประสบความสำหรับในการรักษาระดับการรักษาวันละครั้ง

การใช้งาน

เพื่อรักษาโรคจิตเภท

การฟอกไต (Dialysis)

ไม่มีข้อมูล แต่การฟอกไตทางช่องท้อง (peritoneal) และการฟอกเลือดโดยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) นั้นเป็นที่ทราบกันว่ามีค่าน้อยความเป็นพิษจากฟิโนไธอาซีน (phenothiazine intoxication)

คำแนะนำอื่นๆ

ทั่วไป

  • ยังไม่มีการประเมินยานี้ในการจัดการภาวะแทรกซ้อนทางพฤติกรรมในผู้ป่วยที่มีภาวะปัญญาอ่อน (mental retardation)
  • ในกรณีการใช้ยาเกินขนาด การล้างท้องแต่แรกๆ นั้นจะเป็นประโยชน์มาก คงรักษาทางเดินหายใจให้เปิดโล่งเนื่องจากความเกี่ยวข้องกับอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ อีพีเอส อาจทำให้เกิดอาการกลืนลำบาก (Dysphagia) และหายใจลำบาก ใช้มาตรการมาตรฐานในการจัดการภาวะช็อก (ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ และ/หรือใช้นอร์อิพิเนฟรินทำให้เส้นเลือดหดตัว [vasoconstrictors norepinephrine] และฟีนิลเอฟรีน [phenylephrine]) หากเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมบางอย่าง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถและกิจกรรม เช่น การใช้เครื่องจักร จนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร
  • อย่าดื่มสุราขณะที่กำลังใช้ยานี้
  • หลีกเลี่ยงการเปิดรับแสงแดดโดยไม่จำเป็น และทาครีมกันแดดขณะที่กำลังใช้ยานี้

ขนาดยาไทโอไธซีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคจิตเภท (schizophrenia)

อายุ 12 ปีขึ้นไป

อาการระดับเบา

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 2 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทาน 15 มก. ต่อวัน

อาการระดับรุนแรง

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทาน 20 ถึง 30 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด: รับประทาน 60 มก. ต่อวัน

คำแนะนำ

  • ขนาดยาควรปรับให้แตกต่างตามแต่ละบุคคลโดยขึ้นอยู่กับความเรื้อรังของโรคและความรุนแรงของอาการ
  • โดยทั่วไปแล้ว ควรเริ่มต้นการรักษาที่ขนาดต่ำแล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยาในที่ระดับที่มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยบางรายประสบความสำหรับในการรักษาระดับการรักษาวันละครั้ง
  • การใช้งาน: เพื่อรักษาโรคจิตเภท

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 12 ปี

รูปแบบของยาไทโอไธซีน

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลแบบรับประทาน
  • ยาผงสำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย