ไนอาซินและโลวาสแตติน (Niacin + Lovastatin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไนอาซินและโลวาสแตติน (Niacin + Lovastatin) Brand Name(s): ไนอาซินและโลวาสแตติน (Niacin + Lovastatin).

ข้อบ่งใช้

ยาไนอาซินและโลวาสแตตินใช้สำหรับ

ยาไนอาซินและโลวาสแตติน (Niacin + Lovastatin) ใช้ร่วมกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลและไขมัน “เลว” อย่างไขมันแอลดีแอล (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอล “ดี” อย่างไขมันเอชดีแอล (HDL) ภายในเลือด ยาไนอาซินคือวิตามินบี 3 หรือกรดนิโคตินิค (nicotinic acid) ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่ง ทำงานโดยการลดปริมาณของคอเลสเตอรอลที่ผลิตจากตับ และช่วยให้ร่างกายกำจัดไขมันออกจากเลือด ยาโลวาสแตตินอยู่ในกลุ่มของยาสแตติน (statins) ทำงานโดยการลดปริมาณของคอเลสเตอรอลที่ผลิตจากตับ
ยานี้จะใช้ก็ต่อเมื่อใช้ยาตัวใดตัวหนึ่ง (ยาไนอาซินหรือยาโลวาสแตติน) แล้วยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่ในการลดระดับคอเลสเตอรอล

นอกเหนือจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสม (เช่น การรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลหรือไขมันต่ำ) การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ก็อาจช่วยให้ยาทำงานได้ดีขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย ดื่มสุราให้น้อยลง ลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน และหยุดสูบบุหรี่ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การลดระดับคอเลสเตอรอล “ชนิดเลว” และไตรกลีเซอไรด์ และการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล “ชนิดดี” จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน การลดระดับของระดับไตรกลีเซอไรด์ ในผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมาก อาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตับอ่อน อย่างเช่น โรคตับอ่อนอักเสบได้อีกด้วย 

วิธีการใช้ยาไนอาซินและโลวาสแตติน

ทำตามแนวทางการใช้ยาบนฉลากยาที่กำหนด ในบางครั้งแพทย์อาจจะเปลี่ยนขนาดยา เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับผลที่ดีที่สุด อย่าใช้ในขนาดที่ต่ำกว่า หรือสูงกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

ยาโลวาสแตตินและยาไนอาซินเป็นแค่ส่วนหนึ่งในแผนการรักษาที่สมบูรณ์ ที่มีทั้งการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และการควบคุมน้ำหนัก ควรทำตามกิจวัตรการรับประทานอาหาร ยา และออกกำลังกายอย่างใกล้ชิด 

โดยปกติมักจะรับประทานยาโลวาสแตตินและยาไนอาซินก่อนนอน พร้อมกับของว่างไขมันต่ำ อย่ารับประทานยาโลวาสแตตินและยาไนอาซินขณะท้องว่าง

อย่าบด เคี้ยว หรือหักยาออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาทั้งเม็ด 

ยาไนอาซินสามารถททำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ร้อนวูบวาบ (รู้สึกอุ่น แดง หรือรู้สึกเหมือนเป็นเหน็บ) วิงเวียน เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็วหรือรัว หายใจไม่อิ่ม หรือรู้สึกเหมือนจะหมดสติ ควรหลีกเลี่ยงสุรา อาหารรสเผ็ด หรือเครื่องดื่มร้อน (ซึ่งอาจทำให้ผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น) เป็นระยะเวลาสั้นหลังจากรับประทานยา 

การรับประทานยาแอสไพริน 30 นาทีก่อนรับประทานยาโลวาสแตตินและยาไนอาซิน อาจช่วยลดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้ 

คุณอาจต้องหยุดใช้ยาโลวาสแตตินและยาไนอาซินเป็นเวลาระยะสั้น หากคุณต้องรับการผ่าตัดหรือการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อย่าหยุดใช้ยานี้นอกเสียจากแพทย์จะสั่ง  

หากคุณหยุดใช้ยาโลวาสแตตินและยาไนอาซินนานกว่า 7 วันติดต่อกัน โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนกลับมาใช้ยาอีกครั้ง 

ขณะที่ใช้ยาโลวาสแตตินและยาไนอาซิน คุณอาจจำเป็นต้องตรวจเลือดเป็นประจำ

ยาไนอาซินสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และอาจทำให้เกิดผลการตรวจทางการแพทย์ที่ผิดปกติได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ที่รักษาคุณทราบว่าคุณกำลังใช้ยาโลวาสแตตินและยาไนอาซิน

การเก็บรักษายาไนอาซินและโลวาสแตติน

ยาไนอาซินและโลวาสแตตินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไนอาซินและโลวาสแตตินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาไนอาซินและโลวาสแตตินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไนอาซินและโลวาสแตติน

ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์นี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยาไนอาซินหรือยาโลวาสแตติน หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคตับ โรคไต การดื่มสุรา มีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ มีปัญหาเกี่ยวกับเลือดออก (เช่นเกล็ดเลือดต่ำ) ระดับฟอสเฟตในเลือดต่ำ โรคเกาต์

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

ควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มสุราทุกวันนั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับตับได้ โดยเฉพาะหากใช้ร่วมกับยานี้ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการวิงเวียนและหน้ามืด ควรลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอนอย่างช้าๆ โดยเฉพาะหากคุณกำลังใช้ยาอื่นเพื่อลดระดับความดันโลหิต

หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ยานี้อาจเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่น กระหายน้ำมากขึ้นหรือปัสสาวะมากขึ้น แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาสำหรับโรคเบาหวาน แผนการออกกำลังกาย หรืออาหารที่คุณรับประทาน 

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ

ห้ามใช้ยานี้ระหว่างการตั้งครรภ์ ยาโลวาสแตตินอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้นจึงควรคุมกำเนิดระหว่างการใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ (เช่น ถุงยางอนามัยหรือยาเม็ดคุมกำเนิด) ขณะที่กำลังใช้ยานี้ หากคุณตั้งครรภ์หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และอาจทำให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ต่อทารกได้ ไม่แนะนำการใช้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไนอาซินและโลวาสแตตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไนอาซินและโลวาสแตติน

อาจเกิดอาการผิวหนังแดง (มีความรู้สึกอุ่น รอยแดง คัน หรือเหมือนเป็นเหน็บที่ผิวหนัง) โดยเฉพาะที่ใบหน้าหรือคอ เหงื่อออก ปวดหัว วิงเวียน หรือหนาวสั่นเกิดขึ้นภายใน 2 ถึง 4 ชั่วโมงหลังจากใช้ยานี้ อาการผิวหนังแดงอาจอยู่นานถึงหลายชั่วโมง ผลเหล่านี้ควรดีขึ้นและหายไป หลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายปรับตัวเข้ากับยา และยังอาจเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องร่วงได้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

คนจำนวนน้อยมากที่ใช้ยาโลวาสแตติน อาจมีปัญหาเกี่ยวกับความจำ หรือสับสนในระดับเล็กน้อย หากเกิดผลข้างเคียงที่หายากเหล่านี้ โปรดปรึกษากับแพทย์ 

ในกรณีหายาก ยาสแตตินอาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน หรือทำให้โรคเบาหวานรุนแรงขึ้นได้ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้ยา 

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ ปวดนิ้วเท้าหรือข้อต่อ หมดสติ มีอาการบวมที่ข้อเท้า เท้า หรือมือ หายใจไม่อิ่ม หัวใจเต้นเร็ว มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย อุจจาระสีดำหรือคล้ายยางมะตอย อาเจียนคล้ายกากกาแฟ

ในนานๆครั้ง ยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ซึ่งนานๆ ครั้ง สามารถนำไปสู่สภาวะที่รุนแรงอย่างภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (rhabdomyolysis) และโรคกล้ามเนื้อจากภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (autoimmune myopathy) โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีอาการเหล่านี้ระหว่างการรักษา และหากอาการเหล่านี้ยังคงอยู่หลังจากหยุดการรักษาแล้ว ได้แก่ มีอาการปวด กดเจ็บ หรืออ่อนแรงที่กล้ามเนื้อ (โดยเฉพาะหากเป็นพร้อมกับมีไข้ หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ) สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง) 

ในนานๆ ครั้ง ยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ หากคุณสังเกตเห็นผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที ได้แก่ ดวงตาหรือผิวเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ คลื่นไส้หรืออาเจียนบ่อยครั้ง ปวดท้องอย่างรุนแรง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาฟาริน (warfarin) เจมไฟโบรซิล (gemfibrozil) วิตามินหรืออาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของไนอาซินหรือนิโคตินาไมด์ (nicotinamide) 

ยาอื่นอาจส่งผลกระทบต่อการกำจัดยาโลวาสแตตินออกจากร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อยาโลวสแตตินได้ เช่น ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซลบางชนิด (azole antifungals) อย่างไอทราโคนาโซล (itraconazole) คีโตโคนาโซล (ketoconazole) โพซาโคนาโซล (posaconazole) หรือโวริโคนาโซล (voriconazole) โคบิซิสแตต (cobicistat) โคลชิซิน (colchicine) ไซโคลสปอริน (cyclosporine) เดลาเวียร์ดีน (delavirdine) ยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น คลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) หรืออิริโทรมัยซิน (erythromycin) เนฟาโซโดน (nefazodone) ยาต้านไวรัสเอชไอวี (HIV protease inhibitors) อย่างโลพินาเวียร์ (lopinavir) หรือริโทนาเวียร์ (ritonavir) ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี (hepatitis C virus protease inhibitors) อย่างโบเซพรีเวียร์ (boceprevir) หรือเทลาพรีเวียร์ (telaprevir) เทลิโทรมัยซิน (telithromycin) และอื่นๆ 

อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ข้าวยีสต์แดงใดๆ ขณะที่กำลังใช้ยาโลวาสแตตินและยาไนอาซิน เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจจะมีส่วนประกอบของโลวาสแตติน การรับประทานยาโลวาสแตตินและยาไนอาซินและผลิตภัณฑ์ข้าวยีสต์แดงพร้อมกับนั้น สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและตับที่รุนแรงได้

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางชนิด เช่น การตรวจแคททีโคลามีน (catecholamines) ในเลือดหรือปัสสาวะ หรือการตรวจน้ำตาลกลูโคสในปัสสาวะที่มีส่วนประกอบทองแดงเป็นพื้นฐาน (copper-based urine glucose tests) และอาจทำให้เกิดผลเป็นเท็จได้ ควรแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ของคุณทุกคนทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้ 

ยาไนอาซินและโลวาสแตตินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไนอาซินและโลวาสแตตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหรือดื่มน้ำเกรฟฟรุตขณะที่กำลังใช้ยานี้นอกเสียจากแพทย์หรือเภสัชกรจะบอกว่า คุณสามารถทำได้อย่างปลอดภัย เกรปฟรุตนั้นสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงของยานี้ได้ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไนอาซินและโลวาสแตตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไนอาซินและโลวาสแตตินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ การตอบสนองต่อการรักษา และยาอื่นที่คุณอาจจะกำลังใช้อยู่ ควรแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบถึงยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ) 

ขนาดยาไนอาซินและโลวาสแตตินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทานแบบออกฤทธิ์นาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 27, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 27, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน