ไพรโลเซค (Prilosec®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไพรโลเซค (Prilosec®) Brand Name(s): ไพรโลเซค (Prilosec®), ไพรโลเซค (Prilosec®), ไพรโลเซค (Prilosec®) และ ไพรโลเซค (Prilosec®).

ข้อบ่งใช้

ไพรโลเซค (โอมิพราโซล) ใช้สำหรับ

ไพรโลเซค (Prilosec®) เป็นยายับยั้งโปรตอนปั๊ม (proton pump inhibitor) ซึ่งช่วยในการลดปริมาณการผลิตกรดภายในกระเพาะอาหาร ยาไพรโลเซคใช้เพื่อรักษาอาการของโรคหรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease) และสภาวะอื่นๆ ที่เกิดจากการมีกรดเกินในกระเพาะ ยาโอเมพราโซล (Omeprazole) นั้นใช้เพื่อช่วยเพิ่มการฟื้นฟูอาการหลอดอาหารอักเสบแบบสึกกร่อน ซึ่งจะสร้างความเสียหายภายในหลอดอาหาร เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหาร

ยาไพรโลเซคอาจใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ที่เกิดจากการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (helicobacter pylori) ยาไพรโลเซคไม่สามารถบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกได้อย่างทันที

วิธีการใช้ยา ไพรโลเซค (โอมิพราโซล)

ไพรโลเซค มักจะรับประทานก่อนอาหาร อย่างน้อยก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง และควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดที่กำหนดบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

ยาไพรโลเซคที่หาซื้อได้เอง ควรรับประทานแค่หนึ่งครั้ง ทุกๆ 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน การรับประทานยานี้ในตอนเช้า ก่อนอาหารเช้า อาจต้องใช้เวลานานถึง 4 วันกว่าจะได้รับผลอย่างเต็มที่ อย่าใช้ยามากกว่าหนึ่งเม็ดทุกๆ 24 ชั่วโมง และควรรอให้เวลาผ่านไปอย่างน้อย 4 เดือนก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มการรักษาโดยใช้ยาไพรโลเซคที่หาซื้อได้เอง 14 วันอีกชุด โปรดติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการเพิ่มเติม และจำเป็นต้องรับการรักษาก่อนเวลาผ่านไป 4 เดือน อย่าบด เคี้ยว หรือหักยาเม็ดออกฤทธิ์นาน หรือยาเม็ดไพรโลเซคที่หาซื้อได้เอง ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด

คุณอาจจะแกะยาแคปซูลแบบออกฤทธิ์นาน แล้วโรยผงลงบนซอสแอปเปิ้ลเพื่อให้กลืนง่ายขึ้น ควรกลืนส่วนผสมลงไปทันทีโดยไม่ต้องเคี้ยว อย่าเก็บส่วนผสมนี้ไว้ใช้ภายหลัง ควรใช้ยาไพรโลเซคจนครบกำหนด อาการของคุณอาจจะดีขึ้นก่อนที่อาการจะหายไปอย่างสมบูรณ์

การเก็บรักษายา ไพรโลเซค (โอมิพราโซล)

ไพรโลเซค ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไพรโลเซค บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไพรโลเซคลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไพรโลเซค (โอมิพราโซล)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาไพรโลเซค หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อาการแสบร้อนกลางอกมักจะมีความสับสนกับอาการแรกของโรคหัวใจวาย เมื่อมีอาการควรรับการรักษาในทันที หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอกหรือรู้สึกหนัก รู้สึกปวดแพร่ไปยังแขนหรือหลัง คลื่นไส้ เหงื่อออก และรู้สึกป่วยทั่วไป

การใช้ยาในกลุ่มยายับยั้งโปรตอนปั๊ม เช่น ยาไพรโลเซคนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการกระดูกหักที่บริเวณสะโพก ข้อมือ หรือกระดูกสันหลัง ผลของยานี้มักจะเกิดกับผู้ที่ใช้ยาเป็นเวลานานหรือใช้ยาในขนาดสูง และผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยาไพรโลเซคนั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการกระดูกหักจริงหรือไม่

สภาวะบางอย่างสามารถรักษาได้ด้วยยาไพรโลเซคและยาปฏิชีวนะ ควรใช้ยาทั้งหมดตามที่แพทย์กำหนด อ่านคู่มือการใช้ยาหรือคำแนะนำผู้ป่วยของยาแต่ละชนิด อย่าเปลี่ยนขนาดยาหรือตารางการใช้ยา โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยาไพรโลเซคจะทำอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์

ยาโอเมพราโซลสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ อย่าใช้ยาไพรโลเซคโดยที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หากคุณกำลังใช้นมบุตร และยานี้สามารถทำให้ผลการตรวจทางการแพทย์บางชนิดผิดปกติได้ และคุณอาจจะต้องหยุดใช้ยานี้เป็นเวลาสั้นๆ ก่อนทำการตรวจ โปรดแจ้งให้แพทย์ที่รักษาคุณทราบว่า คุณกำลังใช้ยาไพรโลเซค อย่าใช้ยาไพรโลเซคกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หากคุณใช้ยาไพรโลเซคนานกว่า 3 ปี คุณอาจจะมีภาวะขาดวิตามินบี 12 ได้ หากคุณมีสภาวะนี้ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการจัดการสภาวะนั้น

โปรดติดต่อแพทย์ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง หลังจากที่ใช้ยาไพรโลเซค

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้ ยาไพรโลเซคจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไพรโลเซค (โอมิพราโซล)

หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ ควรเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที

และควรติดต่อแพทย์ในทันทีหากมีอาการตามด้านล่างนี้

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องร่วงไหลเป็นน้ำหรือเลือด
  • มีอาการชัก
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต – ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย มีเลือดปนในปัสสาวะ บวม น้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็ว
  • อาการของแมกนีเซียมต่ำ – วิงเวียน สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ สั่นเทาหรือกล้ามเนื้อกระตุก รู้สึกกระวนกระวายใจ เป็นตะคริว กล้ามเนื้อกระตุกที่มือหรือเท้า ไอหรือสำลัก

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • ปวดท้อง มีแก๊ส
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง
  • ปวดหัว

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไพรโลเซคอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ไซลอสทาซอล (Cilostazol)
  • โคลพิโดเกรล (Clopidogrel)
  • ยาไดอาเซแพม (Diazepam) อย่างวาเลียม (Valium)
  • ไดจอกซิน (Digoxin)
  • ยาไดซัลฟิแรม (Disulfiram) อย่างแอนทาบูส (Antabuse)
  • เออร์โลทินิบ (Erlotinib)
  • ยาที่มีส่วนผสมของเหล็ก อย่างเฟอร์รอส ฟูมาเรต (ferrous fumarate) เฟอร์รอส กลูโคเนต (ferrous gluconate) เฟอร์รอส ซัลเฟต (ferrous sulfate) และอื่นๆ
  • เมโทเทรเซต (Methotrexate)
  • ไมโคฟีโนเลต โมฟีทิล (Mycophenolate mofetil)
  • เฟนีโทอิน (Phenytoin)
  • สมุนไพรเซนต์จอฟ์น (John’s wort)
  • ทาโครลิมัส (Tacrolimus)
  • ยาวาฟาริน (Warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) หรือแจนโทเวน (Jantoven)
  • ยาปฏิชีวนะ– แอมพิซิลลิน (ampicillin) อะมอกซิลลิน (amoxicillin) คลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) ไรแฟมพิน (rifampin)
  • ยาต้านเชื้อรา — คีโตโคนาโซล (ketoconazole) โวริโคนาโซล (voriconazole)
  • ยารักษาเอชไอวีหรือโรคเอดส์ — อะทาซานาเวียร์ (atazanavir) เนลฟินาเวียร์ (nelfinavir) ซาควินาเวียร์ (saquinavir)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไพรโลเซคอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไพรโลเซคอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคตับ
  • แมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือโรคกระดูกบาง (osteopenia)
  • มีปัญหากับการกลืนหรือมีอาการปวดขณะกลืน
  • อุจจาระสีเลือดหรือสีดำ อาเจียนคล้ายเลือดหรือกากกาแฟ
  • แสบร้อนกลางอกนานกว่า 3 เดือน
  • ปวดหน้าอกบ่อยครั้ง แสบร้อนกลางอก พร้อมกับอาการหายใจมีเสียงหวีด
  • น้ำหนักลดอย่างหาสาเหตุไม่ได้
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน ปวดท้อง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไพรโลเซค (โอมิพราโซล) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal Ulcer)

20 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนมื้ออาหาร ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะฟื้นฟูภายใน 4 ถึง 8 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร

ระยะเวลาการรักษา

  • ยาโอเมพราโซลขนาด 40 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเช้า ร่วมกับยาคลาริโทรมัยซินขนาด 500 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง ในวันที่ 1 ถึง 14 เริ่มต้นในวันที่ 15
  • ยาโอเมพราโซลขนาด 20 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเช้าของวันที่ 15 ถึง 28

การรักษาด้วยยาสามชนิด

  • ยาโอเมพราโซลขนาด 20 มก. รับประทานร่วมกับยาคลาริโทรมัยซินขนาด 500 มก. บวกกับยาอะมอกซิลลินขนาด 1000 มก. รับประทานทั้งหมดวันละสองครั้งเป็นเวลา 10 วัน
  • หากมีแแผลอยู่ในช่วงเริ่มต้นการรักษา ควรใช้ยาโอเมพราโซลขนาด 20 มก. รับประทานวันละครั้ง ต่อไปอีกเป็นเวลา 18 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

40 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนมื้ออาหารเป็นเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหลอดอาหารอักเสบแบบสึกกร่อน

20 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนมื้ออาหาร อาจเพิ่มขนาดยาไปถึง 40 มก. ต่อวันโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองและความทนต่อยาของผู้ป่วย งานวิจัยเสร็จสิ้นการรักษาระดับการรักษาโรคหลอดอาหารอักเสบแบบสึกกร่อนนานถึง 12 เดือน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษากลุ่มอาการโซลลิงเจอร์–เอลลิสัน (Zollinger-Ellison Syndrome)

  • ขนาดยาเริ่มต้น 60 มก. รับประทานวันละครั้ง ขนาดยาควรแตกต่างกันตามความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ขนาดยาปกติ เคยมีการใช้ยาในขนาดสูงถึง 120 มก. วันละ 3 ครั้ง ขนาดยาที่มากกว่า 80 มก. ควรแบ่งให้ยา

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน

  • ขนาดยาเริ่มต้น 20 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนมื้ออาหารเป็นเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์ อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 40 มก. ต่อวันหากจำเป็น
  • ขนาดยาปกติ อาจจำเป็นต้องทำการรักษาในระยะยาวโดยใช้ยาในขนาด 10 ถึง 20 มก. ต่อวันเพื่อรักษาระดับการรักษาโรคที่ดื้อยาและดูเหมือนว่าจะปลอดภัย

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการเนื้องอกของต่อมไร้ท่อหลายต่อม (Multiple Endocrine Adenomas)

  • ขนาดยาเริ่มต้น 60 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนมื้ออาหาร อาจปรับขนาดยาโดยโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองและความทนต่อยาของผู้ป่วยที่ต้องการ
  • ขนาดยาปกติ เคยมีการใช้ยาในขนาดสูงถึง 120 มก. วันละ 3 ครั้ง
  • ขนาดยาที่มากกว่า 80 มก. ควรแบ่งให้ยา

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาซิสเตมิก มาสโตไซโตซิส (Systemic Mastocytosis)

  • ขนาดยาเริ่มต้น 60 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนมื้ออาหาร อาจปรับขนาดยาโดยโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองและความทนต่อยาของผู้ป่วยที่ต้องการ
  • ขนาดยาปกติ เคยมีการใช้ยาในขนาดสูงถึง 120 มก. วันละ 3 ครั้ง
  • ขนาดยาที่มากกว่า 80 มก. ควรแบ่งให้ยา

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการอาหารไม่ย่อย

การป้องกันอาการแสบร้อนกลางอกบ่อยครั้ง 20 มก. รับประทานวันละครั้ง ก่อนมื้ออาหาร เป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาไพรโลเซค (โอมิพราโซล) สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคหลอดอาหารอักเสบแบบสึกกร่อน

รับประทาน

ทารก

  • โรคกรดไหลย้อน 0.7 มก./กก./ครั้ง วันละครั้ง ช่วยลดเปอร์เซ็นต์ของค่า pH ภายในกระเพาะอาหารและหลอดอาหารให้น้อยกว่า 4 เช่นเดียวกับจำนวนครั้งในการเกิดอาการกรดไหลย้อนในทารกแรกเกิด 10 ราย (ค่าเฉลี่ยอายุครรภ์หลังปฏิสินธิ [PMA] 36.1 สัปดาห์) [34 ถึง 40 สัปดาห์]) ในการทดลอง เคยมีรายงานขนาดยาสูงกว่าที่ 1 ถึง 1.5 มก./กก./วัน

เด็กและวัยรุ่น 1 ถึง 16 ปี: โรคกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะ หลอดอาหารอักเสบ

คำแนะนำจากผู้ผลิต

  • 5 กก. ถึงน้อยกว่า 10 กก. 5 มก. วันละครั้ง
  • 10 กก. ถึงน้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 กก. 10 มก. วันละครั้ง
  • หนักกว่า 20 กก. 20 มก. วันละครั้ง

ขนาดยาทางเลือก

เด็ก 1 ถึง 16 ปี

  • 1 มก./กก./ครั้ง วันละหนึ่งหรือสองครั้ง
  • การเสริมการรักษาแผลในลำไส้เล็กส่วนต้นที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (ใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะไม่ยาคลาริโทรมัยซินก็ยาคลาริโทรมัยซินบวกกับยาอะมอกซิซิลลิน) ในเด็ก
  • 15 ถึง 30 กก. 10 มก. วันละสองครั้ง
  • หนักกว่า 30 กก. 20 มก. วันละสองครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน

รับประทาน

ทารก

  • โรคกรดไหลย้อน 0.7 มก./กก./ครั้ง วันละครั้ง ช่วยลดเปอร์เซ็นต์ของค่า pH ภายในกระเพาะอาหารและหลอดอาหารให้น้อยกว่า 4 เช่นเดียวกับจำนวนครั้งในการเกิดอาการกรดไหลย้อนในทารกแรกเกิด 10 ราย (ค่าเฉลี่ยอายุครรภ์หลังปฏิสินธิ 36.1 สัปดาห์) [34 ถึง 40 สัปดาห์]) ในการทดลอง เคยมีรายงานขนาดยาสูงกว่าที่ 1 ถึง 1.5 มก./กก./วัน

เด็กและวัยรุ่น 1 ถึง 16 ปี โรคกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะ หลอดอาหารอักเสบ

คำแนะนำจากผู้ผลิต

  • 5 กก. ถึงน้อยกว่า 10 กก. 5 มก. วันละครั้ง
  • 10 กก. ถึงน้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 กก. 10 มก. วันละครั้ง
  • หนักกว่า 20 กก. 20 มก. วันละครั้ง

ขนาดยาทางเลือก

เด็ก 1 ถึง 16 ปี

  • 1 มก./กก./ครั้ง วันละหนึ่งหรือสองครั้ง
  • การเสริมการรักษาแผลในลำไส้เล็กส่วนต้นที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (ใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะไม่ยาคลาริโทรมัยซินก็ยาคลาริโทรมัยซินบวกกับยาอะมอกซิซิลลิน) ในเด็ก
  • 15 ถึง 30 กก. 10 มก. วันละสองครั้ง
  • หนักกว่า 30 กก. 20 มก. วันละสองครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: สิงหาคม 8, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 8, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย