ไมโคนาโซล (Miconazole)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ไมโคนาโซล (Miconazole) Brand Name(s): ไมโคนาโซล (Miconazole).

ข้อบ่งใช้

ยาไมโคนาโซลใช้สำหรับ

ยาไมโคนาโซล (Miconazole) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคสังคัง โรคกลาก และการติดเชื้อราที่ผิวหนังอื่นๆ อย่างการติดเชื้อราแคนดิดา ยานี้ยังใช้เพื่อรักษาสภาวะของผิวหนังที่เรียกว่าโรคเกลื้อน ซึ่งเป็นการติดเชื้อรา ที่ทำให้ผิวมีสีขาวขึ้นหรือคล้ำขึ้นที่บริเวณคอ หน้าอก แขน หรือขา ยาไมโคนาโซลเป็นยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungal) ที่ทำงานโดยการป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อรา

วิธีการใช้ยาไมโคนาโซล

ยานี้ใช้เฉพาะกับผิวหนังเท่านั้น ทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการจะรักษาให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ทายาลงบริเวณที่มีอาการ โดยปกติคือวันละ 2 ครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด หากคุณใช้ยาแบบพ่น ควรเขย่าขวดยาให้ดีก่อนใช้ ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับชนิดของการติดเชื้อที่กำลังรักษา อย่าใช้ยามากกว่าที่กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้น แต่ผลข้างเคียงอาจเพิ่มขึ้น

ทายาแค่พอครอบคลุมบริเวณที่มีอาการ และบริเวณโดยรอบ หลังจากทายาแล้วควรล้างมือให้สะอาด อย่าพันผ้าพันแผลหรือปิดบริเวณนั้น นอกเสียจากแพทย์จะสั่งให้ทำ

อย่าทายานี้ที่ดวงตา จมูก ปาก หรืออวัยวะเพศ

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ใช้ยาอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนด แม้อาการจะหายไปหลังจากคุณเริ่มใช้ยาไมโคนาโซล การหยุดใช้ยาเร็วเกินไป อาจทำให้เชื้อราเจริญเติบโตต่อไป และส่งผลให้การติดเชื้อกำเริบได้

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายาไมโคนาโซล

ยาไมโคนาโซลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไมโคนาโซลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไมโคนาโซลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไมโคนาโซล

ก่อนใช้ยาไมโคนาโซล แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณต่อยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซลอื่นๆ เช่น โคลไทรมาโซล (clotrimazole) เอโคนาโซล (econazole) หรือคีโตโคนาโซล (ketoconazole) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไมโคนาโซลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไมโคนาโซล

อาจเกิดอาการแสบร้อน ปวดเหมือนโดนแมลงกัด บวม ระคายเคือง รอยแดง มีตุ่มคล้ายสิว มีอาการกดเจ็บ หรือผิวลอกเป็นแผ่นขึ้นตรงบริเวณที่ทำการรักษา หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยานี้ โปรดจำไว้ว่าแพทย์ได้คำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ แผลพุพอง น้ำเหลืองเยิ้ม แผลเปิด

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไมโคนาโซลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไมโคนาโซลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไมโคนาโซลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไมโคนาโซลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อราแคนดิดาที่ช่องคลอด

ยาเหน็บช่องคลอด

  • การรักษา 1 วัน: เหน็บยาขนาด 1200 มก. เข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 1 วัน
  • การรักษา 3 วัน: เหน็บยาขนาด 200 มก. เข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 3 วัน
  • การรักษา 7 วัน: เหน็บยาขนาด 100 มก. เข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 7 วัน

ยาครีมทาช่องคลอด

ภายในช่องคลอด

  • ครีม 2%: สอดอุปกรณ์ทายาที่เต็มไปด้วยยาเข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 3 ถึง 7 วัน
  • ครีม 4%: สอดอุปกรณ์ทายาที่เต็มไปด้วยยาเข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 3 วัน
  • เฉพาะที่: ทายาภายนอกช่องคลอด วันละสองครั้งเป็นเวลานานสุดสุด 7 วัน เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกลากตามลำตัว

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาพ่น หรือยาทิงเจอร์ เฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาพ่น หรือยาทิงเจอร์ เฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อแคนดิดาที่ผิวหนัง

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง หรือยาพ่นเฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคสังคัง

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง หรือยาพ่นเฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเกลื้อน

  • ยาครีมเฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละครั้ง
  • อาการทางการแพทย์และเชื้อรามักจะหายไปหลังจากรักษาไป 2 สัปดาห์

ข้อควรระวัง

  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่ดีขึ้น หลังจากเสร็จสิ้นการรักษา และควรหยุดใช้ยาหากมีสัญญาณของอาการระคายเคือง หรือปฏิกิริยาไวเพิ่มขึ้น (เช่น มีรอยแดง คัน แสบร้อน แผลพุพอง น้ำเหลืองเยิ้ม)
  • ผู้ป่วยควรได้รับการพิจารณาและการวินิจฉัยโรคใหม่อีกครั้ง หากอาการไม่ดีขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา
  • ผู้ป่วยไม่ควรใช้ยาไมโคนาโซลแบบครีมหรือยาเหน็บช่องคลอด หากมีอาการปวดท้อง เป็นไข้ หรือมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นฉุนจัดจากช่องคลอด

คำแนะนำอื่นๆ

  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มต้นการรักษาที่บริเวณช่องคลอด สภาวะบางอย่างของช่องคลอดอาจะมีอาการคล้ายกับการติดเชื้อยีสต์ (yeast infection) เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmitted disease) หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกภายในท่อนำไข่ (tubal pregnancy)
  • ผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อราแคนดิดาในช่องคลอดกำเริบบ่อยครั้ง ควรพิจารณาถึงแนวโน้มที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ (ยาอื่นๆ และ/หรือ การสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป)
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างที่กำลังใช้ยาไมโคนาโซลเหน็บช่องคลอด

ขนาดยาไมโคนาโซลสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อราแคนดิดาที่ช่องคลอด

อายุ 12 ปีขึ้นไป

ยาเหน็บช่องคลอด

  • การรักษา 1 วัน: เหน็บยาขนาด 1200 มก. เข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 1 วัน
  • การรักษา 3 วัน: เหน็บยาขนาด 200 มก. เข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 3 วัน
  • การรักษา 7 วัน: เหน็บยาขนาด 100 มก. เข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 7 วัน

ยาครีมทาช่องคลอด

ภายในช่องคลอด

  • ครีม 2%: สอดอุปกรณ์ทายาที่เต็มไปด้วยยาเข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 3 ถึง 7 วัน
  • ครีม 4%: สอดอุปกรณ์ทายาที่เต็มไปด้วยยาเข้าในช่องคลอดเวลาก่อนนอน เป็นเวลา 3 วัน
  • เฉพาะที่: ทายาภายนอกช่องคลอด วันละสองครั้งเป็นเวลานานสุดสุด 7 วัน เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคกลาก

อายุ 2 ปีขึ้นไป

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาพ่น หรือยาทิงเจอร์ เฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า

อายุ 2 ปีขึ้นไป

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาพ่น หรือยาทิงเจอร์ เฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อแคนดิดาที่ผิวหนัง

อายุ 2 ปีขึ้นไป

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง หรือยาพ่นเฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคสังคัง

อายุ 2 ปีขึ้นไป

  • ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ยาผง หรือยาพ่นเฉพาะที่: ทายาบางๆ ลงบริเวณที่มีอาการวันละสองครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาครีมเฉพาะที่ ยาขี้ผึ้งเฉพาะที่ ยาผงเฉพาะที่ ยาพ่นเฉพาะที่ และยาทิงเจอร์เฉพาะที่สำหรับผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาครีมทาช่องคลอดและยาเหน็บช่องคลอดสำหรับผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาขี้ผึ้งเฉพาะที่
  • ยาพ่นเฉพาะที่
  • ยาครีมเฉพาะที่
  • ยาผงเฉพาะที่
  • ยาครีมทาช่องคลอด พร้อมอุปกรณ์ทายา
  • ชุดยาสำหรับช่องคลอด
  • ยาเหน็บช่องคลอด
  • ยาสอดช่องลอด
  • ยาเจลเฉพาะที่
  • ยาโลชั่นเฉพาะที่
  • ยาน้ำเฉพาะที่
  • ยาผงสำหรับผสม
  • ยาครีมทาช่องคลอด
  • ยาทิงเจอร์เฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย