ไมโตแซนโทรน (Mitoxantrone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ไมโตแซนโทรน (Mitoxantrone) Brand Name(s): ไมโตแซนโทรน (Mitoxantrone).

ข้อบ่งใช้

ยาไมโตแซนโทรนใช้สำหรับ 

ยาไมโตแซนโทรน (Mitoxantrone) ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคมะเร็งอื่นๆ ยานี้ยังใช้เพื่อรักษาโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ยานี้อยู่ในกลุ่มของแอนทราซีนไดโอน (anthracenediones) และทำงานโดยการชะลอหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์บางชนิด เช่นเซลล์มะเร็งและเซลล์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

วิธีการใช้ยาไมโตแซนโทรน 

ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะเป็นผู้ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ ตามที่แพทย์กำหนด ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ ขนาดตัว และการตอบสนองต่อการรักษา 

หากยาสัมผัสกับผิวหนัง ควรรีบล้างออกด้วยสบู่และน้ำสะอาดในทันที หากยาเข้าตาควรรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดนานกว่า 15 นาทีและรับการรักษาในทันที

การเก็บรักษายาไมโตแซนโทรน 

เก็บยาไว้ที่อุณหภูมิ 20 ถึง 25 องศาเซลเซียส อย่าแช่แข็ง หากคุณต้องเก็บยาไมโตแซนโทรนไว้เองที่บ้านควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงวิธีในการเก็บรักษายา

ยาไมโตแซนโทรนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาไมโตรแซนโทรนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไมโตแซนโทรน

ก่อนใช้ยาไมโตแซนโทรน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคเลือดหรือโรคภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่นภาวะโลหิตจาง (anemia) หรือจำนวนเม็ดเลือดต่ำ โรคหัวใจ เช่นหัวใจวายหรือหัวใจเต้นผิดปกติ โรคตับ การฉายรังสีบำบัด กำลังติดเชื้อหรือพึ่งมีการติดเชื้อ 

อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนโดยไม่ปรึกษากับแพทย์ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่เพิ่งรับวัคซีนเชื้อเป็น (เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่รับโดยการสูดดม) ล้างมือให้สะอาดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรใช้ของมีคมด้วยความระมัดระวัง เช่น มีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมเช่นกีฬาปะทะ

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารก ก่อนเริ่มการรักษาและระหว่างการรักษาด้วยยานี้ แพทย์อาจจะสั่งให้คุณทำการตรวจครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์ หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ ทั้งชายและหญิงที่กำลังใช้ยานี้ควรใช้การคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ (เช่น ยาคุมกำเนิดหรือถุงยางอนามัย) ระหว่างการรักษา โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ 

ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และสามารถทำอันตรายต่อทารกได้ จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรระหว่างใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไมโตแซนโทรนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไมโตแซนโทรน

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดหัว หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ ในบางกรณีแพทย์อาจสั่งยาเพื่อป้องกัน หรือบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ ไม่รับประทานอาหารก่อนรับประทานยา หรือจำกัดการทำกิจกรรม อาจช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องร่วงอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ โปรดติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ ปากแห้งผิดปกติ หรือกระหายน้ำมากขึ้น น้ำตาน้อยลง วิงเวียนหน้ามืด หรือผิวซีดหรือย่น 

อาจเกิดอาการผมบางหรือผมร่วงชั่วคราว ผมจะยาวกลับมาตามปกติหลังจากหยุดการรักษา 

ยานี้อาจทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมฟ้า ส่วนตาขาวก็อาจจะเป็นสีอมฟ้าเช่นกัน ผลเหล่านี้เป็นผลชั่วคราว และไม่มีอันตราย

ผู้ที่ใช้ยานี้อาจจะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่แพทย์อาจจะสั่งให้คุณใช้ยานี้ เพราะคำนวณแล้วว่า มีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากแพทย์อาจจะช่วยลดความเสี่ยงได้  

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้คือ รอบเดือนเปลี่ยนแปลง (เช่น ประจำเดือนหยุด) มีเลือดออกหรือรอยช้ำที่ผิดปกติ (เช่น มีจุดสีแดงที่ผิวหนัง อุจจาระสีดำหรือมีเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด อาเจียนเหมือนกากกาแฟ) รู้สึกเหน็บชา ชัก

ยานี้สามารถลดความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อของร่างกายได้ แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้ หนาวสั่น หรือเจ็บคอบ่อยครั้ง 

อาจเกิดอาการปวด หรือแผลภายในปากและลำคอ ควรแปรงฟันเบาๆ ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และบ้วนปากเป็นประจำ ด้วยน้ำเย็นผสมกับเบกกิ้งโซดาหรือเกลือ ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารที่นุ่มและชุ่มชื่น

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาต้านมะเร็งอื่นๆ โดยเฉพาะยาแอนทราไซคลีน (anthracyclines) อย่างโดโซรูบิซิน (doxorubicin) 

ยาไมโตแซนโทรนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไมโตแซนโทรนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น 

ยาไมโตแซนโทรนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไมโตแซนโทรนสำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดที่ไม่ใช่ลิมโฟซิติค (Acute Nonlymphocytic Leukemia) 

  • ระยะรักษาช่วงแรก: 12 มก./ตารางเมตร ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกวันในวันที่ 1 ถึง 3 (ใช้ร่วมกับยาไซตาราบีน [cytarabine] ที่ 100 มก./ตารางเมตร หยอดยาอย่างต่อเนื่องนาน 24 ชั่วโมงในวันที่ 1 ถึง 7) 
  • ระยะรักษาช่วงแรกครั้งที่สอง (หากจำเป็น ในกรณีที่การตอบสนองในการต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นไม่สมบูรณ์เมื่อระยะรักษาช่วงแรกครั้งที่หนึ่ง): 12 มก./ตารางเมตร ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกวันในวันที่ 1 และ 2 (ใช้ร่วมกับยาไซตาราบีน หยอดยาอย่างต่อเนื่องนาน 24 ชั่วโมงในวันที่ 1 ถึง 5) 
  • ระยะรักษาเข้มข้น: 12มก./ตารางเมตร ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกวันในวันที่ 1 และ 2 ใช้ร่วมกับยาไซตาราบีน หยอดยาอย่างต่อเนื่องนาน 24 ชั่วโมงในวันที่ 1 ถึง 5) ให้ยาชุดแรกช่วงประมาณ 6 สัปดาห์หลังจากผ่านรักษาช่วงแรกครั้งสุดท้าย และให้ยาชุดที่สองหลังจากให้ยาชุดแรก 4 สัปดาห์  

คำแนะนำ

  • ควรหยอดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 5 ถึง 15 นาที
  • ระยะทุเลาจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียพลันชนิดที่ไม่ใช่ลิมโฟซิติค ส่วนใหญ่จะเกิดในระยะการรักษาช่วงแรก ในกรณีที่การตอบสนองในการต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่สมบูรณ์ อาจเริ่มระยะรักษาช่วงแรกครั้งที่สอง 
  • ควรระงับระยะรักษาช่วงแรกครั้งที่สอง จนกว่าความเป็นพิษที่ไม่ใช่ต่อเลือดที่เกี่ยวข้องกับระยะรักษาช่วงแรกระดับรุนแรงหรือถึงแก่ชีวิตนั้นจะหายไปแล้ว 

การใช้งาน

  • เพื่อเป็นการเริ่มต้นการรักษาสำหรับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดที่ไม่ใช่ลิมโฟซิติคในผู้ใหญ่ รวมถึงโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอิลอยด์ (myelogenous) ชนิดโพรไมโลซิติก (promyelocytic) ชนิดโมโนซิติก (monocytic) และชนิดอีไรทรอยด์ (erythroid) โดยใช้ร่วมกับยาอื่นที่ได้รับการยอมรับ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

  • 12 มก./ตารางเมตร ฉีดยาเป็นช็อต (short) (ประมาณ 5 ถึง 15 นาที) หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 3 เดือน

คำแนะนำ

  • ควรหยอดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 5 ถึง 15 นาที 
  • ควรประเมินการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้าย (left ventricular ejection fraction) ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (echocardiogram) หรือประเมินการทำงานของหัวใจ (multiple gated acquisition scan) ก่อนให้ยาทุกครั้ง
  • แนะนำการประเมินการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายหากมีสัญญาณของหัวใจวาย
  • ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่มีขนาดยาสะสมที่ 140 มก./ตารางเมตรขึ้นไป หรือผู้ที่มีผลการประเมินการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายน้อยกว่า 50% หรือมีการลดลงอย่างมากของผลประเมินการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้าย 
  • ควรเฝ้าระวังการตรวจนับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด รวมถึงจำนวนของเกล็ดเลือดก่อนเริ่มต้นการใช้ยาครั้งและและหากมีสัญญาณของของการติดเชื้อ
  • ไม่ควรให้ยานี้ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่มีจำนวนเม็ดเลือดขาวน้อยกว่า 1500 เซลล์/ลูกบาศก์เมตร
  • ควรเฝ้าระวังการตรวจสมรรถภาพตับก่อนให้ยาทุกครั้ง ไม่แนะนำการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่มีผลการตรวจสมรรถภาพตับผิดปกติ
  • ผู้หญิงที่อาจตั้งครรภ์ได้ (แม้ว่าจะกำลังใช้ยาคุมกำเนิด) ควรทำการตรวจครรภ์ก่อนให้ยาทุกครั้ง

การใช้งาน

  • เพื่อลดความผิดปกติทางระบบประสาท และ/หรือ ความถี่ของการกำเริบในผู้ป่วยที่เป็นโรคที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ (เรื้อรัง) ทุติยภูมิ ผู้ป่วยที่มีโรคกำเริบแลลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่มีอาการอาการเป็นๆ หายๆ แบบรุนแรงขึ้น (เช่นในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบประสาทอย่างมากในระหว่างการกำเริบ)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) 

  • 12 ถึง 14 มก./ตารางเมตร หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 21 วัน ใช้ร่วมกับยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) 

คำแนะนำ  

  • ควรหยอดยาเข้าหลอดเลือดนานกว่า 5 ถึง 15 นาที 

การใช้งาน

  • เป็นการเริ่มต้นการทำเคมีบำบัดสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมากที่ดื้อต่อฮอร์โมนระดับรุนแรง โดยใช้ร่วมกับยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

การปรับขนาดยาสำหรับตับ 

  • ผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่มีตับบกพร่องไม่ควรรักษาด้วยยาไมโตแซนโทรน (อาจให้ยาด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีตับบกพร่อง) 

การฟอกไต (Dialysis) 

  • ยานี้จะผูกติดเข้ากับเนื้อเยื่อ และผลการรักษาหรือความเป็นพิษไม่ค่อยบรรเทาลงจากการฟอกไตทางช่องท้อง (peritoneal) หรือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) 

คำแนะนำอื่นๆ

ข้อจำกัดในการใช้

  • ยานี้ไม่ควรใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อแข็งปฐมภูมิที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย 

  • ผู้ป่วยควรรับทราบเกี่ยวกับคู่มือการใช้ยาและควรอ่านคู่มือนี้ก่อนเริ่มต้นการรักษาและการใช้ยาทุกครั้ง 
  • ผู้ป่วยควรทราบว่า ยานี้สามารถทำให้เกิดกดไขกระดูก (myelosuppression) และควรทราบถึงสัญญาณของการกดไขกระดูก 
  • ผู้ป่วยควรทราบว่า ยานี้สามารถทำให้เกิดหัวใจวายซึ่งอาจทำไปสู่การเสียชีวิต แม้แต่ในผู้ป่วยที่ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมาก่อน  
  • ผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งควรรับการตรวจหัวใจก่อนใช้ยาทุกครั้งและทุกปีหลังจากหยุดการรักษา
  • ผู้ป่วยที่ทราบว่ายานี้อาจทำให้ปัสสาวะ และ/หรือ ตาขาว กลายเป็นสีเขียวอมฟ้าเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากให้ยา 

ขนาดยาไมโตแซนโทรนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้  

  • สารละลายสำหรับฉีด 

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย