ไมโทเทน (Mitotane)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ไมโทเทน (Mitotane) Brand Name(s): ไมโทเทน (Mitotane).

ข้อบ่งใช้

ยาไมโทเทนใช้สำหรับ

ยาไมโทเทน (Mitotane) ใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งที่ต่อมหมวกไต ทำงานโดยชะลอการเติบโตหรือฆ่าเซลล์ต่อมหมวกไตและลดปริมาณของฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไต

วิธีการใช้ยาไมโทเทน

รับประทานยาไมโทเทนพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 3 หรือ 4 ครั้ง ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

ควรใช้ยานี้เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่า หรือใช้นานกว่าที่แพทย์กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้นและความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น

ควรเรียนรู้วิธีการเก็บรักษา และกำจัดยาและบรรจุภัณฑ์ของยานี้อย่างปลอดภัย

เนื่องจากยานี้สามารถซึมผ่านผิวหนังและปอด และอาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังจะตั้งครรภ์ไม่ควรถือยานี้หรือสูดดมฝุ่นละอองจากยา

การเก็บรักษายาไมโทเทน

ยาไมโทเทนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไมโทเทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไมโทเทนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไมโทเทน

ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยานี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ได้ โปรดสอบถามเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคตับ

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชาอาจทำให้อาการง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรค

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ)

เนื่องจากยานี้สามารถซึมผ่านผิวหนังและปอด และอาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังจะตั้งครรภ์ไม่ควรถือยานี้ หรือสูดดมฝุ่นละอองจากยา

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์หรือตั้งใจที่ตั้งครรภ์ คุณไม่ควรตั้งครรภ์ขณะใช้ยาไมโทเทน ยานี้อาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ โปรดสอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ ขณะที่กำลังใช้ยานี้และช่วงเวลาหนึ่งหลังจากหยุดใช้ยา แพทย์จะทำการตรวจเลือด เพื่อพิจารณาว่า คุณควรหยุดใช้ยาคุมกำเนิดเมื่อไหร่ โปรดปรึกษาเรื่องความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยากับแพทย์

ยานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ และอาจทำอันตรายต่อทารก ไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้และช่วงเวลาหนึ่งหลังจากหยุดใช้ยา แพทย์จะทำการตรวจเลือด เพื่อพิจารณาว่าคุณควรเริ่มให้นมบุตรได้เมื่อไหร่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาไมโทเทนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไมโทเทน

อาจเกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง เบื่ออาหาร หรืออาการอ่อนแรง แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือแย่ลง

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการวิงเวียนและเวียนศีรษะ ควรลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอนอย่างช้าๆ

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วหรือผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ (เช่น ซึมเศร้า สับสน) การมองเห็นเปลี่ยนแปลง (เช่น มองเห็นไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน) สีผิวเปลี่ยน หมดสติ มีรอยช้ำหรือเลือดออกได้ง่าย ปัสสาวะเป็นเลือด มีสัญญาณของอาการซีสต์ที่รังไข่ (ovarian cyst) เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ผิดปกติ มีอาการปวดที่กระดูกเชิงกราน

ยาไมโทเทนมักทำให้เกิดอาการผดผื่นเล็กน้อยที่ไม่รุนแรง แต่คุณอาจไม่สามารถแยกแยะระหว่างผดผื่นที่เป็นสัญญาณของอาการแพ้ที่รุนแรง จึงควรรับการรักษาในทันที หากคุณเกิดผดผื่นขณะใช้ยา

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยานี้สามารถเพิ่มการกำจัดยาอื่นๆ ออกจากร่างกายและส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาเหล่านั้นได้ ตัวอย่างของยาเหล่านั้นมีดังนี้ นาลเดเมดีน (naldemedine) ราโนลาซีน (ranolazine) ยาบางชนิดที่ใช้เพื่อรักษาโรคตับอักเสบซี (hepatitis C) เช่น อะซูนาพรีเวียร์ (asunaprevir) ดาคลาทาเวียร์ (daclatasvir) ออมบิทาสเวียร์ (ombitasvir) พาริทาพรีเวียร์ (paritaprevir) ริโทนาเวียร์ (ritonavir) และอื่นๆ

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกร หากคุณกำลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา ยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) เช่น เซทิริซีน (cetirizine) ไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ยานอนหลับหรือยาสำหรับอาการวิตกกังวล เช่น อัลปราโซแลม (alprazolam) ไดอะซีแพม (diazepam) โซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่นคาริโซโพรดอล (carisoprodol) ไซโคลเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) และยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain relievers) เช่นโคเดอีน (codeine) ไฮโดรโคโดน (hydrocodone)

อ่านฉลากยาทั้งหมดที่คุณใช้ (เช่น ยาแก้ไอแก้หวัด) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม สอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

ยาไมโทเทนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไมโทเทนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไมโทเทนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไมโทเทนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งที่ต่อมหมวกไตชั้นนอก (Adrenal Cortical Carcinoma)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 2 ถึง 6 กรัม แบ่งรับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: 9 ถึง 10 กรัม แบ่งรับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง
  • ขนาดยาสูงสุด: อาจเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 16 กรัม แบ่งรับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง หากทนได้ ขนาดยาสูงสุดที่มีการวิจัยคือ 18 ถึง 19 กรัม ต่อวัน
  • ระยะเวลาการรักษา: ควรรักษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเห็นประโยชน์ทางการแพทย์

คำแนะนำ

  • ค่อยๆ เพิ่มขนาดยาในแต่ละวัน
  • ควรทำการรักษาในโรงพยาบาลจนกว่าจะได้รับขนาดยาที่คงตัว
  • ข้อมูลสนับสนุนว่าการรักษาอย่างต่อเนื่องที่ขนาดยาสูงสุด คือวิธีที่ดีที่สุด ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาเป็นระยะ (เริ่มต้นการรักษาอีกครั้ง เมื่อมีอาการที่รุนแรงเกิดขึ้นอีก) มักจะไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาชุดที่ 3 หรือ 4

การใช้งาน: เพื่อรักษาโรคมะเร็งที่ต่อมหมวกไตชั้นนอกที่ผ่าตัดไม่ได้ (inoperable) ทั้งชนิดที่ทำงานอยู่และไม่ทำงาน

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ผุ้ป่วยโรคตับควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

การปรับขนาดยา

ผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดขึ้นขณะการรักษา:

ลดขนาดยาลงไปจนกระทั่งได้ขนาดยาที่ทนได้สูงสุด หากผู้ป่วยสามารถทนขนาดยาที่สูงกว่าได้ และมีการตอบสนองทางการการแพทย์ที่ดีขึ้น อาจเพิ่มขนาดยา จนกระทั่งมีการแทรกแซงของอาการที่ไม่พึงประสงค์

การฟอกไต

ไม่มีข้อมูล แต่ยานี้ไม่น่าจะสามารถฟอกได้ เนื่องจากไลโปฟิลิกตามธรรมชาติ (lipophilic)

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

  • ไม่ควรบดยาเม็ด
  • หากสัมผัสกับยาที่บดหรือหัก ควรล้างบริเวณที่สัมผัสทันที

การเก็บรักษา

  • สารเป็นพิษต่อเซลล์ (cytotoxic agents) ควรจัดการและกำจัดด้วยขั้นตอนที่ปลอดภัย
  • ควรสวมถุงมือป้องกันขณะที่ถือยานี้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการที่ยาจะสัมผัสถูกผิวหนัง

ทั่วไป

  • ประโยชน์หรือประสิทธิภาพทางการแพทย์นั้น อาจมีทั้งการรักษาระดับสถานะทางการแพทย์ การชะลอการเติบโตของแผลที่ลุกลาม การลดมวลของเนื้องอก ลดอาการปวด อาการอ่อนแรง หรืออาการอะนอเร็กเซีย (anorexia) ลดสัญญาณและอาการของการผลิตสเตียรอยด์มากเกินไป
  • หากไม่พบประโยชน์ทางการแพทย์ภายใน 3 เดือนหลังจากรักษาด้วยขนาดยาที่ทนได้สูงสุด (MTD) ควรพิจารณาว่าเป็นกรณีล้มเหลว แต่ 10% ของผู้ป่วย แสดงให้เห็นถึงการตอบสนองที่สามารถวัดได้หลังจากใช้ยาที่ขนาดยาที่ทนได้สูงสุด นานมากกว่า 3 เดือน
  • การวินิจฉัยพบตั้งแต่ช่วงแรก และการเริ่มต้นการรักษาอย่างรวดเร็วนั้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบสนองการการแพทย์ในทางบวก
  • ไม่มีการพิสูจน์ยาแก้พิษสำหรับการใช้ยานี้เกินขนาด จำเป็นต้องมีการตรวจสอบความเป็นพิษในระยะยาวเนื่องจากยานี้มีครึ่งชีวิตที่ยาว

การเฝ้าระวัง

  • ต่อมไร้ท่อ: สัญญาณและอาการของภาวะขาดต่อมหมวกไต (adrenal insufficiency) คอร์ติซอลอิสระ (free cortisol) และระดับของคอร์ติโคโทรปิน (corticotropin) หรือเอซีทีเอช (ACTH) (หากจำเป็นต้องทำการรักษาทดแทนสเตียรอยด์)
  • เลือด: การตรวจนับเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด (ขณะการรักษา)
  • ตับ: ตรวจสอบสมรรถภาพของตับ (เป็นระยะ โดยเฉพาะขณะช่วงเดือนแรกของการรักษาหรือการเพิ่มขนาดยา)
  • ระบบประสาท: ารตรวจประเมินทางพฤิติกรรมและระบบประสาท (เว้นช่วงเป็นประจำ โดยเฉพาะเพื่อระดับของพลาสม่าของยานี้เกิน 20 มก./ลิตร)
  • -ความเป็นพิษ: ระดับของพลาสม่าของยา (ระหว่างการรักษาเพื่อหลีกเลี่ยงระดับความเป็นพิษ หลังจากหยุดการรักษาเพื่อหาว่าคุมหยุดใช้ยาคุมกำเนิดเมื่อไหร่)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ติดต่อแพทย์หากมีไข้ การติดเชื้อ การผ่าตัด หรือมีอาการปวดขณะใช้ยานี้ เนื่องจากอาจต้องรับประทานยาสเตียรอยด์เพิ่มเพื่อช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดเหล่านี้ได้
  • ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่สามารถใช้ได้ระหว่างการรักษาและระยะเวลาในการใช้ยาคุมกำเนิดหลังจากหยุดใช้ยานี้
  • ควรค่อยๆ ลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอนอย่างช้าๆ และควรระมัดระวังขณะเดินขึ้นบันไดเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการวิงเวียนหรือหมดสติขณะที่กำลังใช้ยานี้
  • หากร่างกายของคุณสัมผัสกับยาที่แตกหรือบดละเอียด ควรล้างบริเวณนั้นในทันทีและติดต่อกับแพทย์
  • คุณไม่ควรรับประทานยาเกินหรือรับประทานยาสำหรับ 2 ครั้งภายในคราวเดียว ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการจัดการเมื่อลืมใช้ยา
  • ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่นง่วงซึมและสับสนซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมบางอย่าง หลีกเลี่ยงการขับรถหรือใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลกระทบกับคุณอย่างไร
  • ผู้ดูแลควรสวมถุงมือป้องกันเมื่อถือยานี้
  • ผู้ตั้งครรภ์ไม่ควรจับหรือสัมผัสกับยานี้

ขนาดยาไมโทเทนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 14, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 14, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย