ไลริกา (Lyrica®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ไลริกา (Lyrica®) Brand Name(s): ไลริกา (Lyrica®).

ข้อบ่งใช้

ยาไลริกา (พรีกาบาลิน) ใช้สำหรับ

ยาไลริกา (Lyrica®) เป็นยาต้านชัก (anti-epileptic drug) และยังเรียกว่ายากันชัก (anticonvulsant) ยานี้ทำงานโดยการชะลอกระแสประสาทภายในสมองที่ทำให้เกิดอาการชัก ยาริไรกายังส่งผลกระทบต่อสารเคมีภายในสมอง ที่ส่งสัญญาณอาการปวดผ่านระบบประสาท

ยาไลริกา ใช้เพื่อควบคุมอาการชัก และรักษาโรคไฟโบรมัยอัลเจีย (fibromyalgia) ยานี้ยังใช้เพื่อรักษาอาการปวด ที่เกิดจากความเสียหายต่อประสาทในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคเส้นประสาทเหตุเบาหวาน (diabetic neuropathy) การติดเชื้อเฮอร์พีส์ ซอสเตอร์ (herpes zoster) อย่างอาการปวดประสาทหลังเป็นโรคงูสวัด (post-herpetic neuralgia) หรืออาการปวดประสาทที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง

ยาริไรกายังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่อยู่ในคู่มือการใช้ยา

วิธีการใช้ยาไลริกา (พรีกาบาลิน)

รับประทานยาไลริกา ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่าหรือน้อยกว่าที่แนะนำ ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยา

คุณสามารถรับประทานยาไลริกาพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากก็ได้

ควรตวงยาน้ำด้วยช้อนหรือถ้วยสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดา หากคุณไม่มีอุปกรณ์สำหรับตวงยาโปรดขอจากเภสัชกร

อย่าเปลี่ยนขนาดยาไลริกา โดยไม่ปรึกษาแพทย์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากยานี้ไม่ได้ผลดีดังเดิมในการรักษาโรค

การเก็บรักษายายาไลริกา (พรีกาบาลิน)

ยาไลริกา ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาริไรกาบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไลริกา ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไลริกา (พรีกาบาลิน)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาริไรกา หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

คุณอาจจะมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายขณะที่กำลังใช้ยาไลริกา แพทย์จำเป็นต้องนัดพบเพื่อทำการตรวจเป็นประจำ อย่าผิดนัดของแพทย์

โปรดติดต่อแพทย์ หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นขณะที่กำลังใช้ยาไลริกา หากคุณใช้ยาริไรกาเพื่อป้องกันอาการชัก ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าคุณจะรู้สึกเป็นปกติ คุณอาจจะมีอาการชักเพิ่มขึ้น หากคุณหยุดใช้ยาริไรกา ควรทำตามวิธีการใช้ยาของแพทย์

อย่าหยุดใช้ยายาไลริกา โดยไม่ปรึกษากับแพทย์ แม้ว่าคุณจะรู้สึกสบายดี คุณอาจจะมีอาการชักมากขึ้นหรือมีอาการถอนยา เช่น ปวดหัว ปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ คลื่นไส้ และท้องร่วง โปรดปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการหลีกเลี่ยงอาการถอนยาขณะที่คุณหยุดใช้ยาริไรกา

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไลริกา จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไลริกา (พรีกาบาลิน)

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • วิงเวียน
  • ง่วงซึม
  • สูญเสียความสมดุลหรือการเคลื่อนไหวที่สอดประสาน
  • มีปัญหากับความจำหรือการรวมสมาธิ
  • ต้านมโตขึ้น
  • สั่นเทา
  • ปากแห้ง
  • ท้องผูก

โปรดติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ขณะที่กำลังใช้ยานี้

  • กล้ามเนื้อมีอาการปวด อ่อนแรง หรือกดเจ็บ (โดยเฉพาะหากคุณเป็นไข้หรือรู้สึกเหนื่อยร่วมด้วย)
  • มีปัญหากับการมองเห็น
  • เกิดรอยช้ำหรือเลือดออกได้ง่าย
  • มีอาการบวมที่มือหรือเท้า
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการใหม่หรืออาการรุนแรงขึ้นดังนี้

  • มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม
  • วิตกกังวล
  • อาการแพนิคกำเริบ (Panic attacks)
  • นอนไม่หลับ
  • หุนหันพลันแล่น
  • หงุดหงิด
  • กระสับกระส่าย
  • ไม่เป็นมิตร
  • ก้าวร้าว
  • ร้อนรน
  • อยู่ไม่สุข (ทางจิตใจหรือร่างกาย)
  • ซึมเศร้ามากขึ้น
  • มีความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไลริกา อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาโรซิกลิทาโซน (Rosiglitazone) อย่างอะแวนเดีย (Avandia) อะแวนดาเมต (Avandamet) หรืออะแวนทาริล (Avandaryl)
  • ยาสำหรับโรคหัวใจหรือความดันโลหิต เช่น ยาเบนาเซพริล (benazepril) อย่างโลเทนซิน (Lotensin) ยาอีนาลาพริล (enalapril) อย่างวาโซเทค (Vasotec) ยาลิไซโนพริล (lisinopril) อย่างพรินิวิล (Prinivil) หรือเซสทริล (Zestril) ยาควินาพริล (quinapril) อย่างแอคคูพริล (Accupril) ยารามิพริล (ramipril) อย่างอัลเทส (Altace) และอื่นๆ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไลริกา อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไลริกา อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคหัวใจล้มเหลว
  • โรคเบาหวาน (เว้นแต่ว่าคุณจะใช้ยาไลริกา เพื่อรักษาโรคประสาทเหตุเบาหวาน)
  • โรคไต หรือหากคุณกำลังอยู่ในกระบวนการฟอกไต (Dialysis)
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับเลือดออก
  • ระดับเกล็ดเลือดภายในเลือดต่ำ
  • เคยเป็นโรคซึมเศร้าหรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
  • เคยติดยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์
  • อาการแพ้อย่างรุนแรง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไลริกา (พรีกาบาลิน)สำหรับผู้ใหญ่

อาการปวดประสาทที่เกี่ยวข้องกับโรคปลายประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน (Diabetic Peripheral Neuropathy)

  • ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำคือ 100 มก. วันละสามครั้ง (300 มก./วัน) สำหรับผู้ป่วยที่มีค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (creatinine clearance) อย่างน้อย 60 มล./นาที
  • เริ่มต้นที่ขนาด 50 มก. วันละสามครั้ง (150 มก./วัน)
  • อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 300 มก./วัน ภายใน 1 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและความทนต่อยา

โรคปวดประสาทหลังจากเป็นโรคงูสวัด

  • ขนาดยาที่แนะนำคือ 75 ถึง 150 มก. วันละสองครั้ง หรือ 50 ถึง 100 มก. วันละสามครั้ง (150 ถึง 300 มก./วัน) สำหรับผู้ป่วยที่มีค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์อย่างน้อย 60 มล./นาที
  • เริ่มต้นที่ขนาด 75 มก. วันละสองครั้ง หรือ 50 มก. วันละสามครั้ง (150 มก./วัน)
  • อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 300 มก./วัน ภายใน 1 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและความทนต่อยา

การเสริมการรักษาสำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีอาการชักบางส่วน (Partial Onset Seizures)

  • ยาไลริกา ขนาด 150 ถึง 600 มก./วัน เคยแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเสริมการรักษาอาการชักบางส่วนในผู้ใหญ่
  • ข้อมูลโดยรวมทั้งประสิทธิภาพและอาการไม่พึงประสงค์ของยาไลริกา นั้นแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องกับขนาดของยา ให้ยาในขนาดยาทั้งหมดต่อวันโดยแบ่งให้สองหรือสามครั้ง
  • โดยทั่วไปแล้วจะแนะนำให้ผู้ป่วยเริ่มต้นในยาในขนาดโดยรวมต่อวันทั้งหมดไม่เกิน 150 มก./วัน (75 มก. วันละสองครั้ง หรือ 50 มก. วันละสามครั้ง)
  • ขึ้นอยู่กับการตอบสนองและการทนต่อยาของผู้ป่วยแต่ละราย อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปจนถึงขนาดยาสูงสุดที่ 600 มก./วัน

การจัดการโรคไฟโบรมัยอัลเจีย

  • ขนาดยาที่แนะนำสำหรับโรคไฟโบรมัยอัลเจียคือ 300 ถึง 450 มก./วัน เริ่มต้นที่ขนาด 75 มก. วันละสองครั้ง (150 มก./วัน)
  • อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 150 มก. วันละสองครั้ง (300 มก./วัน) ภายใน 1 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและความทนต่อยา
  • ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประโยชน์อย่างเพียงพอจากการใช้ยาในขนาด 300 มก./วัน อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 225 มก. วันละสองครั้ง (450 มก./วัน)

อาการปวดประสาทที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง

  • ช่วงขนาดยาที่แนะนำสำหรับการรักษาอาการปวดประสาทที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่ไขสันหลังคือ 150 ถึง 600 มก./วัน
  • ขนาดยาที่แนะนำเริ่มต้นที่ 75 มก. วันละสองครั้ง (150 มก./วัน)
  • อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 150 มก. วันละสองครั้ง (300 มก./วัน) ภายใน 1 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและความทนต่อยา
  • ผู้ป่วยที่ไม่มีการบรรเทาอาการปวดอย่างเพียงพอหลังจากผ่านไป 2 ถึง 3 สัปดาห์ของการรักษาด้วยยาในขนาด 150 มก. วันละสองครั้ง และผู้ที่สามารถทนต่อยาไลริกา ได้อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 300 มก. วันละสองครั้ง

ขนาดยาไลริกา (พรีกาบาลิน)สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูล ยาสารละลายสำหรับรับประทานพรีกาบาลิน 25 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

 

Review Date: มีนาคม 19, 2019 | Last Modified: มีนาคม 19, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย