ชื่อสามัญ: ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) Brand Name(s): ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen).

รู้จักเรื่องพื้นฐาน

ยาไอบูโพรเฟนใช้สำหรับ

ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดจากอาการหลากหลาย เช่น อาการปวดหัว ปวดฟัน ปวดประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อหรือ โรคข้ออักเสบ ยาตัวนี้ยังใช้ลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บและปวดอันเนื่องมาจากโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ยาอิบูโพรเฟน เป็นยาซาลิไซเลตและยาต้านอักเสบไร้สเตียรอยด์ (NSAID) ตัวยาจะขัดขวางสารธรรมชาติบางอย่างภายในร่างกายที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ยาตัวนี้จะช่วยลดอาการบวม อาการเจ็บหรือเป็นไข้

หากคุณกำลังรักษาอาการเรื้อรังอย่างเช่น โรคข้ออักเสบ สอบถามหมอของคุณเกี่ยวกับการรักษาที่ไม่พึ่งยา และ/หรือ การใช้ยาตัวอื่นเพื่อรักษาอาการเจ็บของคุณ ดูหัวข้อ คำเตือน

ตรวจสอบส่วนผสมบนฉลาก แม้ว่าคุณจะเคยใช้ยาไอบูโพรเฟนมาก่อน ผู้ผลิตอาจเปลี่ยนส่วนผสม นอกจากนี้ยาที่มีชื่อคล้ายคลึงกันอาจมีส่วนผสมที่ต่างชนิดกัน เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน การรับประทานยาผิดชนิดอาจสร้างอันตรายให้กับคุณ

การใช้รูปแบบอื่น: หัวข้อนี้จะรวมถึงการใช้ยาตัวนี้ที่ไม่ได้มีการระบุไว้ในฉลาก แต่อาจมีการกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของคุณ ใช้ยาตัวนี้สำหรับอาการที่ระบุไว้ในหัวข้อนี้เท่านั้น ในกรณีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของคุณจ่ายยาตัวนี้ให้

ยาตัวนี้อาจนำมาใช้ในโรคเกาต์ด้วยเช่นกัน

วิธีการใช้ยาไอบูโพรเฟน

หากคุณกำลังรับประทานยาที่ซื้อตามร้ายขายยา อ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์ยาทั้งหมดก่อนรับประทานยาไอบูโพรเฟน หากหมอของคุณจ่ายยาตัวนี้ให้ อ่านคู่มือทางการแพทย์ที่ได้รับมาจากเภสัชกรของคุณ ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ยาทามอคซิเฟนและในแต่ละครั้งที่คุณเติมยา หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ ปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณ

รับประทานยาตัวนี้ตามด้วยน้ำเปล่าเต็มแก้ว (8 ออนซ์/240 มิลลิลิตร) นอกจากว่าหมอจะสั่งให้คุณทำแบบอื่น อย่านอนลงอย่างน้อย 10 นาทีหลังจากที่คุณรับประทานยาตัวนี้ การรับประทานพร้อมกับอาหาร นม หรือยาลดกรดจะช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ เช่น อาการท้องไส้ปั่นป่วน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษาของคุณ เพื่อลดความเสี่ยงของกระเพาะเลือดออกและผลข้างเคียงอื่น ๆ รับประทานยาตัวนี้ที่มีประสิทธิภาพในระดับต่ำที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่าเพิ่มหรือรับประทานยาไอบูโพรเฟนบ่อยเกินกว่าที่หมอของคุณสั่งหรือบนฉลากบรรจุภัณฑ์บอกไว้ สำหรับอาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างเช่น โรคข้ออักเสบ รับประทานยาตัวนี้ต่อเนื่องตามที่หมอสั่ง

เมื่อใช้ยาไอบูโพรเฟนในเด็ก ขนาดยาจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของเด็ก อ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์เพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมสำหรับน้ำหนักตัวลูกของคุณ ปรึกษาเภสัชกรหรือหมอหากคุณมีข้อสงสัยหรือหากคุณต้องการความช่วยเหลือในการเลือกยาตามร้านขายยา

สำหรับอาการบางประเภท (อย่างเช่น โรคข้ออักเสบ) อาจใช้เวลามากถึง 2 สัปดาห์ในการรับประทานยาตัวนี้เป็นประจำจนกว่าคุณจะได้รับประโยชน์จากตัวยาอย่างเต็มประสิทธิภาพ

หากคุณรับประทานยาตัวนี้ตามที่ต้องการ (ไม่ได้รับประทานตามกำหนดการปกติ) จำไว้ว่ายาแก้ปวดจะมีประสิทธิภาพที่สุด หากใช้ในขณะที่สัญญาณแรกของอาการเจ็บเกิดขึ้น หากคุณรอจนกระทั่งอาการปวดทรุดลง

หากอาการของคุณยังคงอยู่หรือทรุดลง หรือหากคุณคิดว่าคุณอาจมีปัญหาทางการแพทย์ร้ายแรง เข้ารับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที หากคุณใช้ยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาเพื่อรักษาอาการปวดหรือเป็นไข้ที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือเด็ก ปรึกษาหมอทันทีหากไข้ทรุดลงหรือมีอาการมากกว่า 3 วัน หรือหากอาการเจ็บทรุดลงหรือเกิดอาการมากกว่า 10 วัน

วิธีเก็บรักษายาไอบูโพรเฟน

ยาไอบูโพรเฟน จะเก็บรักษาได้ดีที่สุด ณ อุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา คุณไม่ควรเก็บยาไอบูโพรเฟนในห้องน้ำหรือห้องแช่แข็ง อาจมียาไอบูโพรเฟนหลายยี่ห้อที่ต้องการการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอในการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ของยาสำหรับคำแนะนำในการเก็บรักษาหรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาไอบูโพรเฟนลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำนอกจากว่าหมอสั่งให้ทำ เป็นเรื่องสำคัญในการทิ้งยาให้เหมาะสม เมื่อยาหมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทิ้งยาของคุณอย่างไรให้ปลอดภัย

รู้จักข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไอบูโพรเฟน

ก่อนใช้ยาไอบูโพรเฟน

  • แจ้งหมอหรือเภสัชกรของคุณ หากคุณแพ้ยาไอบูโพรเฟน ยาแอสไพรินหรือยากลุ่ม NSAIDs อย่างเช่น ยาคีโตโพรเฟน (ketoprofen) และยานาพรอคเซน (naproxen) ยาตัวอื่น หรือส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ ในยาไอบูโพรเฟนประเภทใดก็ตาม ที่คุณวางแผนว่าจะรับประทาน สอบถามเภสัชกรของคุณ หรือตรวจฉลากบนบรรจุภัณฑ์ สำหรับส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์
  • บอกหมอและเภสัชกรของคุณถึงยาที่คุณกำลังกินหรือวางแผนที่จะกิน ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อได้เองตามร้านขายยา วิตามิน อาหารเสริมโภชนาการ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ให้มั่นใจว่าคุณพูดถึงยาที่อยู่ในรายชื่อของหัวข้อ “คำเตือนสำคัญ” และยาใดๆ ก็ตามต่อไปนี้ ได้แก่ ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE อย่างเช่น ยาเบนาเซพริล (benazepril) ยาแคปโทพริล (captopril) ยาอีนาราพริล (enalapril) ยาโฟซิโนพริล (fosinopril) ยาลิซิโนพริล (lisinopril) ยาโมเอกซิพริล (moexipril) ยาเพรินดูพริล (perindopril) ยาควินาพริล (quinapril) ยารามิพริล (ramipril) และยาทรานโดราพริล (trandolapril) ยาขับปัสสาวะ (‘ยาขับน้ำ’) ยาลิเทียม (lithium) และยาเมโทเตรเซท (methotrexate) หมอของคุณอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนชนิดยาของคุณ หรือสังเกตผลข้างเคียงของคุณอย่างระมัดระวัง
  • อย่ารับประทานยาไอบูโพรเฟนที่ซื้อเองจากร้านขายยา ร่วมกับยาใดๆ ก็ตามที่ใช้สำหรับอาการปวด นอกจากว่าหมอสั่งให้ทำแบบนั้น
  • บอกหมอของคุณ หากคุณมีหรือเคยมีอาการใดๆ ที่ได้กล่าวไว้ใน หัวข้อ “คำเตือนสำคัญ” หรือโรคหอบหืด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลหรือริดสีดวงจมูกเกิดขึ้นบ่อยครั้ง (อาการบวมภายในจมูก) อาการบวมที่แขน มือ ฝ่าเท้า ข้อเท้าหรือขาช่วงล่าง โรคลูปัส (อาการที่ร่างกายทำร้ายเนื้อเยื่อและอวัยวะของตัวเอง ได้แก่ ผิวหนัง ข้อต่อ เลือดและไต) โรคตับหรือโรคไต หากคุณให้ยาไอบูโพรเฟนแก่เด็ก แจ้งหมอของเด็กด้วย หากเด็กไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มใดๆ หรือสูญเสียของเหลวในร่างกายจำนวนมาก จากการอาเจียนหรือท้องร่วง
  • บอกหมอของคุณ หากคุณกำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหากคุณอยู่ในช่วงเดือนระยะสุดท้ายของการตั้งครรภ์ วางแผนว่าจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ในขณะที่กำลังรับประทานยาไอบูโพรเฟน สอบถามหมอของคุณ
  • หากคุณต้องเข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ การผ่าตัดทางทันตกรรม บอกหมอหรือทันตแพทย์ว่า คุณกำลังรับประทานยาไอบูโพรเฟน
  • หากคุณเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria) โรคทางพันธุกรรมซึ่งต้องมีการทำอาหารชนิดพิเศษ เพื่อป้องกันภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (mental retardation) คุณควรทราบว่ายาเม็ดชนิดแตกตัวบางชนิดอาจมีส่วนผสมของแอสพาแทม (aspartame) ที่ฟอร์มตัวกันเป็นสารฟีนิลอะลานีน (phenylalanine กรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง)

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีงานวิจัยเพียงพอในผู้หญิง ที่จะระบุความเสี่ยงในการใช้ยานี้ ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับหมอของคุณทุกครั้ง เพื่อชั่งน้ำหนักถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยานี้ ยาไอบูโปรเฟน เป็นยากลุ่มเสี่ยงในสตรีมีครรภ์ระดับ C ใน 6 เดือนแรก และระดับ D ใน 3 เดือนสุดท้าย อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA)

ระดับความเสี่ยงของยาที่ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่พบความเสี่ยงในบางงานวิจัย
  • C=อาจมีความเสี่ยงบางประการ
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามใช้
  • N=ไม่ทราบแน่ชัด

รู้ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาไอบูโพรเฟน

เข้ารับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที หากคุณมีสัญญาณใดๆ ก็ตามของปฏิกิริยาการแพ้ ผื่น ปัญหาในการหายใจ อาการบวมบนใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นและคอ

หยุดรับประทานยาไอบูโพรเฟน และเข้ารับการดูแลทางการแพทย์ หรือโทรหาหมอของคุณทันที หากคุณมีผลข้างเคียงรุนแรงเหล่านี้ ได้แก่

  • เจ็บหน้าอก อ่อนแรง หายใจถี่ พูดไม่ชัด มีปัญหาการมองเห็นหรือการทรงตัว
  • อุจจาระเป็นเลือดหรือมีสีดำ ไอเป็นเลือด หรืออาเจียนที่ดูเหมือนกาแฟบด
  • อาการบวมและน้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • ไม่มีการปัสสาวะหรือปัสสาวะน้อยลง
  • คลื่นไส้ เจ็บกระเพาะช่วงบน ระคายเคือง เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีดินเหนียว ดีซ่าน (การตกเหลืองทางผิวหนังและดวงตา)
  • เป็นไข้ เจ็บคอ และปวดหัว พร้อมกับเกิดตุ่มหรือการลอกของผิวหนังขั้นรุนแรง และผื่นแดงบนผิวหนัง
  • รอยฟกช้ำ เหน็บชาอย่างรุนแรง ไร้ความรู้สึก อาการเจ็บ กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ปวดหัวรุนแรง คอตึง หนาวสั่น ไวต่อแสงมากขึ้น และหรืออาการชัก

อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง ได้แก่

  • ท้องไส้ปั่นป่วน อาการแสบร้อนกลางอกระดับเบา ท้องร่วง ท้องเสีย
  • ท้องอืด แก๊สในกระเพาะ
  • เวียนหัว ปวดหัว กระวนกระวาย
  • ผิวหนังระคายเคืองหรือมีผื่น
  • มองเห็นไม่ชัด
  • เสียงก้องในหู

ไม่ใช่ทุกคนจะพบผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงบางอาการที่ไม่มีอยู่ด้านบน หากคุณมีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ

รู้จักปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไอบูโพรเฟนอาจทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา คุณควรจดรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ (ทั้งยาที่ต้องใช้ใบสั่งยา ยาที่ไม่ใช้ใบสั่งแพทย์ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และให้หมอและเภสัชกรของคุณดู เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนปริมาณยาใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหมอ

บอกหมอของคุณเกี่ยวกับยาทั้งหมด ที่คุณใช้อยู่ ได้แก่

  • ยาแอสไพริน หรือยาตระกูล NSAIDs อื่นๆ อย่างเช่น ยานาพรอคเซน (naproxen) ยาเซเลคอคซิบ (celecoxib) ยาไดคลอฟีแนค (diclofenac) ยาอินโดเมทาซิน (indomethacin) ยาเมโลซิแคม (meloxicam) และอื่นๆ
  • ยาหัวใจหรือความดัน อย่างเช่น ยาเบนาเซพริล (benazepril) ยาเอนาราพริล (enalapril) ยาลิซิโนพริล (lisinopril) ยาควินาพริล (quinapril) ยารามิพริล (ramipril) และอื่นๆ
  • ยาลิเทียม (lithium)
  • ยาขับปัสสาวะ (ยาขับน้ำ) อย่างเช่น ยาฟูโรเซไมด์ (furosemide)
  • ยาเมโทเตรเซท (methotrexate)
  • ยาสเตียรอยด์ (ยาเพรดนิโซน และอื่นๆ)
  • ยาเจือจางเลือด อย่างเช่น ยาวาร์ฟาริน (warfarin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไอบูโพรเฟนอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ ถึงปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่นๆ

ยาไอบูโพรเฟนอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ อาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบอกให้หมอและเภสัชกร รับรู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการโรคหรือภาวะสุขภาพดังต่อไปนี้

  • โลหิตจาง
  • หอบหืด
  • ปัญหาการเลือดออก
  • ปัญหาเรื่องลิ่มเลือด
  • บวมน้ำ
  • มีประวัติ โรคหัวใจวาย
  • โรคหัวใจ (เช่น หัวใจล้มเหลว)
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคไต
  • โรคตับ (เช่น ตับอักเสบ)
  • แผลหรือเลือดออกในกระเพาะหรือลำไส้
  • มีประวัติของหลอดเลือดในสมองแตก ใช้อย่างระมัดระวัง ยาตัวนี้อาจทำให้อาการเหล่านี้ทรุดลง
  • มีประวัติแพ้ยาแอสไพริน ไม่ควรใช้ยาตัวนี้ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • เบาหวาน ใช้อย่างระมัดระวัง ยาตัวนี้ในรูปแบบของสารละลายอาจมีส่วนผสมของน้ำตาล
  • การผ่าตัดหัวใจ (อย่างเช่นการผ่าตัดบายพาสหัวใจ [CABG])—ไม่ควรใช้ยาตัวนี้ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ ก่อนหรือหลังการผ่าตัด

เข้าใจขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติม ก่อนใช้ยาไอบูโพรเฟน

ขนาดยาไอบูโพรเฟนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่ปวดประจำเดือน

รับประทานครั้งละ 200 ถึง 400 มิลลิกรัม ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคข้อเสื่อม

ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทานครั้งละ 400 ถึง 800 มิลลิกรัม ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์

ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทานครั้งละ 400 ถึง 800 มิลลิกรัม ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดหัว

งานวิจัย (n=34) ป้องกันอาการปวดหัวที่เกิดจากการรักษาจิตเวชด้วยไฟฟ้า (ECT)

รับประทานครั้งละ 600 มิลลิกรัม 90 นาทีก่อนเข้ารับการรักษา

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการปวด

ยารับประทาน:อาการปวดระดับเบาถึงปานกลาง

รับประทานครั้งละ 200 ถึง 400 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น ไม่มีการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของยาที่เพิ่มขึ้น สำหรับขนาดยาที่มากกว่า 400 มิลลิกรัม

ยาทางหลอดเลือดดำ: (ผู้ป่วยควรมีความชุ่มชื้นในร่างกายเพียงพอ ก่อนให้ยาทางหลอดเลือดดำ)

อาการปวด: ให้ยาทางหลอดเลือดดำครั้งละ 400 ถึง 800 มิลลิกรัม เป็นเวลา 30 นาที ทุกๆ 6 ชั่วโมงที่ต้องการ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นไข้

รับประทานยาครั้งละ 200 ถึง 400 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

ยาทางหลอดเลือดดำ: (ผู้ป่วยควรมีความชุ่มชื้นในร่างกายเพียงพอ ก่อนให้ยาทางหลอดเลือดดำ)

มีไข้: ระยะเริ่มต้น ให้ยาทางหลอดเลือดดำ 400 มิลลิกรัม เป็นเวลา 30 นาที

ระยะควบคุม: ครั้งละ 400 มิลลิกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงหรือครั้งละ 100 ถึง 200 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง ตามที่จำเป็น

ขนาดยาไอบูโพรเฟนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กที่เป็นไข้

วัยมากกว่า 6 เดือนจนถึง 12 ปี:
รับประทานยา 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ต่อครั้ง ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมงตามที่ต้องการสำหรับเด็กที่มีไข้ต่ำกว่า 102.5 องศาฟาเรนไฮต์ (39.2 องศาเซลเซียส)
รับประทานยา 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ต่อครั้ง ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมงตามที่ต้องการสำหรับเด็กที่มีไข้เท่ากับหรือเกินกว่า 102.5 องศาฟาเรนไฮต์ (39.2 องศาเซลเซียส)

ขนาดยาสำหรับเด็กที่มีอาการปวด

เด็กทารกและเด็กเล็ก: รับประทานยา 4 ถึง 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมงตามที่ต้องการ
ขนาดยาสูงสุดต่อวันที่แนะนำอยู่ที่ 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ขนาดยาสำหรับเด็กที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

วัย 6 เดือนจนถึง 12 ปี
ทั่วไป: รับประทาน 30 ถึง 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบ่งเป็น 3 ถึง 4 ขนาดยา; เริ่มขนาดยาที่ระยะต่ำสุดและคำนวณ; ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง อาจต้องรักษาด้วยขนาดยา 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)

ยารับประทาน: อาการเรื้อรัง (เป็นมามากกว่า 4 ปี) 2 ครั้งต่อวัน ปรับขนาดยา เพื่อรักษาค่าของเหลวให้อยู่ในระดับ 50 ถึง 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร มีความเกี่ยวข้องต่อการชะลอการเจริญเติบโตของโรค ในผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคปอดระดับเบา

ขนาดยาสำหรับเด็กที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน

ไอบูโพรเฟน ไลซีน (Ibuprofen lysine):
อายุครรภ์ 32 สัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น น้ำหนักแรกเกิด: 500 ถึง 1500 กรัม
ขนาดยาเริ่มต้น: 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามด้วย 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 2 ครั้ง หลังผ่านไป 24 และ 48 ชั่วโมง

รูปแบบยา

ยาไอบูโพรเฟนมีรูปแบบและฤทธิ์ยาให้เลือกใช้  ได้แก่

  • ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน
  • ยาน้ำเชื่อม (Syrup)
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน (Tablet)
  • ยาแคปซูลซอฟท์เจล (Soft Gel)

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นหรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

อาการของการใช้ยาเกินขนาด อาจมีดังนี้ ได้แก่

  • เวียนหัว
  • ตาเคลื่อนไหวรวดเร็วและควบคุมไม่ได้
  • หายใจช้าหรือหยุดหายใจได้ไม่นาน
  • มีสีฟ้าเกิดขึ้นรอบริมฝีปาก ปากและจมูก

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาไอบูโพรเฟน กลับมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามขนาดยาครั้งที่แล้ว และใช้ขนาดยาตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 26, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 26, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย