ไอโอดีน (Iodine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ไอโอดีน (Iodine) Brand Name(s): ไอโอดีน (Iodine).

ข้อบ่งใช้

ยาไอโอดีนใช้สำหรับ

ยาไอโอดีน (Iodine) ใช้เพื่อลดระดับของฮอร์โมนไทรอยด์และฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ เช่น อะมีบา (amoebas) ไอโอดีนชนิดที่เรียกว่าโพแทสเซียมไอโอดีน ยังใช้เพื่อรักษา (แต่ไม่สามารถป้องกัน) ผลของอุบัติเหตุจากกัมมันตภาพรังสี (radioactive accident) ได้

วิธีการใช้ยาไอโอดีน

รับประทานยาไอโอดีนตามที่กำหนด ควรทำตามแนวทางการใช้ยาบนบรรจุภัณฑ์ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากสภาวะของคุณไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น หรือหากคุณมีอาการใหม่ๆ หากคุณคิดว่าคุณอาจจะมีปัญหาสุขภาพที่รุนแรง โปรดรับการรักษาในทันที

การเก็บรักษายาไอโอดีน

ยาไอโอดีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไอโอดีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไอโอดีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไอโอดีน

ผลข้างเคียงอาจมีดังนี้

ยารับประทาน/ยาเฉพาะที่ อาจเกิดภาวะภูมิแพ้ (Hypersensitivity) เช่น ลมพิษ ภาวะบวมใต้ชั้นผิวหนังหนทอแองจิโออีดีมา (angioedema) เลือดออกตามผิวหนัง (cutaneous haemorrhage) รอยจ้ำเขียวบนผิวหนัง เป็นไข้ ปวดข้อ (arthralgia) ต่อมน้ำเหลืองโต (lymphadenopathy) หรือภาวะเม็ดเลือดขาวมาก (eosinophilia) โรคคอพอก (goitre) ภาวะขาดไทรอยด์ (hypothyroidism ) และไทรอยด์เป็นพิษ หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperthyroidism) ภาวะไอโอดิซึม (Iodism) จากการใช้ยาเป็นเวลานาน เช่น มีรสโลหะ น้ำลายเพิ่มขึ้น มีอาการบวมและอักเสบที่คอ ดวงตามีอาการบวมและระคายเคือง ปอดบวมน้ำ (pulmonary oedema) คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องร่วง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ก่อนใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ต่อไอโอดีน
  • หากคุณเป็นโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน (acute bronchitis)

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไอโอดีน

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไอโอดีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

A= ไม่มีความเสี่ยง

B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น

C= อาจจะมีความเสี่ยง

D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง

X= ห้ามใช้

N= ไม่ทราบแน่ชัด

งานวิจัยในผู้หญิงนั้นชี้ว่า ยานี้มีเสี่ยงเล็กน้อยต่อเด็กทารก หากใช้ยานี้ขณะให้นมบุตร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ปฏิกิริยาของยานั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง ข้อมูลนี้ไม่ได้มีปฏิกิริยาของยาที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งหมด ควรเก็บรายชื่อของยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) และแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

  • อะซีโนคูมารอล (Acenocoumarol)
  • อะนิซินไดโอน (Anisindione)
  • ไดคูมารอล (Dicumarol)
  • ฟีนินไดโอน (Phenindione)
  • เฟนโพรคูมอน (Phenprocoumon)
  • วาฟาริน (Warfarin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาบางชนิดไม่ควรใช้ในเวลาเดียวกันกับการรับประทานอาหาร หรือขณะรับประทานอาหารบางชนิด เนื่องจากอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาได้ การดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ขณะที่กำลังใช้ยาบางชนิด อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับการใช้ยาพร้อมกับรับประทานอาการ ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ปัญหาทางสุขภาพบางอย่างอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ยานี้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ โดยเฉพาะ

  • โรคหลอดลมอักเสบ
  • สภาวะเกี่ยวกับปอดอื่นๆ การใช้ยาไอโอดีนที่มีฤทธิ์แรงอาจทำให้สภาวะนี้รุนแรงขึ้น
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดมากเกินไป (Hyperkalemia)
  • โรคไต การใช้ยาไอโอดีนที่มีฤทธิ์แรง อาจเพิ่มปริมาณของโพแทสเซียมภายในเลือด และเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไอโอดีนสำหรับผู้ใหญ่

เพื่อลดท่อของต่อมไทรอยด์ก่อนการผ่าตัด

  • ผู้ใหญ่ สำหรับโพแทสเซียมไอโอไดด์ รับประทาน 50-250 มก. (ประมาณ 1-5 หยดของสารละลายบรรจุ 1 กรัม/มล.) วันละสามครั้ง เป็นเวลา 10-14 วัน ก่อนการผ่าตัด

ป้องกันจากสารไอโอดีนกัมมันตรังสี

  • ผู้ใหญ่ สำหรับโพแทสเซียมไอโอไดด์ 100-150 มก. รับประทาน 24 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดและทุกๆ วัน เป็นเวลานานถึง 10 วันหลังจากการผ่าตัด

โรคสปอโรทริโคสิสที่ผิวหนังหรือต่อมน้ำเหลือง (Cutaneous or lymphocutaneous sporotrichosis)

  • ผู้ใหญ่ สำหรับสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ขนาด 1 กรัม/มล. ให้ขนาดยาเริ่มต้น 1 มล. รับประทานวันละสามครั้ง ควรใช้ยาต่อเนื่องนานอย่างน้อย 1 เดือนหลังจากที่แผลหายไปหรือคงที่

ภาวะขาดไอโดดีน (Iodine deficiency disorders)

  • ผู้ใหญ่ สำหรับน้ำมันเสริมไอโอดีน (น้ำมันเมล็ดป๊อบปี้/น้ำมันถั่วลิสง/น้ำมันเรพซีดบรรจุประมาณ 38% น้ำหนัก/น้ำหนักหรือ 480 มก./มล. ของไอโอดีน) รับประทานไอโอดีน 400 มก. ปีละครั้ง
  • ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ รับประทานไอโอดีน 200 มก. ครั้ง ระดับปานกลางถึงรุนแรง รับประทานไอโอดีน 300-480 มก. ต่อปี หรือรับประทานไอโอดีน 100-300 มก. ทุกๆ 6 เดือน และเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังคลอด

ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษวิกฤติ (Thyroid storm)

  • ผู้ใหญ่ สำหรับโพแทสเซียมไอโอไดด์ สูงถึง 500 มก. รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมง

ภาวะขาดไอโดดีน

  • ผู้ใหญ่ สำหรับน้ำมันเสริมไอโอดีน (น้ำมันเมล็ดป๊อบปี้/น้ำมันถั่วลิสง/น้ำมันเรพซีดบรรจุประมาณ 38% น้ำหนัก/น้ำหนักหรือ 480 มก./มล. ของไอโอดีน) จนถึงอายุ 45 ปี ฉีดยาไอโดดีน 380 มก. เข้ากล้ามเนื้อหนึ่งครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดไอโอดีนอย่างเพียงพอเป็นเวลานานถึง 3 ปี
  • สำหรับผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ ระดับปานกลางถึงรุนแรง 480 มก. ต่อปี

แผลบนผิวหนังเล็กๆ ตื้นๆ

  • ผู้ใหญ่ ทาเฉพาะที่/ผิวหนัง ยาสารละลายหรือยาขี้ผึ้ง 2% หรือ 2.5% ทายาปริมาณเล็กน้อยลงในบริเวณที่มีอาการวันละ 1-3 ครั้ง

ทำความสะอาดแผลที่ยังไม่แห้งและบาดแผล

  • ผู้ใหญ่ ทาเฉพาะที่/ผิวหนัง ยาเจลเฉพาะที่ 0.9% ทายาเพื่อทำความสะอาดแผล ขนาดยาสูงสุด 50 กรัม/ครั้ง และ 150 กรัม/สัปดาห์ เปลี่ยนผ้าพันแผลประมาณ 3 ครั้ง/สัปดาห์ และลดการทายาลงเมื่อน้ำหนองลดลง อย่าใช้นานกว่า 3 เดือน และหยุดการรักษาหลังจากที่แผลไม่มีหนอง

ขนาดยาไอโอดีนสำหรับเด็ก

เพื่อลดท่อของต่อมไทรอยด์ก่อนการผ่าตัด

  • เด็ก สำหรับโพแทสเซียมไอโอไดด์ รับประทาน 50-250 มก. (ประมาณ 1-5 หยดของสารละลายบรรจุ 1 กรัม/มล.) วันละสามครั้ง เป็นเวลา 10-14 วันก่อนการผ่าตัด สำหรับยาสารละลายไอโอดีนฤทธิ์แรง 0.1-0.3 มล. (หรือประมาณ 3-5 หยด) วันละสามครั้ง

โรคเกรฟส์ (Grave’s disease)

  • เด็ก ทารกแรกเกิด หยดยาสารละลายไอโอดีนฤทธิ์แรง 1 หยด รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง

ป้องกันจากสารไอโอดีนกัมมันตรังสี

  • เด็ก สำหรับโพแทสเซียมไอโอไดด์ ทารกตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 1 เดือน ที่คาดการว่ามีการเปิดรับไทรอยด์มากกว่าหรือเท่ากับ 5 เซนติเกรย์ รับประทาน 16 มก.
  • อายุมากกว่า 1 เดือนจนถึง 3 ปี ที่คาดการว่ามีการเปิดรับไทรอยด์มากกว่าหรือเท่ากับ 5 เซนติเกรย์ รับประทาน 32 มก.
  • อายุมากกว่า 3 ปีจนถึง 18 ปี (ยกเว้นวัยรุ่นที่มีขนาดตัวใกล้กับผู้ใหญ่) ที่คาดการณ์ว่ามีการเปิดรับไทรอยด์มากกว่าหรือเท่ากับ 5 เซนติเกรย์ รับประทาน 65 มก. ห้ามเกินขนาดยาวันละครั้ง

โรคสปอโรทริโคสิสที่ผิวหนังหรือต่อมน้ำเหลือง

  • เด็ก สำหรับโพแทสเซียมไอโอไดด์ ขนาดยาเริ่มต้นรับประทาน 250 มก. (ประมาณ 5 หยดของสารละลายบรรจุ 1 กรัม/มล.) วันละสามครั้ง ขนาดยาสูงสุด 1.25-2 กรัม (ประมาณ 25-40 หยด) รับประทานวันละสามครั้ง ระยะเวลาในการรักษา 3-6 เดือน

ภาวะขาดไอโดดีน

  • เด็ก สำหรับน้ำมันเสริมไอโอดีน (น้ำมันเมล็ดป๊อบปี้/น้ำมันถั่วลิสง/น้ำมันเรพซีดบรรจุประมาณ 38% น้ำหนัก/น้ำหนักหรือ 480 มก./มล. ของไอโอดีน) ทารกอายุไม่เกิน 1 ปี รับประทานไอโอดีน 100 มก. หนึ่งครั้ง อายุ 1-5 ปี รับประทานไอโอดีน 200 มก. อายุมากกว่า 6 ปี รับประทานไอโอดีน 400 มก.

ภาวะขาดไอโดดีน

  • เด็ก สำหรับน้ำมันเสริมไอโอดีน (น้ำมันเมล็ดป๊อบปี้/น้ำมันถั่วลิสง/น้ำมันเรพซีดบรรจุประมาณ 38% น้ำหนัก/น้ำหนักหรือ 480 มก./มล. ของไอโอดีน) ฉีดยาไอโดดีน 380 มก. เข้ากล้ามเนื้อหนึ่งครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดไอโอดีนได้นานถึง 3 ปี
  • ทารกอายุไม่เกิน 1 ปี ใช้น้ำมันเสริมไอโอดีน 190 มก. (ไอโอดีน 480 มก./มล)

แผลบนผิวหนังเล็กๆ ตื้นๆ

  • เด็ก ทาเฉพาะที่/ผิวหนัง ยาสารละลายหรือยาขี้ผึ้ง 2% หรือ 2.5% ทายาปริมาณเล็กน้อยลงในบริเวณที่มีอาการวันละ 1-3 ครั้ง

ทำความสะอาดแผลมีหนองและบาดแผล

  • เด็ก ทาเฉพาะที่/ผิวหนัง ยาเจลเฉพาะที่ 0.9% ทายาเพื่อทำความสะอาดแผล ขนาดยาสูงสุด 50 กรัม/ครั้ง และ 150 กรัม/สัปดาห์ เปลี่ยนผ้าพันแผลประมาณ 3 ครั้ง/สัปดาห์ และลดการทายาลงเมื่อน้ำหนองลดลง อย่าใช้นานกว่า 3 เดือน และหยุดการรักษาหลังจากที่แผลไม่มีหนอง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาสารละลายสำหรับรับประทาน โพแทสเซียมไอโอไดด์ 100 มก./มล. และไอโอดีน 50 มก./มล.
  • ยาสารละลายเฉพาะที่ โพแทสเซียมไอโอไดด์ 100 มก./มล. และไอโอดีน 50 มก./มล.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กุมภาพันธ์ 11, 2019 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 11, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย