แร่ธาตุสำคัญอะไรบ้าง ที่ช่วย ควบคุมความดันโลหิต ให้คุณได้

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ.

อาหารส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ และสำหรับผู้ที่มีโรคเรื้อรังบางอย่าง อาหารยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง การได้รับแร่ธาตุบางอย่างในอาหารการกิน จะสามารถช่วย ควบคุมความดันโลหิต ให้คุณได้ และนี่คือแร่ธาตุบางชนิดที่ดีต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเป็นพิเศษ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการได้รับแร่ธาตุเหล่านี้ ก็คือจากอาหารการกินของคุณนั่นเอง

โพแทสเซียม

โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ นอกจากนี้โพแทสเซียมมีส่วนช่วยให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิต จังหวะการเต้นของหัวใจ และปริมาณน้ำในเซลล์ รวมถึงช่วยในการย่อยอาหารด้วย โดยคนส่วนใหญ่จะได้รับโพแทสเซียมจากอาหาร เครื่องดื่ม และจากการกินอาหารเสริม

การมีปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายในระดับปกติ สามารถทำให้ความดันโลหิตลดลง และช่วยป้องกันการเกิดตะคริวที่กล้ามเนื้อด้วย เนื่องจากโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการผ่อนคลายผนังหลอดเลือด มากไปกว่านั้นโพแทสเซียมยังสำคัญต่อการนำสัญญาณไฟฟ้า ในระบบประสาทและหัวใจ ซึ่งช่วยป้องกันอาการหัวใจเต้นผิดปกติ

สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม เช่น ลูกพรุน มันเทศ กล้วยหอม เมล็ดทานตะวัน อินทผลัม ฯลฯ อย่างไรก็ตามการกินอาหารเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้รับโพแทสเซียมไม่เพียงพอ ในกรณีที่คุณกินยาขับปัสสาวะ เช่น ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (Hydrochlorothiazide) อย่างเอซิดริกซ์ (Esidrix) ไฮโดรไดยูริล (Hydrodiuril) โดยยาเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขับโพแทสเซียมออกทางปัสสาวะ ซึ่งเป็นการลดระดับโพแทสเซียมในร่างกาย

ดังนั้นถ้าคุณเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว โรคความดันโลหิตสูง หรืออาการบวมน้ำ ที่ต้องกินยาขับปัสสาวะ คุณอาจได้รับโพแทสเซียมไม่เพียงพอ จากการกินอาหารเพียงอย่างเดียว จึงต้องกินอาหารเสริมโพแทสเซียม แต่อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินอาหารเสริม เนื่องจากการได้รับโพแทสเซียมมากเกินไปก็อาจส่งผลทำให้หัวใจทำงานผิดปกติได้เช่นกัน ส่วนปริมาณโพแทสเซียมที่ควรได้รับต่อวันคือ 4,700 มิลกรัมทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

แมกนีเซียม

แมกนีเซียมมีส่วนช่วยในการควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ได้แก่ ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด กล้ามเนื้อ และการทำงานของเส้นประสาท นอกจากนี้แมกนีเซียมยังช่วยทำให้หลอดเลือดผ่อนคลาย และยังจำเป็นต่อการผลิตพลังงาน การพัฒนากระดูก และการลำเลียงแคลเซียมและโพแทสเซียม

การกินยาขับปัสสาวะก็สามารถส่งผลทำให้ระดับแมกนีเซียมในร่างกายลดลงได้เช่นกัน และสำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม เช่น ผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชตระกูลถั่ว โดยปริมาณแมกนีเซียมที่ควรได้รับคือ 420 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชายที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และสำหรับผู้หญิงที่อายุ 50 ปีขึ้นไปควรได้รับแมกนีเซียม 320 กรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม การได้รับแมกนีเซียมมากเกินไปจากการกินอาหารเสริม หรือจากการกินยาที่มีแมกนีเซียม เช่น ยาระบาย (Laxatives) อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย และปัจจุบันยังไม่มีผลข้างเคียงจากการได้รับแมกนีเซียมจากอาหาร

แคลเซียม

แคลเซียมสำคัญต่อความดันโลหิต เนื่องจากมีส่วนช่วยในการทำให้หลอดเลือดกระชับและผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังสำคัญต่อกระดูก และการหลั่งฮอร์โมนและเอนไซม์ที่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว ผักใบเขียว และปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน

นอกจากนี้ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันคือ 1,000-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้ชายที่อายุมากกว่า 51 ปีขึ้นไป และสำหรับผู้หญิงที่อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่จะได้รับแคลเซียมจากการกินอาหารประมาณ 700 มิลลิกรัมต่อวัน ดังนั้นกรณีที่คุณต้องการกินอาหารเสริมเพื่อเพิ่มแคลเซียม ควรปรึกษาแพทย์

โซเดียม

โซเดียมเกี่ยวข้องกับความดันโลหิต เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ ควรควบคุมปริมาณโซเดียมที่ได้รับต่อวัน โดยควรได้รับโซเดียม 1,500-2,300 มิลลิกรัมต่อวัน และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง รวมถึงอาหารที่มีรสเค็มจัดเพราะใส่เกลือมาก

เนื่องจากเกลือ (โซเดียมคลอไรด์) ประกอบด้วยแร่ธาตุโซเดียมและคลอไรด์ ซึ่งร่างกายต้องการโซเดียมเพื่อการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และโซเดียมยังมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของเหลวในร่างกายด้วย แต่อย่างไรก็ตามควรควบคุมปริมาณโซเดียมที่ได้รับต่อวัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน