สิวอักเสบ สาเหตุและวิธีรักษา ที่จะช่วยกอบกู้ผิวหน้าให้คุณได้

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

สิวอักเสบ เป็นอาการที่มีผลพวงมาจากรูขุมขนอุตัน แล้วมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปร่วมวงด้วย แล้วเราจะเยียวยาหรือหาทางป้องกันได้ยังไงน่ะเหรอ? อ่านรายละเอียดด้านล่างนี้ แล้วคุณจะรู้คำตอบ

สิวอักเสบคืออะไร

เมื่อพูดถึงสิวไม่ว่าจะเป็นสิวชนิดไหนก็มีสาเหตุเหมือนๆ กัน นั่นก็คือรูขุมขนเกิดการอุดตัน ซึ่งสสารต่างๆ ที่ทำให้เกิดการอุดตัน คือตัวแปรที่ทำให้สิวมีอาการแตกต่างกันไป คือมีทั้งสิวแบบที่อักเสบและไม่อักเสบ

สิวอักเสบจะมีลักษณะบวม แดง และรูขุมขนเกิดการอุดตันในระดับลึกลงไปด้วยเชื้อแบคทีเรีย น้ำมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว บางครั้งเชื้อแบคที่เรียที่เรียกว่าโพรพิออนนีแบคทีเรียมแอคนี่ส์ (Propionibacterium acnes) หรือเรียกสั้นๆ ว่า พี.แอคนี่ส์ (P. acnes) ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นมาได้ด้วยเหมือนกัน ส่วนสิวที่ไม่มีการอักเสบหรือที่เรียกว่าสิวอุดตันนั้น จะเกิดใกล้ๆ กับผิวหนังชั้นบนสุด และไม่มีเชื้อแบคทีเรียเข้ามาเกี่ยวข้อง

การรักษาสิวอักเสบประเภทต่างๆ

เราจำเป็นต้องรักษาสิวอักเสบประเภทต่างๆ ด้วยวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป จึงนับเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องแยกแยะให้ได้ว่าสิวอักเสบของเรามีอาการยังไง ซึ่งโดยปกติแล้วจะจัดประเภทได้ดังนี้

  • สิวอุดตันที่เกิดการอักเสบ (Inflamed Comedone) นี่คือสิวหัวดำหรือสิวหัวขาวที่เกิดอาการอักเสบและบวมแดง
  • สิวตุ่มแดง (Papule) สิวเม็ดเล็กๆ สีแดงๆ ที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งเกิดขึ้นใกล้ๆ กับผิว
  • สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะคล้ายๆ สิวอักเสบ แต่มีขนาดใหญ่กว่า
  • สิวอักเสบแบบเป็นก้อน (Nodules) สิวแบบนี้จะเป็นตุ่มขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ผิวลงไป
  • สิวซีสต์ (Cystic Acne) เป็นสิวเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองอยู่เต็ม และเกิดอยู้ใต้ผิว
  • สิวหัวช้าง เป็นสิวที่มีอาการอักเสบชนิดรุนแรงที่สุด ซึ่งก็คล้ายๆ กับสิวซีสต์นั่นแหละ ที่เกิดอยู่ใต้ผิว มีหนองอยู่เต็ม มีขนาดใหญ่ และเมื่อโดนสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ

สิวอักเสบมักจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า แต่ก็มีเหมือนกันจะเกิดขึ้นบนร่างกายในบริเวณต่อไปนี้

  • คอ
  • หน้าอก
  • หลัง
  • ไหล่
  • แขนช่วงบน
  • ช่วงลำตัว

การรักษาสิวอักเสบ

สิวอักเสบอาจมีการแพร่กระจายและทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ จึงควรรีบรักษาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคุณหมออาจจะแนะนำให้ใช้ยารักษาสิวที่หาซื้อได้ทั่วไปก่อน แล้วค่อยขยับมาใช้ยารักษาสิวแบบที่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์

คุณควรพูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ ในการรักษาสิวอักเสบ คุณต้องจำเอาไว้ด้วยนะว่าการรักษาแต่ละวิธีนั้น อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน

ยารักษาสิวตามร้านขายยา

มียาอยู่มากมายที่ใช้รักษาสิวอักเสบได้ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกสับสนกับการเลือกใช้ได้ แต่นี่คือส่วนผสมหลักๆ ที่มักพบในยารักษาสิวโดยทั่วไป

  • เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ ส่วนผสมนี้จะช่วยฆ่าเขื้อแบคทีเรียพี. แอคนี่ส์ (P. acnes) ซึ่งอาจติดอยู่ในรูขุมขน และช่วยลดการอักเสบลงได้ ส่วนผสมนี้อาจทำให้ผิวแห้ง จึงควรใช้แต้มลงบนหัวสิวเท่านั้น ไม่ใช่ทาทั้งใบหน้า
  • กรดซาลิไซลิค ส่วนผสมนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากรูขุมขน นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบ และป้องกันการกลับมาของสิวด้วย คุณสามารถทาทั่วทั้งใบหน้าได้ แต่อย่าลืมตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เสมอ เนื่องจากส่วนผสมนี้จะทำให้ผิวมีอาการแห้งได้ถ้าใช้ไปนานๆ
  • กำมะถัน เราจะพบส่วนผสมชนิดนี้ได้ในยารักษาสิวแบบต่างๆ แต่ใช้ได้ผลดีที่สุดกับสิวที่ไม่อักเสบ หรือมีความรุนแรงน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้สิวอักเสบมีอาการแย่ลง ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยรักษาได้มากนักก็ตาม

เริ่มต้นด้วยการเพิ่มเคลนเซอร์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิค และยาแต้มสิวที่มีส่วนผสมของเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์เข้าไปกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันของคุณ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสองสามเดือนกว่าจะเริ่มมองเห็นความแตกต่าง

จงจำไว้ด้วยว่าสิวอักเสบมักไม่ค่อยตอบสนองต่อยารักษาสิวตามร้านขายยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการแพร่กระจายหรือการเป็นซ้ำ ถ้าคุณมองไม่เห็นผลที่ดีขึ้นหลังใช้ยาไปสามเดือน ก็ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยที่แน่นอน และเพื่อให้คุณหมอแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะกับคุณมากที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน