แม่ท้องเป็น พาหะไวรัสตับอักเสบบี ลูกที่เกิดมาจะติดโรคหรือไม่

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

มีรายงานว่า โรคตับอักเสบบี (Hepatitis B) นั้นส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลก โดยเฉพาะในสถานการณ์ของ โรคตับอักเสบบีในคุณแม่ตั้งครรภ์ กับข้อเท็จจริงที่ว่า โรคนี้สามารถแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกได้ด้วย หากคุณคือผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ และได้รับการวินิจฉัยว่า คุณเป็น พาหะไวรัสตับอักเสบบี แล้วล่ะก็ คุณควรอ่านบทความนี้ให้จบ

โรคตับอักเสบบี (Hepatitis B) คืออะไร?

“โรคตับอักเสบ” หมายถึง ภาวะที่ตับของคุณเกิดการอักเสบ โดยโรคตับอักเสบบี เป็นอาการป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) แม้ว่าเชื้อไวรัสนี้จะอยู่ในเลือดและของเหลวในร่างกายของคุณ แต่ตับเป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด การติดเชื้อนี้หมายความว่าคุณสามารถมีชีวิตอยู่กับเชื้อไวรัสนี้ไปตลอดชีวิต หรือเป็น พาหะไวรัสตับอักเสบบี แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าเชื้อที่อยู่ในตัวคุณอาจเกิดปัญหารุนแรงกับตับเมื่อไหร่ก็ได้

ในบางกรณี ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีไม่มีอาการที่แสดง แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้ ขณะที่บางคน ก็อาจมีอาการเหมือนเป็นไข้ พร้อมกับที่ผิวหนังและดวงตากลายเป็นสีเหลือง หนทางเดียวที่จะตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีของคุณคือการตรวจเลือด

เพราะเหตุใดการติดเชื้อตับอักเสบบีจึงเป็นอันตรายรุนแรงกับทารก?

ที่จริงแล้ว การติดเชื้อตับอักเสบบีของคุณไม่มีผลกับการตั้งครรภ์หรือการคลอดของคุณ อย่างไรก็ตาม ทารกของคุณอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้ในระหว่างการคลอด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการคลอด ทั้งผ่านทางช่องคลอดแบบธรรมชาติหรือการผ่าคลอดทางหน้าท้อง

เป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก ถ้าทารกของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคตับอักเสบบี และเป็นไปได้ว่าลูกของคุณจะมีความเสี่ยงติดเชื้อแบบเรื้อรังตลอดชีวิตเพิ่มสูงถึง 90% เลยทีเดียว

ในวัยผู้ใหญ่ คนที่เป็นโรคตับอักเสบบีเรื้อรังจำนวน 1 ใน 4 จะเกิดปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรง ถ้าลูกน้อยของคุณไม่ได้รับการปกป้องจากตับอักเสบบี พวกเขาอาจต้องเผชิญกับภาวะความผิดปกติของตับ โรคตับ และ มะเร็งตับ เมื่อโตขึ้น และอาจแพร่เชื้อไปยังสมาชิกในครอบครัวคนอื่นของคุณและคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

วิธีการปกป้องทารกแรกเกิดจากโรคตับอักเสบบีทำได้อย่างไรบ้าง

ตรวจสุขภาพของคุณในระหว่างการตั้งครรภ์

หากคุณเป็นโรคตับอักเสบบีและตั้งครรภ์อยู่ แนะนำว่าควรตรวจสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคตับ การตรวจเหล่านี้จะตรวจสุขภาพตับของคุณ และจำนวนไวรัสในร่างกายด้วย ด้วยผลลัพธ์การตรวจเหล่านี้ คุณจะสามารถทราบถึงสภาวะการเจ็บป่วย และอาจได้รับยาฆ่าเชื้อไวรัสในระหว่างตั้งครรภ์ถ้าจำเป็น โดยยานี้จะสามารถลดจำนวนไวรัสในร่างกายและความเสี่ยงที่ทารกจะติดเชื้อในระหว่างการตั้งครรภ์ลง

ฉีดวัคซีนให้ลูก

เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ทารกแรกเกิดจะต้องได้รับวัคซีนต้านเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหนึ่งโดสทันทีในห้องคลอด และ Hepatitis B Immune Globulin (HBIG) หนึ่งโดสในบางกรณีด้วย ถ้าทารกแรกเกิดได้รับยาทั้งสองนี้ภายใน 12 ชั่วโมงแรกเกิด จะสามารถการป้องกันการติดเชื้อตับอักเสบบีมากกว่า 90% ไปตลอดชีวิต

ถ้าทารกแรกเกิดไม่ได้รับ HBIG ทันทีหลังเกิด คุณควรให้ทารกรับยาเมื่อมีอายุได้หนึ่งเดือน และควรได้รับโดสที่สามเมื่ออายุได้หกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการป้องกันโดยสมบูรณ์ และควรรับ
โดสเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกครั้ง โดยรับวัคซีนสำหรับเด็กวัยก่อนเข้าเรียน เมื่อมีอายุประมาณ 3 ปี 4 เดือน

อย่าเคี้ยวอาหารเพื่อป้อนบุตรของคุณ

การที่คุณแม่เคี้ยวอาหารก่อนป้อนทารก อาจเป็นสิ่งปกติสำหรับคุณแม่ทั่วไป แต่เป็นเรื่องต้องควรระวังสำหรับคุณแม่ที่เป้นโรคตับอักเสบบี เพราะในบางครั้งอาจมีเลือดที่ติดเชื้อออกในปากของคุณแม่ และอาจทำให้ลูกได้รับความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อได้

หากคุณติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และกำลังจะคลอดลูกน้อยในไม่ช้า คุณควรจะต้องทำความเข้าใจอาการป่วยของคุณ และควรต้องทราบวิธีปกป้องลูกน้อยของคุณจากการติดเชื้อนี้ และเมื่อมีข้อสงสัย ควรพบคุณหมอเพื่อขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน