กระดูกพรุน เป็นการบางลง และการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก (มวลกระดูก) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้กระดูกเปราะ บาง หรือมีโอกาสแตกหลังประสบอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยได้มากขึ้น

คำจำกัดความ

กระดูกพรุนคืออะไร

กระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นการบางลง และการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก (มวลกระดูก) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้กระดูกเปราะ บาง หรือมีโอกาสแตกหลังประสบอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยได้มากขึ้น ความสูงลดลงและอาการปวดหลังมักพบได้ทั่วไป ผู้หญิงมีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งสำหรับกระดูกพรุนหลังจากหมดประจำเดือน (วัยหมดประจำเดือน) การแตกหักของกระดูกที่สัมพันธ์กับกระดูกพรุน เกิดขึ้นได้มากที่สุดที่สะโพก ข้อมือ หรือกระดูกสันหลัง แต่กระดูกใดๆ สามารถได้รับผลกระทบได้ กระดูกที่แตกหักบางชิ้นอาจรักษาไม่หาย โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นที่สะโพก

กระดูกพรุนเป็นโรคที่ไม่มีอาการ และอาจไม่มีอาการจนกว่ากระดูกมีการแตกหัก หลายคนคิดว่ากระดูกพรุนเป็นส่วนของการสูงอายุตามธรรมชาติ และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในปัจจุบันเชื่อว่า กระดูกพรุนสามารถป้องกันได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นกระดูกพรุนอยู่แล้ว สามารถปฏิบัติตนเพื่อป้องกัน หรือชะลอการแพร่กระจายของกระดูกพรุน และลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกแตกหักในอนาคตได้

พบได้บ่อยเพียงใด

กระดูกพรุนส่งผลต่อผู้ชายและผู้หญิงได้ทุกเชื้อชาติ แต่ผู้หญิงผิวชาวและผู้หญิงเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิงสูงอายุที่ผ่านวัยหมดประจำเดือนแล้ว มีความเสี่ยงมากที่สุด คุณสามารถจำกัดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกพรุนได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของกระดูกพรุน

ไม่มีอาการที่ชัดเจนในระยะเริ่มแรก แต่เมื่อถึงเวลาแล้วจะแสดงอาการปวดหลังส่วนล่างและคอ ตัวงอ และความสูงค่อยๆ ลดลง ในกรณีอื่นๆ สัญญาณเตือนประการแรกคือการแตก (ซี่โครง ข้อมือ หรือสะโพก) กระดูกต่างๆ (กระดูกสันหลัง) ที่สันหลังอาจเสียหาย (แบนหรือถูกกดทับ) และแตก ซึ่งเป็นอาการแตกที่พบได้มากที่สุด สะโพกแตกสามารถทำให้เกิดความพิการที่มากที่สุด

อาจมีอาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณอาจต้องการปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับกระดูกพรุนหากคุณผ่านวัยหมดประจำเดือนในระยะแรก ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) เป็นเวลาหลายเดือนในครั้งหนึ่ง หรือพ่อหรือแม่ของคุณมีอาการสะโพกแตก ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของกระดูกพรุน

การสร้างกระดูกตามปกติจำเป็นต้องใช้แร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟต หากร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอจากอาหาร อาจส่งผลต่อการสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อกระดูกได้

สาเหตุหลักของกระดูกพรุน ได้แก่ อายุที่มากขึ้น ซึ่งทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (ฮอร์โมนเพศชาย) ลดลงในผู้ชาย

กระดูกอยู่ในสภาวะที่มีการสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาและกระดูกเก่าถูกทำลายลง เมื่อคุณอายุยังน้อย ร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้เร็วกว่าที่ร่างกายทำลายกระดูกเก่าลงและมีมวลกระดูกมากขึ้น คนส่วนใหญ่มีมวลกระดูกมากที่สุดในช่วงอายุ 20 ปีตอนต้น ในขณะที่มีอายุมากขึ้นนั้น มวลกระดูกสูญเสียไปอย่างรวดเร็วกว่าที่มีการสร้างขึ้น

ความเป็นไปได้ที่คุณจะเป็นกระดูกพรุนบางส่วน ขึ้นอยู่กับปริมาณมวลกระดูกที่คุณมีในวัยเด็ก ยิ่งคุณมีค่ามวลกระดูกสูงสุดมากเท่าใด คุณก็ยิ่งมีกระดูก “สะสมตัว” และมีโอกาสน้อยที่จะเป็นกระดูกพรุนเมื่อมีอายุมากขึ้น

รู้เรื่องเบื้องต้น

กระดูกพรุนคืออะไร 

กระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นการบางลง และการสูญเสียความหนาแน่นของกระดูก (มวลกระดูก) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้กระดูกเปราะ บาง หรือมีโอกาสแตกหลังประสบอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยได้มากขึ้น ความสูงลดลงและอาการปวดหลังมักพบได้ทั่วไป ผู้หญิงมีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งสำหรับกระดูกพรุนหลังจากหมดประจำเดือน (วัยหมดประจำเดือน) การแตกหักของกระดูกที่สัมพันธ์กับกระดูกพรุน เกิดขึ้นได้มากที่สุดที่สะโพก ข้อมือ หรือกระดูกสันหลัง แต่กระดูกใดๆ สามารถได้รับผลกระทบได้ กระดูกที่แตกหักบางชิ้นอาจรักษาไม่หาย โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นที่สะโพก 

กระดูกพรุนเป็นโรคที่ไม่มีอาการ และอาจไม่มีอาการจนกว่ากระดูกมีการแตกหัก หลายคนคิดว่ากระดูกพรุนเป็นส่วนของการสูงอายุตามธรรมชาติ และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในปัจจุบันเชื่อว่า กระดูกพรุนสามารถป้องกันได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นกระดูกพรุนอยู่แล้ว สามารถปฏิบัติตนเพื่อป้องกัน หรือชะลอการแพร่กระจายของกระดูกพรุน และลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกแตกหักในอนาคตได้

พบได้บ่อยเพียงใด 

กระดูกพรุนส่งผลต่อผู้ชายและผู้หญิงได้ทุกเชื้อชาติ แต่ผู้หญิงผิวชาวและผู้หญิงเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิงสูงอายุที่ผ่านวัยหมดประจำเดือนแล้ว มีความเสี่ยงมากที่สุด คุณสามารถจำกัดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกพรุนได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

รู้เรื่องอาการ

อาการของกระดูกพรุน

ไม่มีอาการที่ชัดเจนในระยะเริ่มแรก แต่เมื่อถึงเวลาแล้วจะแสดงอาการปวดหลังส่วนล่างและคอ ตัวงอ และความสูงค่อยๆ ลดลง ในกรณีอื่นๆ สัญญาณเตือนประการแรกคือการแตก (ซี่โครง ข้อมือ หรือสะโพก) กระดูกต่างๆ (กระดูกสันหลัง) ที่สันหลังอาจเสียหาย (แบนหรือถูกกดทับ) และแตก ซึ่งเป็นอาการแตกที่พบได้มากที่สุด สะโพกแตกสามารถทำให้เกิดความพิการที่มากที่สุด

อาจมีอาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์ 

ควรไปพบหมอเมื่อใด 

คุณอาจต้องการปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับกระดูกพรุนหากคุณผ่านวัยหมดประจำเดือนในระยะแรก ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) เป็นเวลาหลายเดือนในครั้งหนึ่ง หรือพ่อหรือแม่ของคุณมีอาการสะโพกแตก ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ 

รู้เรื่องสาเหตุ

สาเหตุของกระดูกพรุน

การสร้างกระดูกตามปกติจำเป็นต้องใช้แร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟต หากร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอจากอาหาร อาจส่งผลต่อการสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อกระดูกได้ 

สาเหตุหลักของกระดูกพรุน ได้แก่ อายุที่มากขึ้น ซึ่งทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (ฮอร์โมนเพศชาย) ลดลงในผู้ชาย

กระดูกอยู่ในสภาวะที่มีการสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาและกระดูกเก่าถูกทำลายลง เมื่อคุณอายุยังน้อย ร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้เร็วกว่าที่ร่างกายทำลายกระดูกเก่าลงและมีมวลกระดูกมากขึ้น คนส่วนใหญ่มีมวลกระดูกมากที่สุดในช่วงอายุ 20 ปีตอนต้น ในขณะที่มีอายุมากขึ้นนั้น มวลกระดูกสูญเสียไปอย่างรวดเร็วกว่าที่มีการสร้างขึ้น

ความเป็นไปได้ที่คุณจะเป็นกระดูกพรุนบางส่วน ขึ้นอยู่กับปริมาณมวลกระดูกที่คุณมีในวัยเด็ก ยิ่งคุณมีค่ามวลกระดูกสูงสุดมากเท่าใด คุณก็ยิ่งมีกระดูก “สะสมตัว” และมีโอกาสน้อยที่จะเป็นกระดูกพรุนเมื่อมีอายุมากขึ้น 

รู้เรื่องปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของกระดูกพรุน

ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ การมีน้ำหนักร่างกายน้อย นิสัยที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ (ไม่เคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่ออกกำลังกาย) การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ความผิดปกติเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การใช้ยาบางชนิด โรคเรื้อรังบางชนิด และการนอนติดเตียงหรือการไม่เคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน 

ปัจจัยเสี่ยงหลายประการ สามารถทำให้เกิดการสูญเสียกระดูกและกระดูกพรุนได้ คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้บางประการ และคุณสามารถเปลี่ยนแปลงบางประการได้

ปัจจัยเสี่ยงที่คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่

  • เพศ: ผู้หญิงเป็นกระดูกพรุนได้มากกว่าผู้ชาย
  • อายุ: ยิ่งมีอายุมากขึ้น ก็ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นกระดูกพรุนได้มากขึ้น
  • ขนาดร่างกาย: ผู้หญิงตัวเล็กและผอมมีความเสี่ยงมากขึ้น
  • ประวัติครอบครัว: กระดูกพรุนมีแนวโน้มที่จะถ่ายทอดในครอบครัวได้ หากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเป็นกระดูกพรุนหรือกระดูกหัก ก็มีโอกาสมากขึ้นที่คุณจะมีภาวะดังกล่าวด้วย 

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่  

  • ฮอร์โมนเพศ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ต่ำจากการขาดการมีประจำเดือน หรือภาวะหมดประจำเดือน สามารถทำให้เกิดกระดูกพรุนในผู้หญิงได้ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ต่ำสามารถทำให้เกิดกระดูกพรุนในผู้ชาย
  • โรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia nervosa) ความผิดปกติในการรับประทานอาหารนี้ สามารถทำให้เกิดกระดูกพรุนได้
  • การรับประทานแคลเซียมและวิตามินดี อาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีต่ำ ทำให้คุณมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะมีการสูญเสียกระดูก
  • การใช้ยา ยาบางชนิดเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกพรุน
  • ระดับการออกกำลังกาย การขาดการออกกำลังกาย หรือการนอนติดเตียงเป็นเวลานาน สามารถทำให้กระดูกอ่อนแอได้
  • บุหรี่ส่งผลเสียต่อกระดูก หัวใจ และปอดอีกด้วย 
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป สามารถทำให้เกิดการสูญเสียกระดูก และกระดูกหักได้

ทำความเข้าใจการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

การวินิจฉัยกระดูกพรุน 

การตรวจความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจสุขภาพของกระดูก ในระหว่างการตรวจที่ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บนี้ คุณจะนอนลงบนโต๊ะที่ติดตั้งแผ่นวางในขณะที่เครื่องสแกนเคลื่อนผ่านเหนือร่างกาย ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว มีการตรวจกระดูกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งมักเป็นกระดูกในสะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง

การรักษากระดูกพรุน

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักได้ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ได้แก่ การออกกำลังกายยกน้ำหนักและสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นประจำ การเลิกสูบบุหรี่ การจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการได้รับแคลเซียมที่เพียงพอ (อย่างน้อย 1200 มก./วัน) และวิตามินดี (อย่างน้อย 800 หน่วยสากล/วัน) ในอาหาร อาหารเสริมแคลเซียมอาจเพิ่มปริมาณแคลเซียมในร่างกายได้โดยมีวิตามินดีที่ใช้เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ การรักษามุ่งเน้นที่การชะลอ หรือการหยุดการสูญเสียกระดูก และมุ่งเน้นที่การป้องกันไม่ให้เกิดกระดูกหัก โดยการลดความเสี่ยงในการหกล้มให้น้อยที่สุด

ยาชนิดต่างๆ ซึ่งได้แก่ ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต (bisphosphonates) เช่น ยาอาเล็นโดรเนต (alendronate) และมีการใช้อาหารเสริมแคลเซียมและวิตามินดีที่เพียงพอด้วยเช่นกัน

โปรแกรมการรักษาที่ครอบคลุม เป็นการมุ่งเน้นโภชนาการที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการป้องกันการหกล้ม ที่อาจทำให้เกิดกระดูกหักได้ แพทย์ที่ทำการรักษายังอาจสั่งยาชนิดหนึ่งที่เผยว่า สามารถลดหรือหยุดการสูญเสียกระดูก หรือสามารถสร้างกระดูกขึ้นใหม่ เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักได้

  • โภชนาการ: อาหารที่เรารับประทานมีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆ ที่สำคัญที่หลากหลายที่ช่วยทำให้ร่งกายมีสุขภาพดีได้ สารอาหารเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสิ่งจำเป็นในสัดส่วนที่สมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แคลเซียมและวิตามินดี เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกระดูกที่แข็งแรง
  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายเป้นองค์ประกอบที่สำคัญประการหนึ่งในการป้องกันกระดูกพรุนและโปรแกรมการรักษา การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ทำให้สุขภาพกระดูกดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความแข็งแรง การประสานงานกัน และความสมดุลของกล้ามเนื้อ และทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นกระดูกพรุน แต่ไม่ควรลงแรงที่กะทันหันหรือมากเกินไปใดๆ ที่กระดูก
  • การใช้ยารักษา: ยาหลายชนิดมีไว้สำหรับการป้องกันและ/หรือการรักษากระดูกพรุน ซึ่งได้แก่ ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต (bisphosphonates) ยากลุ่ม estrogen agonists/antagonists, ยาแคลซิโทนิน (calcitonin) ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (parathyroid hormone) ยาฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen therapy) ยาฮอร์โมน (hormone therapy)

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการกระดูกพรุน 

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้ อาจช่วยจัดการกระดูกพรุนได้ 

  • เข้ารับการตรวจตามการนัดหมายของแพทย์สำหรับการเฝ้าระวังอาการต่างๆ รวมทั้งภาวะสุขภาพของคุณอีกด้วย
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ห้ามใช้ยาที่แพทย์ไม่ได้สั่งหรือลืมใช้ยา
  • ปรึกษานักกายภาพบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูร่างกายสำหรับการออกกำลังกายเพื่อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
  • รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดี ให้ปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่ประกอบด้วยอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม ปลา ถั่ว และผักสีเขียว
  • ไม่สูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก การบริโภคมากกว่าสองหน่วยต่อวัน อาจลดการสร้างกระดูกได้ การอยู่ใต้การควบคุมยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มได้อีกด้วย 
  • ป้องกันการหกล้ม ให้สวมใส่รองเท้าที่มีส้นเตี้ยโดยมีแผ่นรองฝ่าเท้ากันลื่น และให้ตรวจตราในบ้านเพื่อหาสายไฟฟ้า พรม และพื้นผิวที่ลื่นที่อาจทำให้คุณสะดุดหรือหกล้มได้ ให้เปิดไฟห้องให้สว่าง ติดตั้งราวสำหรับจับภายในและภายนอกประตูบริเวณที่อาบน้ำ และให้ระมัดระวังว่าสามารถเข้าและออกจากห้องนอนได้โดยง่าย  

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด 

แหล่งที่มา

Review Date: กุมภาพันธ์ 3, 2019 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 3, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย