เครดิตภาพ: Propublica.org

การฟอกไตคืออะไร

การฟอกไต (Kidney Dialysis) เป็นตัวช่วยในการช่วยให้ไตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อไตซึ่งป็นอวัยวะคู่หนึ่งของร่างกาย ที่แต่ละข้างมีขนาดเท่ากับกำปั้น อยู่ในบริเวณด้านข้างของกระดูกสันหลัง ทำหน้าที่ฟอกเลือดของคุณ โดยการกำจัดของเสียและของเหลวที่เกินความจำเป็นจากร่างกาย เมื่อไตทำงานได้ไม่ดีการฟอกเลือดก็จะเป็นการทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า “การฟอกไต”

 

รูปแบบของการฟอกไตมีอะไรบ้าง

  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยใช้สายส่งเลือดเข้าไปทำการฟอกไต
  • การฟอกไตทางช่องท้อง การกรองเลือดในร่างกาย หลังจากใส่สายทางช่องท้องด้วยน้ำยาล้างไตชนิดที่สะอาดเป็นพิเศษ

ปัจจุบันมีคนจำนวนมาก (และมากขึ้นเรื่อยๆ) ทั่วโลกทั้งผู้ชายและผู้หญิงเผชิญกับโรคไต ซึ่งจำเป็นต้องใช้การฟอกไต

 

ทำไมการฟอกไตจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ

ถ้าไตของคุณทำงานได้ไม่ดี ยกตัวอย่างเช่น คุณมีโรคไตเรื้อรังที่มีอาการต่อเนื่อง (ภาวะไตวาย) ไตอาจไม่สามารถที่จะทำความสะอาดเลือดได้อย่างสมบูรณ์ และผลผลิตของเสียซึ่งเป็นของเหลวสามารถสะสมในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดอาการไม่ดีต่างๆมากมาย และท้ายที่สุดก็อาจมีอันตรายถึงชีวิต

การฟอกไตจึงช่วยกรองสารที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย และของเหลวที่ร่างกายไม่ต้องการจากเลือด ก่อนที่อาการนี้จะเกิดขึ้น

แพทย์จะช่วยตัดสินใจว่าเมื่อใดคุณควรเริ่มการฟอกไต รวมถึง

  • สุขภาพโดยรวมของคุณ
  • การทำงานของไต
  • สัญญาณและอาการต่างๆ
  • คุณภาพชีวิต
  • รสนิยมส่วนบุคคล

คุณอาจได้รับสัญญาณและอาการของโรคไตวาย(Uremia) เช่น วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียน อาการบวมและอ่อนเพลีย แพทย์จะใช้การประเมินอัตราการกรองของไต เพื่อวัดระดับการทำงานของไต การประเมินอัตราการกรองของไตเป็นการคำนวณโดยใช้ผลการตรวจเลือดดูค่า Creatinine (ค่าของเสียที่เกิดจากกล้ามเนื้อและถูกขับออกทางไต) เพศ อายุ และปัจจัยอื่นๆ

 

อะไรคือปัจจัยเสี่ยงของการฟอกไต

ขณะที่การฟอกไตทางช่องท้องและการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เป็นการรักษาที่สามารถยืดชีวิตคุณได้ แต่ทั้งสองวิธีนั้นก็มีความเสี่ยงเสมอ

การฟอกไตทางช่องท้องทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อภายใน หรือในบริเวณที่สอดสายเข้าไปในช่องท้อง ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถเจอกับภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ เกิดการติดเชื้อของเยื่อบุผิวชั้นในผนังช่องท้อง หลังจากสอดสายใส่เข้าในช่องท้อง รวมถึงความเสี่ยงต่อไปนี้

  • กล้ามเนื้อในช่องท้องไม่แข็งแรง
  • น้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากได้รับเดกซ์โทรสในการฟอกไต โดยของเหลวไหลผ่านไปในเยื่อบุผิวชั้นในระหว่างการฟอกไต
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม มีความเสี่ยงเฉพาะอย่าง รวมถึง

  • ความดันโลหิตต่ำ
  • โรคโลหิตจาง หรือมีเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ
  • ตะคริว
  • นอนไม่หลับ
  • คันตามผิวหนัง
  • ระดับโปแตสเซียมในเลือดสูง
  • ซึมเศร้า
  • เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อของเยื่อบุผิวบริเวณหัวใจ

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อยู่ระหว่างการฟอกไตทางช่องท้องหรือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ควรแจ้งให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพทำการรักษาทันที สำหรับผู้ป่วยผู้ซึ่งผ่านการรักษาโดยใช้การฟอกไตมาเป็นระยะเวลานาน เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงทางด้านพยาธิสภาพอื่น ๆมาขึ้นด้วย รวมถึงอาการอะไมลอยด์โตซิส ซึ่งโรคนี้สามารถเกิดขึ้นเมื่อโปรตีนอะไมลอยด์ถูกสร้างในไขกระดูกถูกส่งมายัง ตับ ไต หัวใจ และส่วนอื่นของร่างกาย

คุณจำเป็นต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงและโรคแทรกซ้อนก่อนที่จะทำการผ่าตัดนี้

หากคุณมีข้อสงสัยโปรดปรึกษาหมอเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

 

ควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการฟอกไต

การเตรียมตัวสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ควรเริ่มที่หลายสัปดาห์จนถึง 1 เดือนก่อนทำการฟอกไตเป็นครั้งแรก

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างการฟอกไต?

การฟอกไตเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการประทังชีวิตผู้ป่วยให้มีชีวิตรอด ซึ่งใช้เครื่องมือพิเศษที่ช่วยฟอกของเสียที่เป็นอันตราย เกลือ และของเหลวส่วนเกินที่ได้จากเลือด การฟอกไตด้วยวิธีนี้จะช่วยฟื้นฟูเลือดให้เป็นปกติ และรักษาสมดุลในเลือดด้วย การฟอกเลือดช่วยทดแทนหน้าที่หลักของไตได้

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็นรูปแบบทั่วไปของการฟอกเลือด โดยใช้ไตเทียม เป็นที่รู้จักกันว่าคือตัวฟอก เพื่อกำจัดของเสียและสารเคมีจากเลือด

เพื่อให้เป็นการง่ายสำหรับวิธีเข้าไปในกระแสเลือดนั้น ศัลย์แพทย์จะทำการเจาะหลอดเลือด เพื่อช่วยให้เลือดจำนวนมากผ่านได้ โดยไหลเวียนไปทั่วร่างกายระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ซึ่งหมายถึงเลือดจำนวนเพิ่มขึ้นสามารถผ่านการกรองและฟอกให้สะอาดได้

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมโดยทั่วไปแล้วใช้เวลาทำอยู่ที่ 3-5 ชั่วโมง และการรักษาด้วยวิธีนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการรักษา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมสามารถทำให้เสร็จรวดเร็วได้ เมื่อทำการฟอกเลือดด้วยวิธีนี้เป็นประจำ

ส่วนใหญ่การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ต้องทำให้เสร็จในโรงพยาบาล ที่ทำงานของแพทย์ หรือศูนย์ฟอกไต

ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกาย และปริมาณของเสียในร่างกายของคุณ

การฟอกไตทางช่องท้อง

การฟอกไตทางช่องท้องมีความเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดเพื่อสอดสายไปในบริเวณช่องท้อง ซึ่งในขณะนั้นน้ำยาฟอกจะดึงของเสียออกจากกระแสเลือด แล้วระบายออกจากช่องท้อง

รูปแบบการฟอกไตทางช่องท้องมีมากมายหลายแบบ แต่ที่นิยมกันมากคือ

  • การล้างทางหน้าท้องอย่างถาวร
  • การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง

ในการล้างไตทางช่องท้องอย่างถาวร คือการใส่น้ำยาและระบายน้ำยา 3 ครั้งต่อวัน

การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง เป็นวิธีที่ใช้เครื่องล้างไตเพื่อหมุนเวียนของเหลวเข้า-ออกจากทางช่องท้อง โดยปกติจะทำให้เสร็จในช่วงเวลากลางคืนขณะนอนหลับ การฟอกไตทางช่องท้องสามารถทำได้เองที่บ้าน คุณจะได้รับคำแนะนำวิธีการทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หากคุณมีคำถามหรือข้อกังวลใจโปรดปรึกษากับแพทย์หรือศัลย์แพทย์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

 

การพักฟื้นและฟื้นฟูร่างกาย

หากคุณหยุดการฟอกไต ไตคุณจะวายอย่างต่อเนื่อง คุณจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าขาดกลไกการทำหน้าที่ของไตอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ยกเว้นว่าคุณจะได้รับการปลูกถ่ายไต ถ้าไม่มีการปลูกถ่ายไต คุณก็จำเป็นจะต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต

คุณอาจต้องการคำปรึกษาจากนักโภชนาการ เพื่อปรับความเหมาะสมให้อาหารที่รับประทานเป็นประจำทุกวันสามารถเพิ่มพลังงานในร่างกายได้

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยได้เช่นกัน ถ้าคุณรู้สึกอ่อนเพลียในช่วงของการฟอกไต การเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายก็อาจเป็นเรื่องยาก แต่หากคุณมีความมุ่งมั่นพยายาม การออกกำลังกายก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายเมื่อวันเวลาผ่านไป

การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (แบบเบาๆไปจนถึงปานกลาง) เช่น การปั่นจักรยาน วิ่ง เดิน หรือว่ายน้ำ เป็นวิธีที่ดีที่สุด แพทย์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดได้

น้ำหนักเพิ่มขึ้นอาจเป็นอาการแทรกซ้อนของการฟอกไตทางช่องท้อง ถ้าคุณกังวลใจว่าคุณมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น คุณควรปรึกษาทีมฟอกไต ซึ่งสามารถให้คำแนะนำด้านโภชนาการในแต่ละวัน และทำแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคุณ

หลีกเลี่ยงควบคุมอาหารเพื่อทำให้น้ำหนักตัวลดลง เนื่องจากมีรายงานว่า รูปแบบการลดน้ำหนักในระยะเวลาอันรวดเร็วนั้น อาจทำให้สารเคมีในร่างกายเกิดความแปรปรวน และทำให้เกิดปัญหากับไตได้

มีอาการแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

ทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการฟอกไตผ่านทางช่องท้องทำให้เกิดผลข้างเคียงทั้งนั้น

โดยทั่วไปจะรู้สึกอ่อนเพลีย ซึ่งความอ่อนเพลียนั้นอาจส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆคือ

  • สูญเสียการทำงานอันเป็นปกติของไต
  • การฟอกไตอาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย
  • ขาดสารอาหารจากการฟอกไต

ผลข้างเคียงของการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมีดังนี้

  • ความดันเลือดต่ำ
  • ติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ไข้ขึ้น 38 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านั้น
  • เป็นตะคริว
  • คันตามผิวหนัง
  • นอนหลับยาก (โรคนอนไม่หลับ) หรือหลับค้าง
  • ปวดกระดูกและข้อ
  • ความรู้สึกต้องการทางเพศหายไป และหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • ปากแห้ง
  • รู้สึกวิตกกังวล

 

ผลข้างเคียงของการฟอกไตทางช่องท้อง

  • เกิดการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุช่องท้อง(เยื่อบุช่องท้องอักสบ)
  • ไส้เลื่อน
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด 

Review Date: กรกฎาคม 20, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย