ความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ความดันโลหิตสูง เกิดจากการที่เลือดไหลผ่านหลอดเลือด (arteries) ในความดันที่สูงกว่าปกติ ค่าความดันเลือดของคุณมักมีค่า 140 เหนือ 90 หรือสูงกว่าเป็นเวลาหลายสัปดาห์

คำจำกัดความ

ความดันโลหิตสูงคืออะไร

ความดันโลหิตสูง (High blood pressure) เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป เกิดจากการที่เลือดไหลผ่านหลอดเลือด (arteries) ในความดันที่สูงกว่าปกติ ค่าความดันเลือดของคุณมักมีค่า 140 เหนือ 90 หรือสูงกว่าเป็นเวลาหลายสัปดาห์

พบได้บ่อยเพียงใด

ความดันโลหิตสูงสามารถส่งผลต่อคนทุกวัย ความดันโลหิตสูงสามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการโรคความดันโลหิตสูง

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการใดๆ และรู้สึกปกติดี คนส่วนใหญ่รู้ตัวว่ามีภาวะนี้ เมื่อไปตรวจร่างกายกับแพทย์ตามปกติ อย่างไรก็ดี อาการของความดันโลหิตสูงที่รุนแรงมาก ได้แก่ อาการปวดศีรษะมากและ/หรือการมองเห็นไม่ชัด

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ให้เข้ารับการรักษาทันที หากคุณมีอาการเหล่านี้

สาเหตุ

สาเหตุของความดันโลหิตสูง

สาเหตุที่แน่ชัดของความดันโลหิตสูงยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังต่อไปนี้มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง

  • อายุที่มากขึ้น
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย หรือมากกว่า 1 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง
  • การบริโภคโซเดียมในปริมาณมาก (เกลือ)
  • การมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน
  • มีความเครียดมาก
  • การรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมในปริมาณต่ำ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง

มีความเสี่ยงสำหรับโรคความดันโลหิตสูงหลายประการ เช่น

  • มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิตสูง
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • เชื้อชาติ: ชาวแอฟริกันอเมริกันมีโอกาสมากกว่าที่จะเป็นความดันโลหิตสูง
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) และการหายใจผิดปกติในการนอนหลับ (sleep-disordered breathing)
  • การใช้ยาแก้ปวดเป็นเวลานาน เช่น ยาแก้ปวดแบบไม่มีสเตียรอยด์ หรือ NSAID ตัวอย่างเช่น ยาเนพรอกเซน (naproxen) เช่น ยา Aleve หรือยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เช่น ยา Motrin หรือยา Advil หรือยา COX-2 inhibitors เช่น ยาเซเลโคซิบ (celecoxib) หรือยาเซเลเบร็กซ์ (Celebrex)

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยความดันโลหิตสูง

คุณอาจได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต ค่าความดันโลหิตมีการวัดโดยใช้ปลอกแขนวัดความดันโลหิต หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า เครื่องวัดความดันโลหิต (sphygmomanometer) โดยจะพันปลอกแขนที่พองลมได้ที่รอบแขนส่วนบน และบีบลมเพื่อให้มีความดันสูงกว่าค่าความดันซิสโตลิคของคุณ เมื่อปล่อยลมออกจากปลอกแขน เสียงแรกจะบ่งชี้ค่าความดันซิสโตลิค (systolic blood pressure) เมื่อเสียงหายไป จะเป็นค่าความดันไดแอสโตลิค (diastolic blood pressure) หากค่าความดันโลหิต ของคุณมีค่าสูง จำเป็นต้องมาพบหมอเพื่อติดตามอาการ และยืนยันอาการของคุณ

โปรดระลึกไว้ว่าผู้ป่วยบางรายอาจมีความดันโลหิตสูงเมื่ออยู่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น เรียกว่าเป็นความดันโลหิตสูงไวท์โค้ต (white-coat hypertension) แพทย์อาจสั่งให้คุณวัดความดันโลหิตที่บ้าน เพื่อป้องกันอาการดังกล่าว

การรักษาความดันโลหิตสูง

จากอาการของร่างกายของคุณ แพทย์จะแนะนำแผนการรักษาต่างๆ ซึ่งได้แก่ การใช้ยา การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และตัวช่วยอื่นๆ

  • การใช้ยา ตัวเลือกการใช้ยา ได้แก่ ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE inhibitors ยากลุ่มแองจิโอเทนซิน ทู รีเซ็ปเตอร์ บล็อกเกอร์ (Angiotensin II receptor blocker) หรือ ARB ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker) ยากลุ่มแคลเซียมแชนเนลล็อกเกอร์ (Calcium channel blocker) และยากลุ่มไดเร็ค เรนิน อินฮิบิเตอร์ (Direct renin inhibitor) ยาชนิดอื่นๆ สำหรับรักษาความดันโลหิตสูง ได้แก่ ยากลุ่มอัลฟ่าบล้อกเกอร์ (Alpha-blocker) และยาขยายหลอดเลือด (vasodilators) แพทย์มักจะเลือกใช้ขนาดยาในปริมาณต่ำก่อน หากไม่ได้ผล สามารถเพิ่มขนาดยา หรือใช้ยาร่วมกันได้
  • การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และมีกำหนดการออกกำลังกาย
  • ตัวช่วยอื่นๆ การฝังเข็ม เครื่องมือตรวจความสมดุลของร่างกาย (biofeedback) การหายใจโดยใช้อุปกรณ์ช่วย (device-guided breathing) การทำสมาธิ การจัดการความเครียด และการผ่อนคลาย และการเล่นโยคะ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือความดันโลหิตสูง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยคุณรับมือกับโรคความดันโลหิตสูงได้

  • อาหารที่มีประโยชน์ เลือกอาหารที่มีประโยชน์ที่เป็นธัญพืชเต็มเมล็ด ผลไม้ ผัก อาหารที่มีไขมันต่ำ และเนื้อสัตว์ไร้ไขมัน ให้จำกัดการบริโภคโซเดียม ไขมัน และน้ำมัน
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พยายามออกกำลังกายที่ใช้แรงทุกวัน เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน
  • มองโลกในแง่ดี เพื่อขจัดความเครียด
  • ตรวจร่างกายเป็นประจำ จับตาดูความดันโลหิตของคุณที่บ้าน และเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเป็นประจำ การตรวจร่างกายอย่างเต็มรูปแบบสามารถช่วยระบุความเสี่ยงได้โดยเร็วและแม่นยำ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มีนาคม 26, 2019 | Last Modified: มีนาคม 26, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน