ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน ป็นโรคใดๆ ก็ตามที่ส่งผลกระทบ รบกวน หรือเกี่ยวข้องกับการนอนหลับ เช่น หยุดหายใจขณะหลับ นอนไม่หลับ หรือละเมอ เป็นต้น

คำจำกัดความ

ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนคืออะไร

ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน (Sleep Disorder) เป็นโรคใดๆ ก็ตามที่ส่งผลกระทบ รบกวน หรือเกี่ยวข้องกับการนอนหลับ แบ่งออกเป็น 8 ประเภทต่างกัน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (obstructive sleep apnea) โรคนอนไม่หลับ (insomnia) พฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ (parasomnia) อย่างการละเมอ เป็นต้น

ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนพบบ่อยแค่ไหน

โรคนี้เกิดขึ้นทั่วไป มีผู้ป่วยประมาณ 70 ล้านคนในทุกช่วงอายุที่ประสบกับโรคชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

อาการของโรคเกี่ยวกับการนอนหลับมีหลากหลายอาการ ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค อาการหลักที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ละเมอ กรน นอนไม่หลับ ขาอยู่ไม่สุข โรคลมหลับ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น ดังนั้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ ควรปรึกษาแพทย์

ควรพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุไว้ข้างต้น ประสบกับปัญหาการนอน หรือมีคำถาม ควรปรึกษาแพทย์ การเข้าพบหมอเพื่อพูดคุยถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอาการโรคเกี่ยวกับการนอนเรื้อรัง ส่งผลเสียต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน และสุขภาพทั้งกายและใจ

สาเหตุ

สาเหตุของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

ปัญหาเกี่ยวกับการนอนอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ปัญหาทางกายภาพ (เช่น เจ็บปวดจากบาดแผล)
  • ปัญหาสุขภาพ (เช่น โรคหอบหืด)
  • การใช้สารเสพติดและยาต่างๆ เช่น คาเฟอีน ยาต้านอาการซึมเศร้า ยากระตุ้น
  • โรคทางจิต (เช่น ซึมเศร้า และวิตกกังวล)
  • ปัญหาทางสภาพแวดล้อม( เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป)

ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจรบกวนการนอนหลับได้ อย่างเช่น พันธุกรรม การทำงานช่วงกลางคืน การใช้ยาและอายุที่เพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่ทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน เช่น โรคอ้วน ขนาดรอบคอ เนื้อเยื่อของจมูก ปาก หรือลำคอขยายใหญ่ขึ้น กระดูกผิดรูป การใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ การนอนราบหนุนหมอน การสูบบุหรี่ นิสัยการนอนที่ไม่ดี โรคเกี่ยวกับระบบฮอร์โมน

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

แพทย์จะตรวจร่างกายและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการและประวัติการรักษาต่างๆ อาจสั่งให้มีการตรวจทดสอบ ได้แก่

  • การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography) เป็นการตรวจเพื่อวัดระดับออกซิเจน การเคลื่อนไหวของร่างกาย และคลื่นสมองเพื่อประเมินระดับการรบกวนการนอนหลับ
  • การบันทึกคลื่นไฟฟ้าในสมอง (Electroencephalogram) เป็นการทดสอบเพื่อวัดคลื่นไฟฟ้าในสมองและตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้า
  • การตรวจเลือดทางพันธุกรรม (Genetic blood testing) มักใช้กับการวินิจฉัยโรคลมหลับ (narcolepsy) และอาการแฝงอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ

การรักษาความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

แพทย์อาจใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทและสาเหตุของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป แพทย์จะใช้การรักษาร่วมระหว่างการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

Know the basics

ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนคืออะไร

ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน (Sleep Disorder) เป็นโรคใดๆ ก็ตามที่ส่งผลกระทบ รบกวน หรือเกี่ยวข้องกับการนอนหลับ แบ่งออกเป็น 8 ประเภทต่างกัน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (obstructive sleep apnea) โรคนอนไม่หลับ (insomnia) พฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ (parasomnia) อย่างการละเมอ เป็นต้น 

ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนพบบ่อยแค่ไหน 

โรคนี้เกิดขึ้นทั่วไป มีผู้ป่วยประมาณ 70 ล้านคนในทุกช่วงอายุที่ประสบกับโรคชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

Know the symptoms

อาการของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

อาการของโรคเกี่ยวกับการนอนหลับมีหลากหลายอาการ ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค อาการหลักที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ ละเมอ กรน นอนไม่หลับ ขาอยู่ไม่สุข โรคลมหลับ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น ดังนั้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ ควรปรึกษาแพทย์  

ควรพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุไว้ข้างต้น ประสบกับปัญหาการนอน หรือมีคำถาม ควรปรึกษาแพทย์ การเข้าพบหมอเพื่อพูดคุยถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอาการโรคเกี่ยวกับการนอนเรื้อรัง ส่งผลเสียต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน และสุขภาพทั้งกายและใจ

Know the causes

สาเหตุของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

ปัญหาเกี่ยวกับการนอนอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ปัญหาทางกายภาพ (เช่น เจ็บปวดจากบาดแผล) 
  • ปัญหาสุขภาพ (เช่น โรคหอบหืด)
  • การใช้สารเสพติดและยาต่างๆ เช่น คาเฟอีน ยาต้านอาการซึมเศร้า ยากระตุ้น 
  • โรคทางจิต (เช่น ซึมเศร้า และวิตกกังวล)
  • ปัญหาทางสภาพแวดล้อม( เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป)

ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจรบกวนการนอนหลับได้ อย่างเช่น พันธุกรรม การทำงานช่วงกลางคืน การใช้ยาและอายุที่เพิ่มมากขึ้น

Know the risk factors

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่ทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน เช่น โรคอ้วน ขนาดรอบคอ เนื้อเยื่อของจมูก ปาก หรือลำคอขยายใหญ่ขึ้น กระดูกผิดรูป การใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ การนอนราบหนุนหมอน การสูบบุหรี่ นิสัยการนอนที่ไม่ดี โรคเกี่ยวกับระบบฮอร์โมน

Understand the diagnosis & treatment

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

การวินิจฉัยความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

แพทย์จะตรวจร่างกายและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการและประวัติการรักษาต่างๆ อาจสั่งให้มีการตรวจทดสอบ ได้แก่

  • การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography) เป็นการตรวจเพื่อวัดระดับออกซิเจน การเคลื่อนไหวของร่างกาย และคลื่นสมองเพื่อประเมินระดับการรบกวนการนอนหลับ 
  • การบันทึกคลื่นไฟฟ้าในสมอง (Electroencephalogram) เป็นการทดสอบเพื่อวัดคลื่นไฟฟ้าในสมองและตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้า
  • การตรวจเลือดทางพันธุกรรม (Genetic blood testing) มักใช้กับการวินิจฉัยโรคลมหลับ (narcolepsy) และอาการแฝงอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ  

การรักษาความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

แพทย์อาจใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทและสาเหตุของความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป แพทย์จะใช้การรักษาร่วมระหว่างการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไล์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่อาจช่วยจัดการความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเยียวยาตนเอง ที่อาจช่วยรับมือกับความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน ได้แก่

  • เพิ่มผักและปลาในมื้ออาหารและลดปริมาณน้ำตาล
  • ลดความเครียดและความกังวลโดยการออกกำลังกาย
  • เข้านอนตามเวลาที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำให้น้อยลงก่อนเข้านอน
  • จำกัดการดื่มคาเฟอีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงบ่ายแก่หรือเย็น 
  • ลดการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • รับประทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลงก่อนเข้านอน

หากคุณมีคำถาม ควรปรึกษาแพทย์สำหรับการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ  

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด 

Review Date: กุมภาพันธ์ 15, 2019 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 15, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย