ตับแข็งจากแอลกอฮอล์  คือแผลเป็นในตับที่เกิดจากพัฒนาของเนื้อเยื่อพังผืดเพื่อมาแทนที่เซลล์ตับที่เสียหายไป โรคตับแข็งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

คำจำกัดความ

ตับแข็งจากแอลกอฮอล์คืออะไร

ภาวะตับแข็งจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic liver cirrhosis) คือแผลเป็นในตับที่เกิดจากพัฒนาของเนื้อเยื่อพังผืดเพื่อมาแทนที่เซลล์ตับที่เสียหายไป โรคตับแข็งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้จะหยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วก็ตาม

โรคตับแข็งพบบ่อยเพียงใด

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของตับแข็งจากแอลกอฮอล์

ผู้ป่วยโรคตับแข็งในระยะเริ่มแรกอาจไม่มีอาการและมีผลเลือดปกติ แต่ในบางครั้งอาจมีอาการตับหรือม้ามโต อาการตับแข็งขั้นรุนแรงอาจมีอาการ สูญเสียกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย อะนอเร็กเซียหรืออาการคลั่งผอม คลื่นไส้ น้ำหนักลด และมีอาการคัน ตับมักไม่มีขนาดโตขึ้นหรืออาจมีขนาดเล็กลงกว่าปกติเนื่อจากมีพังผืดที่เกิดขึ้นจากภาวะตับแข็ง

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปหาแพทย์เมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของตับแข็งจากแอลกอฮอล์

ความเสียหายของตับจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นประจำ จนทำให้เกิดภาวะตับแข็ง เมื่อเนื้อเยื่อตับเริ่มเกิดแผลเป็น ตับไม่สามารถทำงานได้ดีเช่นปกติ ดังนั้น ร่างกายจึงไม่สามารถสังเคราะห์โปรตีนที่เพียงพอ หรือกรองสารพิษออกจากเลือดได้อย่างที่ควรจะเป็น ภาวะตับแข็งเกิดจากสาเหตุหลายประการ อย่างไรก็ดี ภาวะตับแข็งจากแอลกอฮอล์สัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของตับแข็งจากแอลกอฮอล์

ปัจจัยความเสี่ยงสำหรับภาวะตับแข็งจากแอลกอฮอล์มีหลายประการ เช่น

  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 5 แก้วมาตรฐานต่อวันสำหรับผู้ชายหรือมากกว่า 1.5 แก้วสำหรับผู้หญิง ผู้มี่ดื่มเป็นประจำ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีหรือมากกว่า จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดตับแข็งร้อยละ 6-41 (โดยขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ)
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะท้องว่าง
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน
  • การสูบบุหรี่

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยตับแข็งจากแอลกอฮอล์

แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะตับแข็งจากแอลกอฮอล์โดยเริ่มจากการตรวจประวัติสุขภาพและประวัติการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ จะมีการทดสอบบางประการที่อย่างที่สามารถยืนยันอาการตับแข็งได้ โดยผลการทดสอบดังกล่าวอาจแสดงให้เห็นภาวะดังต่อไปนี้

  • โลหิตจาง ระดับเลือดต่ำจากปริมาณธาตุเหล็กน้อยเกินไป
  • ระดับแอมโมเนียในเลือดสูง
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • ปริมาณเม็ดเลือดขาวสูง
  • เนื้อเยื่อตับเสื่อมสภาพ เมื่อนำตัวอย่างเนื้อเยื่อตับมาตรวจและศึกษาในห้องปฏิบัติการ
  • ค่าเอนไซม์ชนิด aspartate aminotransferase (ast) จะมีค่าสูงกว่าระดับของเอนไซม์ตับชนิด alanine aminotransferase (alt) สองเท่า
  • ระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ
  • ระดับโซเดียมในเลือดต่ำ
  • มีภาวะความดันโลหิตสูงในระบบหลอดเลือดดำของตับ

นอกจากนี้ แพทย์ยังสามารถตรวจหาอาการอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อตับที่ทำให้อาการตับแข็งรุนแรงขึ้นอีกด้วย

การรักษาตับแข็งจากแอลกออฮอล์

แพทย์สามารถรักษาโรคตับบางชนิด แต่โรคตับแข็งจากแอลกอฮอล์มักไม่สามารถรักษาได้ อย่างไรก็ดี แพทย์สามารถแนะนำการรักษาที่อาจชะลอการลุกลามของโรคและบรรเทาอาการ

ขั้นตอนแรกในการรักษาคือการช่วยให้ผู้ป่วยหยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่เป็นตับแข็งจากแอลกอฮอล์มักเสพติดแอลกอฮอล์จนอาจมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงต่อสุขภาพ หากพยายามเลิกดื่มเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ทางที่ดีควรให้แพทย์แนะนำโรงพยาบาลหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาอื่นๆ ที่แพทย์อาจใช้กับผู้ป่วยโรคตับแข็ง ได้แก่

  • การใช้ยา: ยาอื่นๆ ที่แพทย์อาจสั่งให้ใช้ ได้แก่ ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) ยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium channel blockers) อินซูลิน อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ และยา S-adenosyl-L-methionine (SAMe)
  • การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการได้
  • การรับประทานโปรตีนเสริม: ผู้ป่วยมักจำเป็นต้องได้รับโปรตีนเสริมในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง
  • การปลูกถ่ายตับ: ผู้ป่วยต้องเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลาอย่างน้อยหกเดือนก่อนเข้ารับการปลูกถ่ายตับ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับภาวะตับแข็งจากแอลกอฮอล์

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้จะช่วยให้รับมือกับภาวะตับแข็งจากแอลกอฮอล์ได้

  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าอาการตับแข็งของคุณเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรังหรือโรคอื่นๆ ให้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะอาจทำให้ตับเสียหายได้มากขึ้น
  • ควรรับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ เกลือในปริมาณมากเกินไปทำให้ร่างกายมีอาการคั่งน้ำ และทำให้อาการบวมในช่องท้องและขามีอาการแย่ลง ควรใช้สมุนไพรสำหรับปรุงรสชาติอาหารแทนการใช้เกลือ และเลือกอาหารสำเร็จรูปที่มีโซเดียมต่ำ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาการตับแข็งทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการและสูญเสียกล้ามเนื้อ การป้องกันที่ดีที่สุดต่อการเกิดภาวะตับแข็งคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเน้นผลไม้และผักที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องได้รับโปรตีน ซึ่งอาจขัดแย้งกับข้อแนะนำดั้งเดิมที่ให้จำกัดกลุ่มอาหารนี้หากเป็นตับแข็ง อย่างไรก็ตาม ควรเลือกโปรตีนไขมันต่ำ เช่น ถั่ว สัตว์ปีก หรือปลา และควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลดิบ
  • หลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ภาวะตับแข็งทำให้ร่างกายต้านการติดเชื้อได้น้อยลง ควรป้องกันการติดเชื้อใดๆ ด้วยการล้างมือบ่อยๆ นอกจากนี้ ควรเข้ารับวัคซีนตับอักเสบเอและบี ไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมด้วย
  • ใช้ยาที่ซื้อเองอย่างระมัดระวัง ภาวะตับแข็งทำให้ตับอ่อนไหวต่อการใช้ยา ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาใดๆ รวมทั้งยาที่ซื้อมาใช้เองและควรหลีกเลี่ยงยาบางชนิด เช่น แอสไพรินและไอบูโพรเฟน อย่างแอดวิล (Advil) มอทริน ไอบี (Motrin IB) และอื่นๆ หากตับได้รับความเสียหาย แพทย์อาจแนะนำให้ลดปริมาณการใช้ยาอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) อย่างไทลีนอล (Tylenol) และอื่น ๆ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

 

Review Date: ธันวาคม 24, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 24, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย