คำจำกัดความ

ต่อมทอนซิลโตคืออะไร

ต่อมทอนซิลโต (Tonsillar Hypertrophy) คือการที่เนื้อเยื่อทอนซิล (Tonsillar) มีขนาดโตขึ้นอย่างผิดปกติ อาการต่อมทอนซิลโตที่รุนแรงนั้นส่งผลให้มีอาการบวมและหายใจลำบาก ถ้าหากเนื้อเยื่อทอนซิลนี้มีขนาดใหญ่อย่างเรื้อรัง คุณหมออาจแนะนำให้ผ่าตัดต่อมทอนซิลเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกไป

ต่อมทอนซิลโตพบได้บ่อยได้แค่ไหน

ต่อมทอนซิลโตเป็นอาการที่พบมากในเด็ก แต่อาจสามารถพบในผู้ใหญ่ได้เช่นกันสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

อาการ

ต่อมทอนซิลโตผิดปกติเป็นอย่างไร

อาการทั่วไปมีดังนี้

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

ถ้าคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษากับคุณหมอ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับหมอเพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Causes

สาเหตุของต่อมทอนซิลโต

ต่อมทอนซิลโตเป็นผลแบบเรื้อรังหรือชั่วคราวจากการติดเชื้อ สาเหตุโดยทั่วไปที่ทำให้ต่อมทอลซิลโต คืออาการป่วยที่เป็นๆ หายๆ หรือการติดเชื้อที่บริเวณด้านในและรอบๆ ลำคอ เนื่องจากต่อมทอนซิลมีหน้าที่ในการผลิตแอนติบอดี้ (antibody) เพื่อมาต่อสู้กับการติดเชื้อ ดังนั้น เมื่อคุณมีอาการป่วยบ่อย ๆ จึงทำให้ต่อมทอนซิลของคุณถูกกระตุ้นซ้ำๆ นอกจากนี้โรคภูมิแพ้ก็อาจมีส่วนในการเพิ่มขนาดของต่อมทอนซิล ส่งผลให้เกิดอาการต่อมทอนซิลโตผิดปกติ

แพทย์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรที่เป็นสเหตุของการเกิดอาการต่อมทอนซิลโตแบบเรื้อรัง แต่การได้รับควันบุหรี่มือสอง (secondhand tobacco) และมลภาวะเป็นพิษ สามารถทำให้ต่อมทอนซิลมีขนาดใหญ่ขึ้นได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดต่อมทอนซิลโต

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดต่อมทอนซิลโตมีอยู่มากมาย เช่น

• ประวัติการมีอาการต่อมทอนซิลโตผิดปกติในครอบครัว

• มีอาการป่วยหรือติดเชื้ออยู่เป็นประจำ

• เป็นโรคภูมิแพ้

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการต่อมทอนซิลโตผิดปกติ

จะดีที่สุดหากผู้ที่มีอาการต่อมทอนซิลโตที่ทำให้เจ็บปวด จะได้พบคุณหมอเพื่อตรวจหาอาการติดเชื้อแฝงที่จำเป็นต้องรักษา เด็กเล็กที่มีต่อมทอนซิลขนาดใหญ่ ควรไปหาคุณหมอ หากมีปัญหาด้านการนอนหรือการกินอาหาร แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ให้เห็น คุณหมอจะเริ่มตรวจโดยการสอบถามประวัติการรักษา และอาการที่คุณเป็น และอาจจะตรวจสอบบริเวณคอว่า มีอาการบวมเกิดขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้คุณหมออาจจะทำการเพาะเชื้อในลำคอ ขึ้นอยู่กับอาการของคุณ การเพาะเชื้อประกอบไปด้วยการใช้ชุดอุปกรณ์ทดสอบ ป้ายเอาเนื้อเยื่อบริเวณด้านหลังคอหอย ไปตรวจหาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย ในบางครั้งคุณอาจจะต้องเอ็กซเรย์ให้หมอได้เห็นเนื้อเยื่ออ่อนในลำคอของคุณได้ชัดๆ

หากคุณมีปัญหา เช่น นอนไม่หลับหรือกรนเสียงดัง คุณหมออาจจะแนะนำให้คุณลองการตรวจสุขภาพการนอนหลับ เพื่อหาดูว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับที่เกิดจากอาการต่อมทอนซิลโตผิดปกติหรือไม่ วิธีการคือให้คุณนอนหลับในห้องแล็บที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีคุณหมอคอยจับตาดูลักษณะการหายใจและสัญญาณชีพจรอื่นๆ ของคุณ

 

วิธีรักษาอาการต่อมทอนซิลโตผิดปกติ

อาการต่อมทอนซิลโตผิดปกติจำเป็นต้องได้รับการรักษา ก็ต่อเมื่อมันส่งผลกระทบกับการนอนหลับ การกินอาหาร หรือการหายใจของคุณ อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุมาจากการติดเชื้อแฝง คุณอาจต้องได้รับแอนติบอดี้ หากสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้ คุณหมออาจจะแนะนำให้คุณใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก หรือไม่ก็ใช้ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) เพื่อรักษาอาการของคุณ

หากอาการต่อมทอนซิลโตส่งผลกระทบต่อการหายใจของคุณ แต่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคแฝงต่างๆ คุณอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัด เรียกว่าการผ่าตัดต่อมทอนซิลเพื่อกำจัดเนื้อส่วนเกินออก ซึ่งจะช่วยให้ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับดีขึ้น ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ขณะที่ผ่าตัดต่อมทอนซิล คุณหมออาจผ่าเอาต่อมอะดีนอยด์ (adenoids) ซึ่งเป็นต่อมสองต่อมบริเวณด้านหลังจมูกใกล้กับเพพานปากออกไปด้วยเช่นกัน

ผ่าตัดต่อมทอนซิลเป็นขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน และใช้แค่ยาชาธรรมดา คนส่วนใหญ่หลังการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน เพื่อพักรักษาตัวเป็นเวลาประมาณ 7 ถึง 10 วัน

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองแบบไหนที่จะช่วยรับมืออาการต่อมทอนซิลโต

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้อาจจะช่วยคุณรับมืออาการต่อมทอนซิลโตได้

  • การสูดไอน้ำ อาจช่วยลดอาการคัดจมูก และช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของการติดเชื้อได้อีกด้วย ใช้คู่กับวิธีการสูดไอน้ำเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด
  • สามารถใช้น้ำผึ้งธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย และขมิ้น ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบ เพื่อลดอาการบวมและป้องกันการติดเชื้อได้ ผสมทั้งสองอย่างในปริมาณที่เท่ากัน รับประทานสี่ครั้งต่อวัน

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 11, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 11, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย