ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน เป็นอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากต่อมไทรอยด์ ที่ทำงานมากเกินไป ซึ่งฮอร์โมนไทรอยด์ที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

คำจำกัดความ

ต่อมไทรอยด์ทำงานเกินคืออะไร

ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) เป็นอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากต่อมไทรอยด์ที่ทำงานมากเกินไป ต่อมไทรอยด์อยู่ในบริเวณลำคอและสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ที่ควบคุมกระบวนการต่างๆ ของร่างกาย หน้าที่การทำงานบางประการของต่อมไทรอยด์ ได้แก่ ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด กระตุ้นการเผาผลาญ กระตุ้นการเต้นของหัวใจและระบบประสาท และความคุมความร้อนในร่างกาย แต่ฮอร์โมนไทรอยด์ที่มากเกินไปส่งผลให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน พบได้บ่อยเพียงใด

ต่อมไทรอยด์ทำงานเกินเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป ผู้หญิงมักมีภาวะดังกล่าวได้มากกว่าผู้ชายถึงสามเท่า คุณสามารถลดโอกาสในการเกิดไส้เลื่อนกะบังลมได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

อาการ ได้แก่ กระสับกระส่าย มีเหงื่อออก อ่อนเพลีย หัวใจเต้นแรงหรือไม่เป็นจังหวะ หรือความผิดปกติเกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจอื่น ๆ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ (trial fibrillation) อาการอื่น ๆ ได้แก่ ดวงตาระคายเคือง น้ำหนักลด มีความไวต่อความร้อน และขับถ่ายอุจจาระหรือท้องเสียบ่อย ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกรฟส์ (Graves’s disease) มีต่อมไทรอยด์โต (โรคคอพอก (goiter)) และอาจมีตาโปน (exophthalmos)

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หัวใจเต้นเร็ว มีเหงื่อออกผิดปกติ มีอาการบวมที่คอส่วนล่าง หรือมีอาการอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กับภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ให้ไปพบหมอเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องอธิบายถึงความเปลี่ยนแปลง ที่คุณสังเกตได้โดยละเอียดเนื่องจากสิ่งบ่งชี้และอาการต่างๆ ของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน อาจสัมพันธ์กับภาวะอื่นๆ อีกจำนวนมาก

หากคุณได้เข้ารับการรักษาภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินแล้ว หรือเข้ารับการรักษาในเร็ว ๆ นี้ ให้เข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้แพทย์สามารถเฝ้าดูอาการของคุณได้

สาเหตุ

สาเหตุของต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

สาเหตุที่พบได้มากที่สุดคือภาวะที่เรียกว่าโรคเกรฟส์ (Graves’s disease) โรคนี้เป็นสาเหตุการเกิดโรคในผู้ป่วยร้อยละ 80 ถึง 90

สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้น้อย ได้แก่ ต่อมไทรอยด์อักเสบ (thyroiditis) เนื้องอกชนิดไม่ร้ายของต่อมไทรอยด์ที่เป็นพิษร่วมด้วย (toxic adenoma) และการใช้ยาโรคไทรอยด์ (thyroid medicine) มากเกินไป ต่อมไทรอยด์อักเสบเป็นอาการอักเสบของต่อมไทรอยด์ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายของต่อมไทรอยด์ (adenoma) เป็นเนื้องอกไทรอยด์ในบริเวณที่มีการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ในบางครั้งไม่เป็นที่ทราบสาเหตุ ภาวะดังกล่าวนี้สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม แต่ไม่ติดต่อทางการสัมผัส

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โดยเฉพาะโรคเกรฟส์ อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมและพบได้ในผู้หญิงมากกว่าในผู้ชาย หากมีสมาชิกในครอบครัวมีภาวะเกี่ยวกับไทรอยด์ ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลต่อสุขภาพของคุณ และคำแนะนำของแพทย์สำหรับการเฝ้าระวังหน้าที่การทำงานของต่อมไทรอยด์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้จากประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด แพทย์ยังอาจจะให้มีการสแกน หรืออัลตราซาวนด์ต่อมไทรอยด์เพื่อให้ได้ภาพถ่ายของต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้แพทย์ยังอาจแนะนำให้ไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านไทรอยด์

การรักษาต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

แพทย์จะทำการรักษาภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โดยการลดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกายของคุณ ระดับฮอร์โมนสามารถลดลงได้ด้วยการใช้ยา การฉายแสง หรือการผ่าตัด

  • อาจจำเป็นต้องใช้ยาเป็นเวลาสองสามเดือน สองสามปี หรือมากกว่า ยาที่ช่วยป้องกันการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ได้แก่ ยาโพรพิลไทโอยูราซิล (propylthiouracil: PTU) และยาเมทิเมโซล (methimezole) ยาดังกล่าวสามารถใช้เป็นการรักษาหลักหรือเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรักษาอื่น ๆ
  • สารกัมมันตรังสีไอโอดีน (Radioactive iodine) ใช้เพื่อทำลายฮอร์โมนไทรอยด์ การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการรักษาที่ดีที่สุด สำหรับผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 21 ปี และผู้ที่อายุน้อยกว่า ที่ไม่สามารถรักษาโรคดังกล่าวได้ด้วยการใช้ยา
  • การผ่าตัดเหมาะสำหรับผู้ป่วย ที่มีต่อมไทรอยด์ขนาดใหญ่ที่ปิดกั้น หรือแทรกแซงอวัยวะอื่น ๆ ในลำคอ ผู้ป่วยที่ไม่ต้องการใช้สารกัมมันตรังสีไอโอดีน อาจใช้วิธีการผ่าตัดได้ ผู้หญิงตั้งครรภ์อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดอีกด้วย

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐาน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง ที่ช่วยรับมือต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินได้

  • ให้ป้องกันดวงตาหากมีอาการแทรกซ้อน เกี่ยวกับดวงตาจาดโรคเกรฟส์ ให้ใช้แว่นตากันแดดและน้ำตาเทียม และใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตาในตอนกลางคืน
  • ให้ระลึกไว้ว่าสารกัมมันตรังสีไอโอดีน ไม่ควรใช้ในระหว่างตั้งครรภ์ อาจก่อให้เกิดภาวะขาดไทรอยด์ในทารกได้
  • ให้ระลึกไว้ว่าการรักษาที่ได้ผลหมายความว่า คุณจำเป็นต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิต แพทย์ต้องตรวจการเริ่มต้นของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ (hypothyroidism) ภายหลังการรักษาและเพื่อป้องกันการกลับมาเกิดซ้ำ ที่อาจเกิดขึ้นของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน
  • ให้แจ้งแพทย์หากมีอาการใจสั่น (palpitations) น้ำหนักลดลงอย่างมาก ท้องร่วง หรือตัวสั่น (tremors)
  • ให้แจ้งแพทย์หากมีอาการกระสับกระส่าย กังวล หรืออารมณ์แปรปรวน
  • ห้ามออกกำลังกายจนกว่าจะควบคุมอาการได้
  • ห้ามสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่อาจทำให้อาการเกี่ยวกับดวงตาแย่ลง
  • ให้ระลึกไว้ว่าอาการแทรกซ้อนจากการผ่าตัด อาจรวมถึงอาการอัมพาตของเส้นเสียง (paralysis of vocal cords) ภาวะขาดไทรอยด์ และภาวะเกี่ยวกับแคลเซียมในร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้หากมีการผ่าตัดนำต่อมพาราไทรอยด์อกไปโดยไม่ตั้งใจ
  • ให้ระลึกไว้ว่าภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน อาจเกิดขึ้นซ้ำหลังการผ่าตัดในผู้ป่วยร้อยละ 10 ถึง 15

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: สิงหาคม 8, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 8, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย