ปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือโรคระบบทางเดินหายใจที่ทำให้เกิดอาการหายใจลำบากด้วยการปิดกั้นทางเดินหายใจของปอด เนื่องจากการอุดตัน หรือเนื้อเยื่อในปอดเสียหาย ความเสียหายนี้มักจะเกิดขึ้น เมื่อคุณหายใจนำสิ่งระคายเคืองเข้าไปเป็นประจำ และในระยะเวลานาน

คำจำกัดความ

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังคืออะไร

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease) คือโรคระบบทางเดินหายใจที่ทำให้เกิดอาการหายใจลำบากด้วยการปิดกั้นทางเดินหายใจของปอด เป็นโรคที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายถึงอาการของโรคจะแย่ลงเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป มีคนมากกว่า 3 ล้านคนเสียชีวิตด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเมื่อปี พศ.2555 ซึ่งเท่ากับ 6% ของการตายทั่วโลกในปีนั้น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นมีอยู่ 2 ประเภทหลัก บางคนอาจจะมีอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังทั้งสองประเภท

  • หลอดลมอักเสบเรื้อรัง (Chronic bronchitis) หลอดลมอักเสบนั้นคือการติดเชื้อที่เยื่อบุด้านในหลอดลม เยื่อบุด้านในหลอดลมของคุณจะมีอาการแดง บวม และเต็มไปด้วยเสมหะ เสมหะนั้นจะอุดตันในหลอดลม และทำให้คุณหายใจได้ยากขึ้น
  • ถุงลมโป่งพอง (Emphysema) ถุงลมโป่งพองจะค่อยๆ สร้างความเสียหายต่อถุงลม (alveoli) ภายในปอด ทำให้คุณหายใจได้ไม่อิ่มมากขึ้น คุณสูญเสียถุงลมในปอดของคุณไป ทำให้รับออกซิเจนเข้าสู่เลือด และนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือดได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้หายใจออกได้ยากขึ้นอีกด้วย

ในปอดนั้นมีอยู่สองส่วนหลัก คือหลอดลม (หรือทางเดินหายใจ) และถุงลม นอกจากนี้ยังมีหลอดลมใหญ่ (Trachea) เมื่อคุณหายใจเข้าผ่านหลอดลมสู่ถุงลมนั้น ภายในถุงลม ออกซิเจนจะเข้าสู่เลือดและคาร์บอนไดออกไซด์จะออกมาจากเลือด ซึ่งเป็นขั้นตอนในการหายใจตามปกติ สิ่งที่ขัดขวางการไหลเวียนของอากาศจะทำให้เกิดอาการหายใจไม่อิ่ม ขาดออกซิเจนที่ปอดและส่วนอื่นๆ ในร่างกาย คุณควรจะรับการรักษาพยาบาลให้เร็วที่สุด

สาเหตุ

สาเหตุของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นเกิดจากการอุดตัน หรือเนื้อเยื่อในปอดเสียหาย ความเสียหายนี้มักจะเกิดขึ้น เมื่อคุณหายใจนำสิ่งระคายเคืองเข้าไปเป็นประจำ และในระยะเวลานาน สิ่งระคายเคืองทั่วไป ได้แก่

  • การสูบบุหรี่ (รวมไปถึงควันบุหรี่มือสอง) การสูบบุหรี่ในระยะเวลานานนั้นเป็นสาเหตุของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประมาณ 80% ถึง 90%
  • ฝุ่นควันสารเคมี ก๊าซ ไอระเหย หรือหมอก
  • ฝุ่น
  • มลภาวะทางอากาศภายในบ้าน (เช่น เชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับทำอาหาร)
  • มลภาวะทางอากาศภายนอกบ้าน
  • ฝุ่นและสารเคมีจากการทำงาน (ไอระเหย สารระคายเคือง และฝุ่นควัน)
  • การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างบ่อยๆ ในช่วงวัยเด็ก

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังคือการสูบบุหรี่ นอกจากการสูบบุหรี่แล้ว ก็เป็นสารระคายเคืองและมลภาวะ ที่สามารถสร้างความเสียหายกับปอดของคุณได้ คุณอาจจะพบมลภาวะได้มากในประเทศที่กำลังพัฒนา ปัจจัยเสี่ยงของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมีดังนี้

  • ผู้ที่อายุ 65–74 ปี
  • คนขาวที่ไม่มีเชื้อสายสเปน (Non-Hispanic)
  • บุคคลผู้ไม่มีงานทำ เกษียณ หรือไม่สามารถทำงานได้
  • บุคคลผู้มีการศึกษาต่ำกว่าระดับมัธยมปลาย
  • ผู้ที่มีรายได้ต่ำ
  • บุคคลผู้หย่าร้าง เป็นหม้าย หรือแยกกันอยู่
  • ผู้กำลังสูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่
  • ผู้มีประวัติเป็นโรคหอบหืด

อาการ

อาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นอย่างไร

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถทำให้เกิดสัญญาณและอาการมากมายของปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นมีสัญญาณและอาการดังนี้

  • ไอเรื้อรัง
  • อาการไอที่มีเสมหะ อาจจะมีลักษณะใส สีขาว สีเหลืองเทา หรือสีเขียว นานๆ ครั้งอาจจะมีเลือดปนด้วย
  • มีการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจมาขึ้น (เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือหวัด)
  • หายใจไม่อิ่ม โดยเฉพาะขณะออกกำลังกาย
  • รู้สึกแน่นที่หน้าอก
  • หายใจมีเสียงหวีด
  • เหนื่อยล้า
  • เป็นไข้เล็กน้อยและหนาวสั่น

ในตอนแรกคุณจะไม่มีอาการ หรือมีแค่อาการในระดับเบา แต่โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หมายถึงโรคจะเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ และแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป อาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นอาจใช้เวลาหลายปีในการเกิดขึ้น แล้วสุดท้ายอาการของโรคก็จะเริ่มส่งผลกระทบกับการทำกิจกรรม และคุณภาพของชีวิตคุณ อาการที่รุนแรงบางอย่างอาจต้องได้รับการรักษาภายในโรงพยาบาล คุณควรจะรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากมีอาการดังนี้

  • หากคุณรู้สึกว่าหายใจหรือพูดได้ยากขึ้น
  • หากริมฝีปากหรือเล็บนิ้วมือเป็นสีฟ้าหรือสีเทา (สัญญาณของการขาดออกซเจนในเลือด)
  • หากคุณไม่รู้สึกตื่นตัวทางจิตใจ
  • หากหัวใจของคุณเต้นเร็ว
  • หากการรักษาที่แนะนำสำหรับอาการที่แย่ลงนั้นไม่ได้ผล

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

อาการแทรกซ้อน

อาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

หากคุณเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คุณก็จะเสี่ยงที่จะมีอาการแทรกซ้อน อาการแทรกซ้อนอาจมีดังนี้

  • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังสามารถทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นไม่ผิดจังหวะ (arrhythmia) และโรคหัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูง: โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังสามารถทำให้เกิดความดันโลหิตสูงในหลอดเลือด ที่นำพาเลือดเข้าสู่ปอด เรียกว่าความดันหลอดเลือดปอดสูง (Pulmonary Hypertension)
  • การติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ: หากคุณเป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือแม้แต่ ปอดบวม (การติดเชื้อที่ปอดรุนแรงเนื้อจากไวรัสหรือเชื้อรา) บ่อยๆ การติดเชื้อเหล่านี้สามารถทำให้อาการของคุณแย่ลงหรือทำให้ปอดเสียหายมากขึ้น คุณควรจะฉีดป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี หรือปรึกษากับแพทย์ว่า คุณจำเป็นต้องฉีดป้องกันโรคปอดบวมหรือไม่ การฉีดป้องกันจะทำให้คุณเป็นไข้หวัดใหญ่หรือปอดบวมได้น้อยลง

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

เนื่องจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นพัฒนาได้ช้า จึงมักจะวินิจฉัยพบได้ในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป แพทย์จะวินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโดยขึ้นอยู่กับสัญญาณและอาการ ประวติทางการแพทย์ของคุณและครอบครัว และผลการทดสอบ

แพทย์อาจจะสอบถามว่า คุณสูบบุหรี่ หรือสัมผัสกับสารระคายเคืองปอดหรือไม่ เช่น ควันบุหรี่มือสอง มลภาวะทางอากาศ ควันสารเคมี หรือฝุ่น แพทย์จะต้องตรวจและใช้หูฟังของแพทย์ เพื่อฟังหาเสียงหวีด หรือเสียงที่ผิดปกติในหน้าอก

  • การตรวจสมรรถภาพปอด (Lung function tests) การตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อวัดปริมาณของอากาศที่คุณหายใจเข้าและออก ความเร็วในการหายใจออก และความสามารถในการนำพาออกซเจนเข้าสู่เลือด
  • สไปโรเมตรีย์ (Spirometry) วิธีนี้ใช้เพื่อทดสอบความสามารถในการหายใจ โดยให้คุณหายใจเข้าลึกๆ หลังจากนั้นก็เป่าเครื่องที่เรียกว่าสไปโรเมตรีย์ให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เครื่องนี้จะวัดปริมาณของอาการที่คุณหายใจออกไป และความเร็วในการเป่าอากาศออกมา
  • การเอกซเรย์หน้าอกหรือทำซีทีแสกนหน้าอก (CT scan): การทดสอบเหล่านี้จะสร้างภาพของโครงสร้างด้านในหน้าอก เช่น หัวใจ ปอด และหลอดเลือด ภาพนั้นสามารถแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้

การตรวจเลือดเพื่อวัดระดับของออกซิเจนในเลือด โดยใช้ตัวอย่างเลือดจากหลอดเลือดแดง ผลของการทดสอบสามารถแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และสิ่งที่คุณอาจต้องการ

การรักษาโรคและการจัดการ

การรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

น่าเสียดายที่ไม่มีวิธีรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังให้หายขาดได้ วิธีการที่ดีที่สุดเพื่อจัดการกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังคือ การป้องกันและการจัดการโรค เป้าหมายของการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมีดังนี้

  • บรรเทาอาการ
  • ชะลอการพัฒนาของโรค
  • เพิ่มความสามารถในการคงความกระฉับกระเฉง
  • ป้องกันและรักษาอาการแทรกซ้อน

ยา

  • ยาขยายหลอดลม (Bronchodilator) ยาตัวนี้ใช้เพื่อให้สามารถหายใจได้ง่ายขึ้น ด้วยการคลายกล้ามเนื้อในปอด และขยายทางเดินหายใจ
  • การใช้ยาขยายหลอดลมร่วมกับยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดสูด (inhaled corticosteroids) ซึ่งเป็นยาเตียรอยด์ชนิดหนึ่ง ที่ช่วยลดการอักเสบภายในปอด

วัคซีน

  • ยาฉีดกันไข้หวัดใหญ่
  • วัคซีนปอดอักเสบ (Pneumococcal Vaccine) ซึ่งเป็นวัคซีนที่ป้องกันโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ที่เรียกว่าสเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนีย (Streptococcus pneumonia) หรือนิวโมคอกคัส (pneumococcus)
  • การบำบัดด้วยออกซิเจน (Oxygen therapy)

การผ่าตัด

การผ่าตัดมักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง และอาการไม่ดีขึ้นหลังจากการใช้ยา ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับถุงลมโป่งพอง รวมถึงการผ่าตัดถุงลมที่พองตัวขึ้นในปอด และการลดปริมาตรปอด การปลูกถ่ายปอดอาจเป็นทางเลือกสำหรับผูที่มีอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นร้ายแรง

  • การผ่าตัดถุงลมที่พองตัวขึ้นในปอด (Bullectomy) เป็นการกำจัดถุงลมเล็กๆ (bulla) ในปอดออกไป
  • การผ่าตัดเพื่อลดปริมาตรปอด
  • การปลูกถ่ายปอด

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้พัฒนาแผนสำหรับการป้องกันและควบคุมโรคกลุ่มที่ไม่ติดต่อ (non-communicable diseases) โดยองค์การอนามัยโลกนั้นมุ่งเน้นไปที่

  • เพิ่มความตระหนักถึงโรคในกลุ่มที่ไม่ติดต่อซึ่งระบาดไปทั่วโลก
  • สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับประชาชนที่ยากจนและด้อยโอกาส
  • ลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคในกลุ่มที่ไม่ติดต่อ เช่น การสูบบุหรี่ อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการขาดการออกกำลังกาย
  • ป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และความพิการ ที่หลีกเลี่ยงได้จากโรคในกลุ่มไม่ติดต่อส่วนใหญ่

การจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการรักษาสามารถช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น กระฉับกระเฉงมากขึ้น และช่วยชะลอการพัฒนาของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้

เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ปอดระคายเคือง

  • คุณควรเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่สามารถนำไปสู่โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ ปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับโปรแกรมและผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้
  • พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ปอดระคายเคืองซึ่งสามารถทำให้เกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ ตัวอย่างเช่น ควันบุหรี่มือสอง มลภาวะทางอากาศ ควันสารเคมี และฝุ่น
  • ให้สารระคายเคืองต่างๆ อยู่นอกตัวบ้าน หากคุณต้องทาสีบ้านหรือพ่นสเปรย์กำจัดแมลง ควรทำตอนที่คุณไม่อยู่บ้านในช่วงเวลาหนึ่ง
  • ปิดหน้าต่างและอยู่ภายในบ้าน (เท่าที่เป็นไปได้) หากมีมลภาวะทางอากาศหรือฝุ่นควันข้างนอกมาก

รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

  • เป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ใช้ยาทั้งหมดตามที่แพทย์กำหนด และอย่าลืมเติมยาก่อนที่ยาจะหมด พกรายชื่อของยาทั้งหมดที่คุณใช้ไป ทุกครั้งที่มีนัดตรวจร่างกาย
  • ปรึกษากับแพทย์ว่า คุณควรจะได้รับวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่หรือปอดบวมหรือไม่ และควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับโรคอื่นๆ ที่อาจมีความเสี่ยงจะเป็นมากขึ้น เพราะโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ มะเร็งปอด และโรคปอดบวม

จัดการกับโรคและอาการของโรค

  • ทำตามแผนการรับประทานอาหารเพื่อให้ได้รับแคลอรี่และโภชนาการที่เพียงพอตามที่ต้องการ เนื่องจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอาจทำให้คุณมีปัญหากับการรับประทานอาหารได้
  • พยายามรักษาความกระฉับกระเแงด้วยการออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจนั้นแข็งแรงยิ่งขึ้น และช่วยพัฒนาสุขภาพโดยรวมของคุณ แต่คุณควรจะปรึกษากับแพทย์ก่อนว่าการออกกำลังกายแบบไหนนั้นปลอดภัยสำหรับคุณ
  • ค้นหาวิธีการทำอาหาร ทำความสะอาด และทำงานบ้านอื่นๆ ที่ง่ายที่สุด คุณอาจทำเป็นต้องใช้โต๊ะเล็กๆ หรือรถเข็นที่มีล้อ เพื่อย้ายสิ่งของต่างๆ และใช้ไม้หรือคีมที่มีด้านจับยาวๆ เพื่อเข้าถึงสิ่งของ
  • ขอความช่วยเหลือในการขนย้ายของต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องขึ้นบันไดหลายๆ รอบ
  • ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ และสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่ใส่และถอดออกได้ง่าย
  • ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค คุณอาจจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากครอบครัวหรือเพื่อน ให้มาช่วยคุณทำกิจวัตรประจำวัน

เตรียมการสำหรับเหตุฉุกเฉิน

  • เตรียมเบอร์โทรศัพท์สำหรับแพทย์ โรงพยาบาล หรือคนที่สามารถให้การดูแลทางการแพทย์ได้ให้พร้อม
  • แจ้งแพทย์หากคุณสังเหตุเห็นอาการที่แย่ลง หรือหากมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่นเป็นไข้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: พฤศจิกายน 26, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 26, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย